อนุทิน #128939

       ๐๙.๓๐ น. เป็นกรรมการในการพิจารณาเจ้าหน้าที่กระทำการละเมิด...กรณีมีอยู่ว่า ม.จ้างเจ้าหน้าที่สองผัวเมียให้มาดูแลเรื่องโรงน้ำของ ม. เจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งเป็นผู้ดูแลเรื่องเก็บเงินส่งงานคลัง โดยมีรองฯ อธิการบดี ดูแล ความเป็นจริง รองฯ ไม่ค่อยได้เข้าไปดูแล แต่เจ้าหน้าที่ที่เก็บเงินส่งงานคลัง รู้ว่า สองคนผัวเมียทำผิด แต่ไม่รายงานให้รองฯ อธิการ ทราบ...ผลสรุป คือ ให้สองคนผัวเมียชดใช้เงิน จำนวน ๒๕๐,๐๐๐ บาท ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เก็บเงินส่งงานคลังในฐานะที่ทราบเรื่องแล้วไม่รายงานให้ผู้บริหารทราบฯ มีความผิดทางละเมิด ๒๐ เปอร์เซนต์ สำหรับรองฯ บริหารในฐานะที่ควบคุม ดูแล แต่ปล่อยปละละเลย มีความผิด ฯ เช่นกัน อีก ๒๐ เปอร์เซนต์ สำหรับ ๒ ราย หลัง ถ้าสองคนผัวเมียนำเงินมาชำระจนครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็จะไม่ต้องถูกความผิดทางละเมิดคนละ ๒๐ เปอร์เซนต์

       นี่แหล่ะ!!! เงินหลวง ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ กรรมทันตาเห็นชัด ๆ คิดว่าเป็นเงินตนเอง เรื่องจะเป็นอย่างไร ก็ต้องส่งเรื่องต่อให้คณะกรรมการ ฯ ต่อไป...การที่ฉันเป็นกรรมในครั้งนี้ ใช้ประสบการณ์ของฉันในฐานะที่ฉันเป็นเจ้าหน้าที่การเงิน ก่อนที่จะมาบรรจุเป็นข้าราชการเมื่อ ๓๐ ปี ที่แล้ว (ความรู้ฉันยังใช้ได้ และได้แนะนำให้ม. ควรปรับปรุงในเรื่องใดบ้าง เพราะฉันรู้ในกระบวนการทำธุรกิจ เพราะฉันเคยปฏิบัติมาก่อนว่า ควรอุดช่องโหว่ด้านการเงินตรงไหนบ้าง?)..."เงินทองเป็นของบาดตา บาดใจ ถ้าใครห้ามใจไม่ได้ละก็ มีหวังเป็นแบบรายนี้" จร้า...เทียบกับตัวฉัน จับเงินวันละล้านกว่าบาท ในสมัยก่อน ไม่เคยแม้แต่สตางค์เดียวที่จะนำมาเข้ากระเป๋าตนเอง...(ความซื่อสัตย์ เท่านั้นที่จะคุ้มครองตัวเราเองจริง ๆ จร้า...ทำดีได้ดีคร้า)...

       ข้อเสนอแนะของฉัน...ควรให้มหาวิทยาลัยแต่งตั้งผู้ดูแลที่ชัดเจนและลงไปควบคุมอย่างเข้มงวด เพราะงานนี้ไว้ใจไม่ได้ ถ้าเป็นงานราชการก็ต้องออกอย่างเดียว...ถือว่าทุจริตต่อหน้าที่...

เขียน:

ความเห็น (2)

ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน ;)…

กำเมือง “ซื่อกิ๋นบ่าหมด คดกิ๋นบ่าเมิน” ครับอาจารย์บุษย์