อนุทิน #128986

๗/๐๙/๒๕๕๖

 

อนุทิน  ๒๘.

 

“เข้าเมือง”

 

วันนี้เดินทางเข้าเมืองอุตรดิตถ์ตั้งแต่เช้า เพื่อไปซื้อเครื่องเขียน สินค้าไอทีนิดหน่อย และที่สำคัญได้ไปหาหมอคลินิก เพื่อตรวจร่างกาย ก่อนที่หมอจะมาไปหากินข้าวที่ ตลาดสด “คุณนาย”  บริเวณรอบตลาดสดเป็นร้านขายขนมแห้ง แปลกใจ ไม่น่าเชื่อว่า ร้านอาหารตามสั่ง จะมาแทรกอยู่กับร้านขายขนมแห้งได้ โดยทำความสะอาด และทำกระโจมสังกะสีดูดอากาศที่ทำกับข้าวขึ้นด้านบน ที่ทำกับข้าวอยู่ด้านหน้าร้านซึ่งดูคับแคบมาก แต่ความคับแคบก็ทำให้ผู้ทำหมุนตัวหยิบจับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก ไม่ต้องเดินไปเดินมา ร้านนี้ผู้ขายเป็นหญิงวัยกลางคนขึ้นไปแล้ว อายุคงจะประมาณ ๕๕-๖๐ ปี ช่วยกันทำอยู่ ๓ คน คนละหน้าที่

กินข้าวจานด่วนเสร็จแล้ว ก็กลับมาหาหมอที่คลีนิกอีกรอบ  นั่งรอหมอไปด้วยดูลมหายใจไปด้วยเกือบจะหลับแล้ว กว่าหมอจะมาก็ปาเข้าไป ๓๐ นาที ช่วงที่รอคิวอยู่นั้นเป็นคิวของชายสูงวัยคนหนึ่ง เข้าไปหาหมอตรวจสักพักก็เดินออกมา ภรรยาหมอคนจ่ายยาเรียกให้ไปรับยา  แต่คนที่ไปรับกลับเป็นชายหนุ่มร่างบอบบางคนหนึ่ง ประคองคนที่มาตรวจเข้าไปรับยา พร้อมกับฟังภรรยาหมอบรรยายว่า ยาแต่ละอย่างกินอย่างไร ก่อนอาหาร หลังอาหารหรือก่อนนอน พยักหน้ารับแทนคนป่วย พร้อมกันนั้นก็ควักกระเป๋าสตางค์ออกมา เปิดกระเป๋าหยิบเงินมาจ่ายค่ายาให้กับภรรยาหมอ  จากนั้นก็ประคองคนป่วยเดินออกจากคลินิกไป  ซึ่งผมนั่งมองอยู่ตลอดเวลา ทำให้รู้สึกประทับใจในความเป็น “ลูก” ที่ปฏิบัติต่อ “พ่อ” ได้เป็นอย่างดี(ตามที่ผมคิดเอาเอง)

ได้ไปซื้อเครื่องเขียนที่ร้านศรีพงษ์กรุ๊ป แล้วไปซื้อบัตรเติมเงินของดีแท็กที่สี่แยกทางไปลับแล ไม่แน่ใจว่าชื่ออะไร หลังมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ อยากจะเข้าไปดูงานไอทีที่ราชภัฏแต่คนข้าง ๆ แย้งว่าคนมันเยอะรถมันติด เพราะวันนี้จะมีคณะครูหลายโรงเรียนพานักเรียนมาแข่งขันอะไรกันต่าง ๆ มากมาย จากนั้นไปที่เทสโกโลตัส  เห็นความเปลี่ยนแปลงของเทสโก มีการขยายพื้นที่ แยกร้านอาหารออกไปด้านนอกจากที่เดิม มีร้านดัง ๆ ที่คุ้นหูคุ้นตาทางทีวีอยู่ภายในบริเวณโรงอาหารอย่างมาก  ที่นี่ซื้อของนิดหน่อย แต่ก็หยิบแล้วหยิบอีก เลือกแล้วเลือกอีกกว่าจะตัดสินใจซื้อได้ เพราะคำนึงถึงเรื่อง “คุณค่าแท้” “คุณค่าเทียม” นี่แหละ

 

ขากลับออกจากเมืองมา มีรถกระบะโตโยคันหนึ่ง “สีขาว”  แต่เขาเขียนติดด้านท้ายว่า “รถคันนี้สีน้ำเงิน” ยังคุยกับคนข้าง ๆ ว่า ถ้าฝรั่งเขาอ่านกับเรา โดยเราบอกว่า “ดีสอีสเออะบลูคาร์” เขาจะตอบว่าอย่างไร คนข้าง ๆ ตอบว่า “โน่ ดีสอีสเออะไวท์คาร์” คุยกันเล่น ๆ อย่างสนุกสนาน ผมก็ว่า “แล่วฝรั่งเขาจะเข้าใจ๋ว่าจ๊ะใดน๊อง?” คนข้าง ๆ ตอบเล่น ๆ ว่า “เขากะบ่อว่าเฮาง่าวกะปี่” จากนั้นก็ขับเข้าปั้มลงไปยิงกระต่ายซื้อกาแฟ ขนมที่สะดวกซื้อ แล้วก็กลับมาบ้าน มาเปิดร้านเช็คของขายของอีกพักใหญ่ วันนี้ได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างที่บรรยายไม่หมด

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (4)

คุณมะเดื่อมีเื่พื่อนครูที่เคยสอนโรงเรียนเดียวกันที่อุตรดิตถ์ด้วยจ้ะ เคยมาแวะอุตรดิตถ์หลายครั้ง เพื่อนเคยพามาลอดโบสถ์ไม้สักด้วย ต่อไปที่น้ำตกแม่พูลถิ่นหลงลับแลจ้ะ

ชื่นชมการเขียนค่ะ ทุกการเดินทางได้เรียนรู้ นำมาแบ่งปัน ได้ทราบการดำเนินชีวิตของคนรอบข้าง ทราบมุมมองผู้เขียน จุดประกายความคิด ชอบอ่านค่ะ ขอบคุณค่ะ

     ขอบคุณเรื่องราวดีๆที่มาเล่าให้ฟังค่ะ ...พี่หนาน ...ครูมุกพาแม่ไปพบหมอตามนัด ...ครูมุกเห็นเด็กหนุ่มก้มลงถอดรองเท้าให้แม่ เพราะแม่ต้องชั่งน้ำหนก แต่ด้วยความชราแม่ถอดรองเท้าไม่ถนัด เด็กหนุ่มละจากการประคอง ก้มลงถอดรองเท้าให้แม่ แม่เซนิดหนึ่งครูมุกอยู่ใกล้พอดีเลยช่วยประครอง...เด็กหนุ่มกล่าวขอบคุณครูมุกยิ้มตอบพร้อมกับพูดว่าไม่เป็นไร ...ในใจคิดเด็กคนนี้ช่างกตัญญูดีแท้น้อ...

ขอบคุณทุกท่านมากครับ ชื่นชมเรื่องเล่าจากครูมุกเช่นกันครับ