อนุทิน #128523

 

สัปดาห์ที่14 แล้วสอนนักเรียนเรื่องความหนาแน่นของวัสดุและเรื่องเสียงกับการได้ยิน ความหนาแน่นคือ มวลของวัตถุต่อหนึ่งหน่วยปริมาตร มีสูตรคือ ความหนาแน่นเท่ากับ มวลหารปริมาตรโดยมวลหรือน้ำหนักนี้มีหน่วยเป็นกรัมหรือกิโลกรัม ส่วนปริมาตรมีหน่วยเป็นลูกบาศก์เซนติเมตรและลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้จะตอบหน่วยปริมาตรแบบไหนเราต้องดูว่าโจทย์กำหนดให้มวลหรือน้ำหนักเป็นกรัมหรือกิโลกรัม ถ้าหน่วยเป็นกรัมก็ตอบหน่วยปริมาตรเป็นลูกบาศก์เซนติเมตร แต่ถ้าน้ำหนักเป็นกิโลกรัมหน่วยปริมาตรจะตอบเป็นลูกบาศก์เมตร ส่วนหน่วยความหนาแน่นก็เหมือนกันถ้าน้ำหนักเป็นกรัม หน่วยตอบเป็นกรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร แต่ถ้าน้ำหนักเป็นกิโลกรัม หน่วยปริมาตรจะตอบเป็นกิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเรื่องนี้เป็นพื้นฐานการคำนวณ จึงไม่ค่อยมีทฤษฎีในการจดจำ แค่อาศัยพื้นฐานการคิดเลข บวก ลบ คูณหารเล็กน้อย และจากนั้นเรียนเรื่องเสียงกับการได้ยิน เสียง เป็นคลื่นกลที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของวัตถุ เมื่อวัตถุเกิดการสั่นสะเทือน จะทำให้เกิดการอัดตัว และขยายตัวของคลื่นเสียง และถูกส่งผ่านตัวกลางที่เป็นสสารอยู่ในสถานะ ก๊าซ ของเหลว ของแข็ง(คลื่นเสียงจะไม่ผ่านสุญญากาศ) ไปยังหู ทำให้ได้ยินเสียงเกิดขึ้น เสียงเกิดขึ้น เมื่อวัตถุหรือแหล่งกำเนิดเสียง มีการสั่นสะเทือน ส่งผลต่อการเคลื่อนที่ของโมเลกุลของอากาศที่อยู่โดยรอบกล่าวคือโมเลกุลของอากาศเหล่านั้นจะเคลื่อนที่จากตำแหน่งแหล่งกำเนิดเสียงไปชนกับโมเลกุลของอากาศที่อยู่ถัดออกไป จะเกิดการถ่ายโอนโมเมนตัมจากโมเลกุลที่มีการเคลื่อนที่ไปให้กับโมเลกุลของอากาศ ที่อยู่ในสภาวะปกติ จากนั้นโมเลกุลที่ชนกันจะแยกออกจากกันโดยโมเลกุลของอากาศที่เคลื่อนที่มาชนจะถูกดึงกลับไปยังตำแหน่งเดิมด้วยแรงปฎิกิริยา และโมเลกุลที่ได้รับการถ่ายโอนพลังงาน ก็จะเคลื่อนที่ต่อไปและไปชนกับโมเลกุลของอากาศที่อยู่ถัดไป เป็นดังนี้ไปเรื่อยๆ จนเคลื่อนที่ไปถึงหู เกิดการได้ยินขึ้น เสียงที่เกิดขึ้นมีหลายลักษณะ เช่น เสียงดัง เสียงค่อย เสียงสูง เสียงต่ำ เสียงทุ้ม เป็นต้นวัตถุที่มีการสั่นสะเทือนมากจะทำให้เกิด เสียงดังวัตถุที่มีการสั่นสะเทือนน้อยจะทำให้เกิด เสียงค่อย วัตถุแต่ละชนิดจะมีความดังที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับความสามารถในการสั่นสะเทือนของวัตถุนั้นๆ เช่น วัตถุชนิดหนึ่งมีการสั่นสะเทือนมากกว่าวัตถุอีกชนิดหนึ่ง เมื่อถูกเคาะด้วยแรงเท่ากัน และวัตถุที่ใช้เคาะชนิดเดียวกัน วัตถุที่สั่นสะเทือนมากกว่าจะทำให้เกิดเสียงที่ดังกว่า เป็นต้นการให้เด็กได้ลงมือทำเอง ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ได้ดีที่สุด

 

 

 

 

เขียน:

ความเห็น (0)