อนุทิน #128489

วันนี้ผมกับคุณเสือ เดินทางไปเยี่ยมโรงเรียนที่ประถมขยายโอกาส สังกัด สพป.กาฬสินธุ์ เขต 1 2 โรงเรียนคือ ร.ร.บ้านนาแกห้วแฮดส้มโฮง และ ร.ร. ด่านใต้วิทยา 

ข้อสังเกตที่ ร.ร.บ้านนาแกฯ 

  • ผอ.ประสงค์วิสัยไกลมาก มีการนำเทคนิคต่างๆ จากทั้งต่างประเทศและในประเทศมาพัฒนาโรงเรียนตนเอง เช่น การทำแผนที่อาเซียนขนาดยักษ์ (และแผนที่โลก) สลักไว้บนพื้นให้เด็กนึกเชื่อมโยงขนาดและตำแหน่งจริง เหมือนที่ สิงคโปร์ชอบทำ...
  • ที่โรงเรียนเปิดให้บริการอินเตอร์เน็ต wi-fi ทั่วบริเวณโรงเรียน ไม่เฉพาะครูและนักเรียน แต่เพื่อวัยรุ่นเลือดใหม่ในหมู่บ้าน ที่แต่ก่อนเพ่นพ่านก่อเรื่อง 
  • คุณครูบอกผมว่า เด็กๆ ที่ใช้อินเตอร์เน็ต เล่น facebook ได้เกือบหมด ....สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ปกครองฐานะดี และต้นทุนเรื่องไอซีทีโดดเด่น ......ผมพยายามชี้ให้เห็นโอกาสของ Flip-class-room 
  • ที่นี่จ้างครูชาวต่างชาติชาวฟิลิปปินส์ 2 ท่าน ท่านหนึ่งมีลูกสาวเรียนที่นี่ด้วยทั้ง 2 คน .... นี่เป็นโอกาสของโรงเรียนที่จะมอบหมายให้ครูท่านนั้นทำงานเพื่อเด็กๆ อย่างเต็มที่ เพราะที่นี่คือ "บ้าน" ของท่านแล้ว 
  • การสอนของครูยังไม่ปรับเปลี่ยนวิธีการมากนัก เป็นการสอนเชิงเดี่ยว PLC ครู ยังไม่เห็นชัด ที่เห็นชัดคือความพยายามของผู้อำนวยการ .... สู้ๆ ครับท่าน 
  • ครูส่วนใหญ่คงใกล้เกษียณแล้ว มีครูหนุ่มสาวน้อย การทำ teachless learnmore ด้วย ICT เป็นเรื่องที่ต้องนำมาพิจารณา แม้ว่าจะยาก ดังที่บอกว่าครูที่ถนัดไอซีทีต้องเป็นกำลังสำคัญ
  • คุณครูสมบูรณ์ ที่สอนภาษาไทย ตั้งใจมาก ท่านใช้เพลงในการสอน ผมนึกถึงคุณครูที่โรงเรียนนาโพธิ์ สพป.มค.3
  • ครูณัฐวุฒิ เป็นครูรุ่นใหม่ จบมาทางวิทย์ ชีววิทยา ด้วยชะตาอย่างไรไม่รู้ ต้องมาเป็นครูคณิตศาสตร์ มุ่งมั่น ตั้งใจ ขวนขวาย ท่านใช้เกมส์คณิตศาสตร์ที่สิืบค้นได้ทางอินเตอร์เน็ตมาสอน....ดีครับ... แต่ควรมี PLC พี่เลี้ยงช่วยแนะและสะท้อนผลที่เกิดกับเด็ก .... 

