อนุทิน #128089

เกิดอาการเบื๊อก ๆ กำเริบขึ้นมาอีกแล้ว...วนิดา

ระหว่างฟังการแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ เกี่ยวกับการไปปฏิบัติธรรม ณ วัดเขาแก้วเสด็จ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี  ตามโครงการของ สพฐ.จัดอบรมธรรมะให้กับคุณครู  โรงเรียนในฝันทุกโรงเรียนทั่วประเทศเข้ารับการอบรมเป็นรุ่น ๆ ซึ่งอบรมวันพุธที่ ๒๑ - ๒๕  สิงหาคม ๒๕๕๖

จึงได้ระลึกถึงเหตุหนหลัง ที่ทั้งไม่อยากทำและอยากทำ  ท่ามกลางกระแสความเห็นต่าง ๆ หลาย ๆ มุม

วนิดาปฏิบัติราชการอยู่ในโรงเรียนในฝันกะเขาด้วย ไม่เคยภูมิใจเท่ากับการเป็นโรงเรียนวัด ๆ เดินไปลูบหัวน้องหมา น้องแมว ไปคุยกับหลวงลุง  หลวงตา นั่งกินขนม น้ำ กินข้าว  สารพัดอย่างที่หลวงลุง  หลวงตา  คุณแม่ชี อนุญาตให้กินได้  แล้วยังนำมาโปรยไก่ทำทานลูกศิษย์ได้อีกด้วย บรรยากาศแบบนี้มีที่ไหนอีก  (ใจและความคิดแบบเบื๊อก ๆ ของวนิดา..เกิดขบถไปแล้วตั้งแต่ นโยบายส่วนกลางกำหนดให้โรงเรียนเป็นโรงเรียนในฝัน...ทั้ง ๆ ที่ไม่อยากเป็นนนนนนนนน...น)  แต่ก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาซึ่งผู้บังคับบัญชาก็ไม่อยากทำ  เพราะเล็งเห็นแล้วว่าผลได้  ผลเสียเป็นอย่างไร แต่ก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาและให้ความร่วมมือกับผู้ร่วมงาน  เพราะเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว  แต่ใจและความคิด  รวมไปถึงเจ้าลูกศิษย์ตัวแสบ ๆ ทั้งหลาย เกิดขบถทางความคิดเช่นเดียวกันกับครู  จึงทำให้รู้สึกว่า....ประเทศยังฝากความหวังไว้กับไอ้แสบทั้งหลายได้  ด้วยคำถามแบบเบื๊อก ๆ เหมือนกัน....ละเราเป็นโรงเรียนในฝันแล้วมันต่างกันตรงไหนกันครับครู ? เออ ! จริง บางวันไม่อยากมาโรงเรียน เพราะมีกิจกรรมซ้อมทั้งวี่ทั้งวัน อยากเรียนก็ต้องได้เรียนดิครู ? เออ ! ใช่  ละงี้พวกเราก็ต้องมาลุยเรียนกันเพลินเลยดิครู ? คงง้านนนนนน  ละตอนสอบโอเน็ตก็ต้องมานั่งเรียนตั้งแต่เช้ายันห้าโมงเนี่ย...นะครู....ไม่ยุติธรรมสำหรับชีวิตวัยรุ่นอย่างพวกผมเลย...."จารย์ ? ยังไงไม่ยุติธรรมยังไง... ก็ถึงเวลาเรียนพวกผมก็เรียนเต็มที่  เวลาเล่นก็ต้องมีบ้างไรบ้าง  ชีวิตเราไม่ใช่...โอเน็ต ทั้งหมดนะ.... "จารย์ เออ ! เข้าท่าว่ะ...

ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันใจหนึ่งไม่อยากไป เพราะว่าโรงเรียนต้องปิดเรียนไปถึง ๓ วัน  ลูกศิษย์คงสุขใจที่ได้พักยาว  หากเราเป็นเด็ก ๆ เราก็คงดีใจเช่นนี้  แต่นึกถึงกิจกรรมอะไรต่ออะไรที่เป็นปฏิทินกิจกรรมเดือนสิงหาคมนี้ของโรงเรียน  ก็ปาเข้าไปแล้วถึง ๓ กิจกรรม  คือ วันแม่  วันอาเซียนแค่วันอาเซียนก็กลายเป็นสัปดาห์นรกทั้งครูและลูกศิษย์ได้แล้ว ใช้เวลากว่าสองอาทิตย์จะเสร็จ  ละให้โรงเรียนเป็นศูนย์อาเซียนเข้าไปอี๊ก อลังการ....งานเยอะจุงเบย.... ครูก็ได้สอนตามอัตภาพ  ลูกศิษย์ก็กิจกรรมเพิ่มตามอัตภาพ   (อยากรู้ว่าในชาติอาเซียนด้วยกัน...เขาเป็นอย่างเรามะ ?) แต่โดยภาพรวมยังปลื้มใจได้บ้างว่า...ลูกศิษย์ได้คิด  ลงมือทำและแสดงฝีมือด้วยตนเอง  พอให้ยิ้มและหัวเราะกันได้บ้าง   ดีที่ไม่จัดวันวิทยาศาสตร์  สิ้นเดือนสิงหาคมก็มีกิจกรรมเข้าค่ายสิ่งแวดล้อมของพี่ ป.๕  เข้าค่ายลูกเสือของพี่ ป.๖ และ พี่ ม.๓ เหลือเดือนกันยายนที่ดูจะเต็มเดือน  แต่ก็คงเข้าบรรยากาศเดิมคือ ...มาเร่งสอน  ตะลุย  และตะลุย  สอบปลายภาค  ชีวิต....นรกทั้งครูและลูกศิษย์  นี่ยังไม่รวมกิจกรรมติวโอเน็ตในภาคเรียนที่ ๒ โดยเริ่มคาบเช้า เวลา ๐๗.๓๐ - ๐๘.๓๐ น. เรียนตามปกติไปจนถึง ๑๕.๓๐  และเพิ่มคาบตอนเย็นตั้งแต่ ๑๕.๐๐ - ๑๗.๐๐ น.  เฮ้อ ! ลูกศิษย์บ่นกันทุกรุ่น ขอแค่คาบเช้าพอค่ะอาจารย์ ตอนเย็นไม่ไหว มันล้า  ครูวนิดาสบตาลูกศิษย์ ครูก็เช่นเดียวกันกับเธอน่ะแหละ อย่าไปนับงานพัสดุที่รับผิดชอบ  อย่าไปรวมงานอื่น ๆ ที่ทยอยตามมานอกเหนือจากงานสอน  อย่าไปนับว่ามีคาบพักไหม  เพราะบางวันสอนเต็มหกคาบ  ได้พักรับประทานอาหารกลางวัน ๑ ชั่วโมง  ถือว่าโชคดีมากแล้ว  และก็อย่าไปนับ...ครูลา  ครูไปราชการ  สอนแทนกัน...หนุกหนาน อย่าไปนับ.....

จะดีกว่าไหม.....หากเราไปจัดอบรมตอนที่ครูปิดเทอม ก็อบรมได้เหมือนกันนี่นา.....  ในคาบปกติพอเจอกิจกรรมแต่ละกิจกรรมเข้าไป  อย่าว่าแต่ตะลุยสอนเลย  สอน ๆ ไป ต้องตะลุยกะอิลูกศิษย์ที่เรื่อยเปื่อย เฉื่อยแฉะด้วย  จะให้ทิ้งไปได้ยังไง  มองสบตาไปก็ตาดำ ๆ ทั้งนั้น  เห็นแก่ประเทศชาติและเยาวชนของชาติจะดีกว่ามะ ? 

