อนุทิน #127562

เกษตรกรเริ่มก้าวนำนโยบายของชาติ (Virtualization of industry operations)

ลอยตัวน้ำตาลส่อแววล่ม หลังอ้อยขั้นต้นราคาตก  เศรษฐกิจ 8 August 2556
http://www.thaipost.net/news/080813/77524
สอน.รับลอยตัวน้ำตาลยังไม่คืบ หลังพบราคาอ้อยขั้นต้นปี 2556/2557 ส่อแววต่ำสุดในรอบ 5-6 ปี อยู่ที่ 850 บาท ขณะที่ต้นทุนจริง 1,200 บาท ชาวไร่จวกแผนส่งเสริมนาข้าวมาปลูกอ้อยไม่ชัดมีหวังเจ๊ง
  ...เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายโดยการลอยตัวราคาน้ำตาลทรายว่า ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด เนื่องจากราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิตปี 2556/2557 มีแนวโน้มต่ำสุดในรอบ 5-6 ปี โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 850 บาทต่อตัน ในขณะที่ต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 1,200 บาทต่อตัน ดังนั้นหากลอยตัวราคาน้ำตาลทรายในประเทศ ส่วนต่างที่เกิดขึ้นต้องให้กองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย (กท.) กู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) เพื่อเพิ่มราคา ดังนั้นการลอยตัวก็ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ
 “รัฐบาลเองต้องการให้มีการลอยตัวราคาน้ำตาลภายในฤดูหีบนี้ สอน.ก็พยายามที่จะพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะราคาอ้อยขั้นต้นต้องประกาศเดือน ก.ย.นี้ จะพัวพันต่อเนื่องในแง่ของกองทุนอ้อย ที่ขณะนี้ยังมีหนี้เก่าค้าง ธ.ก.ส. ถึง 1.1 หมื่นล้านบาท และจะชำระหนี้หมดในเดือน มิ.ย.57 ถ้ากู้อีกการลอยตัวน้ำตาลจะยิ่งกลายเป็นภาระมากขึ้นหรือไม่”...

...นโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้เปลี่ยนพื้นที่การปลูกข้าว 27.4 ล้านไร่ มาปลูกอ้อยนั้น ทาง สอน.ได้ชี้แจงให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าใจและเห็นว่า จะนำร่องโครงการ 4.1 ล้านไร่ก่อน พร้อมทั้งจะเสนอให้รัฐบาลต้องเร่งส่งเสริมให้เกิดโรงงานน้ำตาลให้มากพอก่อนจึงค่อยส่งเสริมการปลูกอ้อย...
...ประธานชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน กล่าวว่า การส่งเสริมให้นำนาข้าวที่ไม่เหมาะสมมาปลูกอ้อยโดยยังไม่มีความชัดเจนและความรอบคอบต่อนโยบายที่จะออกมา ถ้าปริมาณอ้อยสูงเกินกำลังหีบอ้อย จะไปไหน ใครจะรับผิดชอบ แล้วปริมาณที่สูงมากราคาอ้อยตกต่ำ รัฐบาลพร้อมช่วยเหลือหรือไม่...

[I think we are moving into a {modern} feudal systems, where landlords are replaced by captains of industries and leaders of sector interests. All are lobbying and juggling their positions and issues for improvements for their members and followers. While things are in motion (chaos) it is quite difficult to see what (order) this will lead to. But what seems very likely is that inductries cannot stay on in their own (specialised) operations, they need to run with virtual operation systems ready to switch from one to another operation. The question is how to develop and implement virtual machines (of industries). Those who run VM on computers will have ideas of virtualization. VM concepts in industries are not really new, but (we) need new languages and vocabularies for better understanding.

Why do we need VM in industries? To support several and diversed operations --not just production, but sales and market development, R&D and techonologies, HR development,... too. Each operation is different in nature and goal, but all rely on common resources. In the 21C, it is predicted that models of businesses will change several times before they settle down. Commitment to one operation can make organizations less adaptive and more vulnerable to attacks from competing organizations (in the 'market'). We can talk more as it is an odd but important concepts. I will do that later ;-) ]

เขียน:

ความเห็น (1)

คำว่าบูรณาการทุกภาคส่วน อย่างที่นายก ฯ ชอบใช้จึงสำคัญ ถ้าจะเปลี่ยนจากปลูกข้าวเป็นอ้อย ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับอ้อย ก็ต้องคุยกัน มีคำว่า "ถ้า" ให้ครอบคลุมทุกเรื่องที่เกี่ยวของ แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะทำอะไร อย่างไร มิฉะนั้น แก้ปัญหานี้ก็ไปเจอปัญหาอื่น ๆต่อไป จะทำเฉพาะส่วนของตนโดยไม่สนใจความเกี่ยวของโยงใยกับสิ่งอื่นนั้นไม่ถูกต้องเหมาะสมเพราะสรรพสิ่งในโลกเกี่ยวข้องเป็นเหตเป็นผลกันเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว