อนุทิน #131176

บันทึกธรรม การทำความดี...กว่าจะทำได้จนเป็นปกติชีวิต...แต่ละคนย่อมมีความต่าง..ตามกำลังอินทรีย์ - พละ ตามศีล และ อธิศีลที่ตนสมาทาน...ฝึก..หัด..ปฏิบัติได้


นับประสาอะไร กับ ผู้ที่ไม่ได้ตั้งใจในการรักษาศีล ไม่ได้ตั้งใจทำความดี โดย มุ่งแต่จะทำมาหากิน หรือ เพราะไม่มีคนบอก สอน ไม่เคยรับรู้... หาก ณ บัดนี้ ถึงเวลาที่จักเกิดการผนึกพลังเพื่อหยุดคนทำความเลว ความชั่ว...ในบ้านเมือง ฯลฯ


การพัฒนาตนสำหรับผู้มีสัมมาปัญญา...ย่อมทราบชัดแท้ว่า...หมู่คณะส่วนมาก ประกอบด้วยคนดี หากก็มีคนชั่ว ที่เสแสร้งเป็นคนดีมาปะปนอยู่ ก็จะเป็นไรไปล่ะ... ไม่ได้มีปัญหาเลย ยิ่งจะดีซะอีก และ ก็คงสามารถคบหาเป็นมิตรสหายต่อไปได้ 


คิดตรองดูง่าย ๆ ขนาดคนเลวที่แสดงตัวที่เพิ่มมากขึ้น ๆ ทั้งคนที่ปรากฏแล้วคาดไม่ถึง และ คนที่รู้ ๆ กันอยู่... เราก็ยังให้ลอยนวล เชิดหน้าในสภา ฯ อันทรงเกียรติตั้งมากมาย.. เพื่อให้ บัดนี้ ทั้งแผ่นดิน ต้องร่วมใช้สัมมาปัญญา..เพื่อให้เขาเหล่านั้นทั้งหลาย เปลี่ยนมาเป็นคนดี และหยุดความเลวโดยเด็ดขาด.. ทุกคนก็ยังรับรู้ รับเห็นเข้าใจได้... จริงมั๊ย...


ดังนั้น... 

- การที่จะมีผู้ที่เสแสร้ง มาเป็นคนดี ๑ ชั่วโมง ก็นับว่า สังคม " เกิดมีคนทำความดี ๑ ชั่วโมง "

- ผู้ที่เสแสร้ง เป็นคนดี ๑๐ ชั่วโมง ก็นับว่า สังคม " เกิดมีความดีในคนเสแสร้งตั้ง ๑๐ ชั่วโมง " 

- ผู้ที่เสแสร้ง เป็นคนดี ๑ วัน ก็ยิ่งนับว่า สังคม " ได้เกิดมีคนทำความดีตั้ง ๑ วัน " ฯลฯ


บัดนี้ ถึงเวลา ที่ผู้มีสัมมาปัญญา จักเพิ่มศักยภาพ และ ความสามารถแห่งตน ที่จะทำให้ตนเองสั่งสมบารมีร่วมใจทำความดีให้มากขึ้น และ ช่วยกันหยุดคนเลว หยุดผู้ทำความเลว ทั้งยังผลให้เกิดมีคนชั่ว ที่จักตั้งใจ แอบเข้ามามาเสแสร้งทำความดี เราก็ยิ่งควรจะให้โอกาสเขาเหล่านี้ได้เสแสร้งทำความดีอย่างภาคภูมิใจต่อไป ให้ได้มากและนานที่สุด... ยิ่งทำให้ได้ สักชาติหนึ่ง ก็ยิ่งดี และ น่าอนุโมทนายิ่งแล้ว...





ภาพประกอบ เมื่อเด็กน้อยใจดี.. ยื่นอาหารเป็นไมตรีให้ น้องยี่ราฟ แล้วแจอเหตุการน่าตกใจ... เช่นกัน...กว่า ๘๐ ปี แล้ว ที่ประชาธิปไตยแบบเมืองไทยเรา...ผ่านเรื่องราว บทเรียนเฉกเช่นเจ้าหนูน้อย เช่นกัน...บัดนี้ ถึงเวลาที่มวลมหาประชาชนพึงสงบใจ ตั้งสติ...และ ร่วมแรงกาย แรงใจ...ให้หมดใจ...ดังที่กล่าว ข้างต้น

 

 

เขียน:

ความเห็น (1)

พึงละเว้นความชั่วทั้งมวลได้ เป็นเรื่องที่วิเศษสุด