หากในคาบที่สอน....ได้สอนเต็มที่ ได้มีเวลาเตรียมสอน ถึงสอนแทนก็ไม่กลัว  รวมไปถึงเก็บก๊วนเฉื่อยและไม่เฉื่อยได้หมด  ไม่ตกหล่นสักคน  ถามว่าจะต้องไปเปิดคาบนรก ๆ สอนกันแต่เช้ามะ  บางคนสภาพน่าสงสารมาก  ยิ่งกว่าวัลลีอี๊ก...ลูกศิษย์บางคนอยากมาเรียนคาบเช้า  แต่ต้องช่วยแม่ขายของตอนเช้าก่อนมาโรงเรียน  ตอนเย็นก็ต้องรีบกลับไปเก็บล้างช่วยแม่  ความแตกต่างรายบุคคลมีอีกมากมาย  แม่ทำงานคนเดียว  ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ ยังมีลูกศิษย์อีกประมาณ  ๑๐ กว่าคน  ที่เป็นแบบนี้  แล้วทำยังไง  ครูอย่างฉันเองได้แต่เพิ่มเติมในคาบปกติสุดกำลังเท่าที่ทำได้  (หากลำไส้อักเสบไม่กำเริบซะก่อน) ฉันเองคงมองสบตาลูกศิษย์ได้ไม่เต็มตานัก  เพราะสิ่งที่ลูกศิษย์ทำ...เป็นสิ่งที่ฉันภูมิใจมากกว่า  สพฐ.พอจะเข้าใจ...อะไรบ้างไหม..วะเนี่ย

เรื่องต่อไปก็คือความขัดแย้งทางความคิดของตัวเอง......ที่ต้องไปปฏิบัติธรรม  ทำให้เกิดคำถามคิดถามตัวเองต่าง ๆ มากมาย  ว่าเราไป..ปฏิบัติธรรมที่นี่  จะทำให้เราเกิดความสงบจริง ๆ ไหม ?

คำตอบที่ได้ที่คิดไปทวนมา  เราต้องวางใจ เราไปปฏิบัติธรรม  ไม่ว่าจะที่ใด ๆ บุญเกิดจากการกระทำของเรา  เรามีความคิด  ความคิดที่พระพุทธเจ้าสอนตามหลักกาลามสูตรนี่หว่า....

http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=2471d57b9fc11e3a

เพราะง้านนนนน.......เราจะไปปฏิบัติธรรมด้วยจิตที่ผ่องแผ้ว เมื่อคิดทบแล้ว....ทวนอีก...ทำให้การไปปฏิบัติธรรมครั้งนี้มีข้อไม่ชอบใจอยู่บ้าง  แต่มีใจแน่วแน่ซะอย่างว่าเรา....จะต้องระงับเหตุทั้งหลายด้วย ศีล  สมาธิ  และปัญญา  และพิจารณาไตรลักษณ์ 

สรรพสิ่งที่ สพฐ.กำหนดอาจมีสิ่งที่ท้าทายใจเรา...รออยู่ข้างหน้าอีกไม่กี่ชั่วโมงนับจากนี้

เอาวะ....วนิดา  ถือข้อดีอีกอย่าง...ได้ลดน้ำหนักไปด้วยนะวุ๊ย ๕ วัน  ก็คงจะได้สักวันละขีด..สองขีด  นี่ถือเป็นข้อดีอีกข้อ....นา

(@^_____________^@)

 

 

 

 

เขียน:

ความเห็น (3)

คุณครูเขียนเป็นบันทึกได้เลยนะครับ ;)…

แฮ่ะ ๆ ตั้งใจว่าจะเขียนในบันทึกค่ะ  แต่ด้วยที่ไม่ทันดูตาม้าตาเรือ ไปกดเอาอนุทินเข้า ก็เลย...ต้องเลย...ตาม...เลย เพราะปาไปจนใกล้จบแล้ว  ไม่รู้จะทำอย่างไร เลยเป็นอย่างที่อาจารย์เห็นนี่ล่ะค่ะ

แสดงว่าใจไว...กว่ามือ  เขียนไม่ทันความคิด...ตัวเอง  อาจารย์...เคยเป็นไหมคะ ?  อิ อิ

(n___n) !