อนุทิน #130018

๓๐/๐๙/๒๕๕๖

 

อนุทิน  ๔๘. 

 

“ฮยะนาบะเด่ว”

 

ตอนเช้าอาหนิดมาเติมเงินโทรศัพท์ พอเติมเสร็จแล้วก็นั่งที่เก้าอี้หน้าบ้าน คุยกันกับผมในเรื่องเกี่ยวกับการเลือกตั้งบ้าง  คนป่วยบ้าง เรื่องอาหารการกินบ้าง

เธอพูดนำก่อนว่า  “โรคภัยไข้เจ๊บมันกะมากับข้าวกับของกิ๋นเฮานี่ละ...เบาะผ่อปู่ทิดสารหั้น...จ๋นปอจะต๋ายเตื่อหนึ่งละ...บะเด่วยังแควนพ่องละ...ไปไหนมาไหนได้แล้ว”  

ผมถาม “เปิ่นเป๋นโรคเกี่ยวกับหยัง?” 

เธอตอบ “เกี่ยวกับตับกับปอดกับลำไส้อะหยังเนี่ย...บางคนกะว่าเป๋นกั๋มมะพันธุ์...กับข้าวนี่หนะมันตึงแต๊เลยเลาะ...ต้องหละวังหื้อดี”

ตอนหนึ่งผมถามถึงเรื่องการทำนาว่า  “ได้ฮยินแม่สุขว่า...บะเด่วบ้านเฮาเขามีขั้นต๋อนการทำนาตี่เสี่ยงต่อสารพิษต๊กค้างกั๋นนัก...อาหนิดดุมีขั้นตอนการฮยะนาจ๊ะใดพ่อง?”

อาหนิดว่า  “กะเหมือนคนทั่วไปนั่นหนะหนา...ขั้นต๋อนแรก...ถ้านาไผมีหญ้านักกะพ่นยาหญ้าหื้อมันแห้งเหียก่อน...จากนั้นพอฝนตกมากะไถกบ...ยามมีน่ามกะหารถมาตี๋ขี้ไถแจ่น่ามไว้...กำนั่นเกาะเอารถน้อยมาฮูดแป๋งเติ๊ก...แหล้วแล้วก็หว่าน...ปอหว่านข้าวขึ้นมาสักหน้อย.. กะพ่นยาคุม...ข้าวยาวสักคืบเกาะพ่นยาฆ่าหญ้า...ข้าวใหญ่แหมหน้อยกะพ่นยาฆ่าแมลง... บะเด่วซ้ำเป็นโรคใบปุดกับโรคใบขาว...ถ้าบ่อพ่นกะบ่อได้กิ๋นหน่าเด้อ... จากยาฆ่าแมลงกะหาปุ๋ยมาใส่...ตะวาเย้ยกะไปหว่านมาแล้ว...จากนั้นกะหายาเร่งยาฮอโมนมาบำรุง...โอ้ย..สะป๊ะยาละกว่าข้าวจะได้ดูด...มันจะบ่อมียามีสารต๊กค้างได้จ๊ะใดน้ออ...หนานว่า”

ผมพยักหน้ารับ “อื่อ”  ตลอดเวลาแบบคู่สนทนาที่ตั้งใจฟังอย่างดี 

ฟังแล้วก็ให้สะท้อนวิถีการทำนาไทยในปัจจุบัน ที่กำลังทำลายระบบการทำนาแบบดั้งเดิม ทำลายธรรมชาติ ดิน น้ำ ลม สัตว์ ที่เคยดีมีอยู่ก็ให้เสื่อมสภาพและหมดไปอย่างน่าใจหาย

 

 

(“ดูด” หมายถึง ลักษณะของการเก็บเกี่ยวข้าวในปัจจุบันที่ต้องใช้รถเกี่ยวข้าวแทนคน ต่อไปคำว่า “เกี่ยวข้าว” ก็คงจะหายไป)

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (1)

ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มอบให้มานะครับ