อนุทิน #129105

ช่วงนี้ได้มีโอกาส ศึกษาพวกกระบวนการของ Flip-Classroom ในรายวิชาหนึ่ง ซึ่งได้ผลลัพท์ที่ไม่ค่อยน่ารื่นรมสักเท่าไหร่ จะเป็นยังไงนั้น เดี๋ยวจะว่ากันในรายละเอียดในสมุดบันทึกครับ 

ห้องเรียนกลับทาง หรือที่เรียกกันว่า Flip-Classroom นั้นถ้าว่ากันคร่าวๆ คือ การนำเนื้อหาบทเรียนไปไว้นอกห้องเรียน จากนั้นนำการบ้านหรืองานเดี่ยวงานกลุ่มมาเรียนในห้องเรียนแทน โดยมีความคิดว่า เนื้อหา บทเรียนทั้งหลายนั้นผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้ง่าย ค้นคว้า ค้นหาได้ตาม Internet จากนั้นเมื่อค้นคว้าและเรียนรู้ระดับนึงแล้วจะนำมาทำกิจกรรมและทำโจทย์ร่วมกันในห้องเรียน 

โดยปกติ นักการศึกษาอาจจะดูเหมือน น่าจะเป็น นวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนที่สุดยอดมาก ทำตามนี้รับรองเด็กเรียนเก่งขึ้นแน่นอน แต่......ตัวมันเองมีจุดบอดบางอย่างที่เกิดจากการคิดไปเองของผู้สอนเองว่า ผู้เรียนคงเรียนรู้เองได้ ผู้เรียนคงมีพื้นฐานที่แน่นมาแล้วทุกคน แต่ถ้ามันไม่เป็นเช่นนั้น จะหมายถึงว่า ภาระอันหนักหน่วงผู้เรียนจะเกิดขึ้นทันที เนื้อหาผู้เรียนก็ต้องเรียนเอง เรียนในห้องก็ไม่รู้เรื่อง ตามไม่ทัน ผู้เรียนจะเกิดความสับสนว่าควรจะต้องทำอย่างไร แล้วจะต้องเรียนยังไงดี เพื่อให้เรียนรู้ได้ดีขึ้น แต่เมื่อไม่เกิดผลดีใดๆ ผู้เรียนจึงเกิดอาการ "ความสิ้นหวังในการเรียนรู้" (Learned Hopelessness) คือท้อแท้ ยอมแพ้กับการเรียนไปเลย ??? 

แล้วแบบนั้นจะบอกว่า ผู้เรียนมีปัญหา หรือว่า ผู้สอนมีปัญหา หรือไม่ ??? 

กระบวนการจัดการเรียนรู้ทั้งหลายนั้น มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ในตัวมันเอง อยู่ที่ว่าเราๆ ใช้กระบวนการเหมาะสมกับผู้เรียนหรือไม่ เท่านั้นเอง 

ภาพจาก http://campustechnology.com/

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (3)

ไม่มีเทคนิคการสอนใดที่ดีที่สุดในโลกอย่างแน่นอนครับ มีแต่เหมาะสม หรือ ไม่เหมาะสม กับบริบทบางบริบท เท่านั้นเอง ;)…

จริงค่ะ ประยุกต์ให้เหมาะกับบริบทของเรา ดีที่สุด

เสริมคำว่า "บริบท" ละกันครับ เผื่อใครอาจจะ งง กับ คำนี้ 

บริบท ตามที่เข้าใจ คือ คุณลักษณะทางด้านการเรียนและพื้นฐานต่างๆ ของผู้เรียน 

คุณลักษณะทางการเรียน จะประกอบไปด้วย ความรู้เดิมของผู้เรียน, ทัศนคติทางการเรียน, ทักษะการคิดและการเรียนรู้, วิธีในการเรียนรู้ส่วนบุคคล, และอื่นๆ 

พื้นฐานต่างๆ ของผู้เรียน จะประกอบไปด้วย ฐานะทางบ้าน, อาชีพทางบ้าน, โรงเรียนเก่า, และอื่นๆ 

การตรวจสอบบริบทนั้น อาจจะไม่จำเป็นต้องเก็บข้อมูลบริบททั้งหมดของผู้เรียนก็ได้ เพียงแต่ว่าการมีข้อมูลบริบทที่มากพอ จะสามารถนำกระบวนการเรียนรู้ที่เคยใช้มาเทียบเคียง ในกรณีที่บริบทใกล้เคียงกันได้ดีขึ้น :) 

ปล.ขอบคุณความคิดเห็นข้างบนด้วยครับ