ผมคอมเมนต์กับ ร.ร. บ้านนาแกฯ

  • ออกแบบให้ "เรียนรู้จากธรรมชาติ"  เป็นข้อคิดแนะเมื่อได้เห็น ครูสอนอนุบาลมอบหมายงานให้เด็กๆ ทำ "ดอกไม้" เดาว่าวิธีการคือครูพาทำ พาพับ พาจับ แล้ววางให้ทุกคนทำเอง ผลคือ เด็กๆทุกคนทำได้ ทุุกคนทำเหมือนกันหมด ถามว่า "ดอกอะไร" เด็กเงียบ... มีเสียงตอบ "ดอกไม้"..... ผมคิดว่าเด็กอนุบาล 2 รู้จักดอกไม้หลายชนิดแล้ว หากขยายต่อจากตรงนี้เป็น "ดอกอะไร....." เติมมิติของการเรียนรู้ "เรื่องราว" และ "ความหมาย" โดยวิธีง่ายๆ วิธีหนึ่งคือ มีดอกไม้จริงๆ มาวางไว้ให้เด็กทดลองทำดู หรือเรียกว่า "เรียนรู้จากธรรมชาติ" จริงๆ น่าจะดี...
  • ผมเสนอกับ อ.แอนดี้ ชาวฟิลิปปินส์ว่า วิธีการหนึ่งที่ได้ผลมากคือ การสร้าง "เด็กแกนนำ" หรือ "เด็กจิตอาสา" (ตามครูศิริลักษณ์ ชมพูคำ) เพราะผลงานวิจัยชี้ชัดว่า "วิธีการเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการสอน" ดังนั้นการใช้เด็กจิตอาสา ช่วยในการสอนภาษาอังกฤษแล้ว นอกจจะช่วยการสะกดคำ และรู้จริง ไม่ใช่จำท่องแบบนกขุนทองไม่รู้ความหมายแล้ว ยังช่วยให้เด็กแกนนำแก่งขึ้น
  • ผมเสนอกับครูณัฐวุฒิว่า "ขั้นบันไดที่เหมาะสม" คือปัจจัยสำคัญมากในการทำให้เด็กนักเรียน เรียนแบบมีความสุขสนุกที่ได้เรียน
  • ผมบอกครูสมบูรณ์ ที่สอนด้วยเพลงว่า "การเลือกเพลง" ถ้าครูเป็นคนเลือก เหตุผลในการเลือกเพลง คือสิ่งที่ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ KPA ที่ต้องการ  ถ้านักเรียนเลือก "นักเรียนจะเลือกเพลงที่ตนเองรู้และร้องได้" ความสนุกและรักเรียน ความเพียรเรียนเองก็จะเกิดขึ้นได้ง่าย .... ผมว่าอาจต้องใช้ทั้งสองวิธี... 
  • คุณครูสอนพลศึกษาท่านบอกว่า วิธีสอนของท่านเน้นจาก ปฏิบัติ -> ไปสู่ทฤษฎี  ผมเสริมท่านทันทีว่า มีทฤษฎีหนึ่งที่ผมถือปฏิบัติเป็นหลักการคือ ระเบียบวิธีวิจัยแบบ "แผ่นดินแม่" ของ ศ.ดร.เจตนา......
  • ผมบอก ผอ.ประสงค์ว่า วันนี้ที่ได้เยี่ยมชั้นประถม  PLC ครูยังไม่เกิด การสอนยังคงเน้นการสอนแบบเดี่ยว อยู่ในขั้นกิจกรรม  การสอนยังไม่ได้เน้นกระบวนการ.... ครั้งหน้าจะกลับไปเยี่ยมมัธยม
  • ขณะทานอาหารเที่ยง ผมสรุป "หลักการเรียนรู้ จากหนังสือ How learning work" ที่ ศ.นพ.วิจารณ์ ตีความไว้ และผมนำมาตีความต่อดังนี้
    • ความรู้เดิมสำคัญต่อการเรียนรู้   โดยมากเราเรียนรู้แบบ งอกความรู้ใหม่ ดังนั้น วิธีการคือต้อง "สำรวจความรู้เดิม แล้วค่อยเติมความรู้ให้งอกใหม่"
    • นักเรียนจะได้เรียนรู้ก็ต่อเมื่อ "ได้คิดหรือได้ทำเอง" เท่านั้น นี่คือเหตุผลสำคัญที่ครูต้องหันมาเป็นนักออกแบบให้นักเรียนได้ฝึกคิด ฝึกทำ เราเรียกหน้าที่แบบนี้ว่า เป็น "ครูฝึก"
    • วิธีคิดของนักเรียนมีผลต่อการเรียนรู้  ดังนั้นวิธีการคือต้อง เปิดโอกาสให้นักเรียนได้สร้างความรู้ขึ้นเอง (constructivism) แน่นอน ไม่ใช่จำ จด ท่อง แต่เป็นการท้าทายให้ทดลองหาคำตอบเอง และให้ได้นำเสนอผลงานของตนเองด้วย
    • อารมณ์และความรู้สึกมีผลต่อการเรียนรู้ ดังนั้นสิ่งที่ครูควรเตรียมให้เกิด "ในใจ" ของนักเรียนคือ ความผ่อนคลาย เพราะผลงานวิจัยชี้ชัดว่า คนเรียนรู้ตอนผ่อนคลายได้ดีกว่า
    • สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ มีผลต่อการเรียนรู้  นี่คือสาเหตุที่สำคัญที่ประเทศใดๆ นั้นก็พยายามสร้างสรรค์สร้างแหล่งเรียนรู้ให้หลากหลาย
    • การเรียนแบบรู้จริง (Mastery Learning) คือสิ่งที่ทุกคนต้องนำมาพิจารณา หาวิธีออกแบบให้นักเรียนได้เรียนด้วยการ ลงมือทำ (Learning by Doing) และนักเรียนต้องได้ สะท้อนบทเรียน (Reflection) 
    • Feedback ของครูหรือผู้ฟัง เป็นสิ่งสำคัญ ทำให้เกิดการเรียนรู้ ยิ่งคอมเมนต์คมเท่าใด ผู้ปฏิบัติที่รับฟังจะได้พัฒนามากขึ้นเท่านั้น
  • วันนี้ผมไปกับ ศน.สายรุ้ง (ผมถือวิสาสะ เรียกท่านว่า พี่สายรุ้ง) ผมรู้สึกว่า ท่านเก่ง ผมบอกท่านตรงๆ ว่า ศน. ที่ สพป.กส. 1 มีพลัง พลังที่จะขับเคลื่อนฯ ต่อ ท่าน ศน.สุริยา มีทีมที่เข้มแข็งครับ
เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)