อนุทิน #129479

เช้านี้...ขณะเข้ามาในที่ทำงาน คิดถึงข้อความที่ผมเสนอความคิด (ตอบการสัมภาษณ์) ผ่านคณะกรรมการพิจารณาฯ ว่า จะทำวิจัยเกี่ยวกับ "ดรรชนีวัดระดับกิเลสของคนไทย" จากปัญหาที่ชาวไทยพุทธมักเอาชีวิตไปฝากไว้กับพระ แล้วเข้าใจว่า พระรูปนั้นเป็นอรหันต์ รูปนี้เป็นอรหันต์ ในจำนวนหนึ่ง พบ "อรหันต์เปลือย" ผลของการทำวิจัย (ต้องใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยด้วย) จะทำให้เราชัดเจนว่า ใครมีกิเลสมากน้อยเพียงใด แต่กรรมการท่านหนึ่งซึ่งอายุเลย ๖๕ ปีไปแล้ว แย้งขึ้นว่า "สิ่งที่ผมคิดนั้น มันทำไม่ได้ มันเป็นเรื่องยาก ไม่มีใครทำ" ผมได้แต่นิ่งเฉย แต่ในใจผมคิดว่า "จริงหรือที่ทำไม่ได้ จริงหรือเป็นเรื่องยาก ถ้ายังไม่มีใครทำ เราจึงไม่ควรทำหรือ และถ้ายากเราจึงไม่ควรทำหรือ" บางทีความเป็นผู้ใหญ่ขององค์กร จะส่งผลต่อการสะกัดกั้นความฝันของผู้มีฝัน....ข้อสำเหนียกของผมคือ อย่าบอกเด็กๆว่า สิ่งนั้นทำไม่ได้ สิ่งนี้ทำไม่ได้ และถ้ายากเราไม่ควรทำ หากมันเป็นประโยชน์ แม้จะยากก็ยิ่งต้องทำ อันที่จริงเราไม่เคยเชื่อว่าเราจะไปดวงจันทร์ได้ แต่มนุษย์เราก็ทำได้

เขียน:

ความเห็น (3)

นอกจากจะแก้ระบบแล้ว ก็ต้องแก้กันที่…ความคิดด้วยครับ เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ

…เขาถึงกำหนดอายุเกษียณในการทำงาน…เพราะคนอายุมากแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์มีน้อยมากๆ นะคะอาจารย์…อย่าไปโกรธท่านกรรมการสว.เลยนะคะ…เพราะเลือกท่านเข้ามาเป็นกรรมการแล้ว…ท่านพูดแสดงความคิดเห็นก็ดีแล้วนะคะ…

การประเมินโครงการวิจัย ถ้าให้ผู้ทรงคุณวุฒิในเรื่องหรือสาขาทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง ประเมินโครงการละ 3 คน และไม่เปิดเผยผู้ประเมิน เจ้าของโครงการและผู้ประเมินต่างก็ไม่รู้จักกัน นำความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิเหล่านั้นมาประมวลแล้วตัดสิน รวมทั้งส่งความคิดเห็นทั้งหมดไปยังเจ้าของโครงการ ไม่มีการมานั่งประชันหน้ากัน แบบนี้จะไม่มีปัญหา ไม่โกรธกัน อายุเป็นเพียงตัวเลขขอให้เป็นผู้รู้จริงในด้านนั้น ๆ