อนุทิน #127440

สพฐ.ได้ฤกษ์เปิดตัว “โรงเรียนสุจริต” แห่งแรก สาระน่ารู้ 4 August 2556
http://www.thaipost.net/tabloid/040813/77322

ความพยายามในการสร้างต้นแบบบุคลากรของชาติที่มีความซื่อสัตย์ มีคุณธรรมภายใต้โมเดลโรงเรียนสุจริตของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีการเปิดตัวโรงเรียนสุจริตต้นแบบขึ้นเป็นแห่งแรก ที่โรงเรียนนกเขาเปล้า อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี โดยมีพิธีจัดอบรมโครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลในสถานศึกษา (โรงเรียนสุจริต) ที่โรงเรียนบ้านนกเขาเปล้า...
... สพฐ.ได้จัดทำโครงการโรงเรียนสุจริตขึ้น โดยคัดเลือกโรงเรียนจำนวน 225 แห่งเป็นโรงเรียนนำร่อง...มีความพร้อมในทุกด้านในการเป็นโรงเรียนต้นแบบ ประกอบกับเป็นโรงเรียนต้นแบบด้านเศรษฐกิจพอเพียงของกระทรวงศึกษาฯ ปัจจุบันมีนักเรียน 228 คน และครู 17 คน
  ...นักเรียนจะได้รับการปลูกฝังด้านคุณธรรม จริยธรรม ซื่อสัตย์ ไม่ทุจริต คดโกง ผ่านกิจกรรมหลากหลาย เช่น การเข้าค่าย 5 ฐานคือ ฐานที่ 1 มีทักษะกระบวนการคิด เปรียบเทียบ แยกแยะแง่มุม โทษของการทุจริต/ไม่ทุจริต ฐานที่ 2 มีวินัย ปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับของโรงเรียน รู้จักและเคารพสิทธิผู้อื่น ฐานที่ 3 ซื่อสัตย์สุจริต ละอาย เกรงกลัวต่อการกระทำผิด ฐานที่ 4 อยู่อย่างพอเพียง ดำเนินชีวิตอย่างประหยัด ใช้ทรัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คุ้มค่า เก็บรักษาดูแลอย่างดี ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน
  และฐานที่ 5 มีจิตสาธารณะในการช่วยเหลือผู้อื่น รวมทั้งการประพฤติปฎิบัติตนอื่นๆ เช่น อ่านข่าวหน้าเสาธงเรื่องโทษของการทุจริต เป็นต้น โดยจะมีการประเมินโครงการปลายเดือนกันยายน 2556 นี้ เพื่อตรวจสอบว่าเด็กมีพฤติกรรมดีขึ้นหรือไม่ จากนั้นจะได้ขยายผลไปสู่โรงเรียนอื่นต่อไป
  ... ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนกเขาเปล้า กล่าวว่า โรงเรียนมี 3 ยุทธศาสตร์ในการดำเนินการคือ 1.การป้องกันการทุจริต 2.เสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับเรื่องสุจริต และ 3.การเชื่อมโยงจากเด็กสู่ครอบครัวและชุมชน ซึ่งจะปลูกฝังให้เด็กเป็นคนดีไปจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ตลอดจนเผยแพร่ความรู้สู่ครอบครัว ชุมชน/หมู่บ้าน และสังคมของตนต่อไป
  ส่วนการประเมินผลระดับโรงเรียนมีตัวชี้วัดประเมิน มีเกณฑ์อยู่ตามหัวข้อ 5 คุณลักษณะ เช่น สังเกตพฤติกรรม การมีวินัย เช่น การเข้าแถว การรับประทานอาหาร มารยาทการพูด เน้นทักษะกระบวนการคิด วินัย กิริยามารยาท ถ้าเด็กเข้ามาร่วมโครงการจะเน้นมากกว่าโรงเรียนอื่น เพราะฉะนั้นต้องฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอดคุณลักษณะตรงนี้ไปสู่เด็ก
  ส่วนความหวังของโครงการคือ ขยายผลให้สู่ชุมชน ญาติพี่น้อง ผู้ปกครองในการดำเนินการได้ เพราะมองว่าความสำเร็จของโครงการคือความยั่งยืน โดยให้เด็กเป็นสื่อ คาดความยั่งยืนสำเร็จของโครงการ หวังให้เด็กกระจายความรู้สู่ผู้ปกครอง เขาจะต้องไปคุยกับพ่อแม่ พ่อแม่ก็ซึมซับแนวคิด จากนั้นจะมีการวัดเด็กไปเรื่อยๆ จะดูว่าพฤติกรรมที่แสดงออกเป็นอย่างไร
  ...ปลายเดือนกันยายนนี้จะประเมินโครงการว่าเด็กปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือไม่ ซึ่งมีทั้งหมด 3 หมื่นกว่าโรงเรียน โดยทำต่อเนื่องถึง 10 ปี ถ้า 225 โรงเรียนของ สพฐ.เป็นไปตามที่คาดหวัง อีกหน่อยคนดีก็จะเต็มไปหมด
  ...ผอ.โรงเรียนบ้านนกเขาเปล้า แสดงความรู้สึกต่อการได้รับเลือกเป็นโรงเรียนนำร่องว่า ปกติก็ทำอยู่แล้ว จึงไม่รู้สึกอะไร และไม่ได้มีเฉพาะกิจกรรมเข้าค่าย แต่เพิ่มกิจกรรมไปตามยุทธศาสตร์ เช่น ต้นไม้พูดได้ มีคำขวัญให้เด็กอ่านทุกวันจะได้ซึมซับ อ่านข่าวทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี เกี่ยวกับเรื่องทุจริต ให้รับรู้ว่าโทษคืออะไร และบันทึกไว้ คัดเด็กตัวแทน ป.4-ม.3 อ่านหน้าเสาธง กล่าวคำปฏิญาณด้วย ปลูกฝังไปเรื่อยๆ ฝึกการมีวินัย ให้เด็กที่มาโรงเรียนเอาชื่อมาคล้องที่ 1-2-3 ห้ามเกิน 07:45 น. ใครมาสาย ก็จะเป็นการรู้ ฝึกเรื่องตรงต่อเวลา ที่หน้าห้องมีทุกห้อง...  "เรื่องความพอเพียงก็คือการประหยัด เด็กจะมีเงินฝากทุกคน ผมเปิดสมุดออมสินให้เขาทุกคน เขาก็จะฝากกัน ให้รู้ว่าแม่ให้มาเท่านี้ ใช้เท่านี้ เก็บเท่าไหร่ เวลาเบิกจ่ายก็บอกคุณครูพร้อมเหตุผล"...  เชื่อว่าเด็กมีความเข้าใจและตั้งใจปฏิบัติ รู้ว่าโกงไม่ดี และได้ให้ดูในยูทูบเกี่ยวกับเรื่อง "การโกง" เพื่อให้วิเคราะห์ว่าทุจริตคืออะไร
  ... สพฐ.อยากให้มีหลักสูตรสำหรับการอบรมค่าย “เยาวชนคนดีของแผ่นดิน” สามารถขยายผลต่อการอบรมต่อไปได้ เรามุ่งหวัง 5 คุณลักษณะ ทักษะกระบวนการคิด มีวินัย ซื่อสัตย์ พอเพียง และมีจิตสาธารณะ มีการออกแบบแต่ละฐาน ให้เด็กบอกความซื่อสัตย์ของตัวเองมีอะไรบ้าง หลังจากนั้นก็จะดูว่าเขามีความซื่อสัตย์เพิ่มมากขึ้นหรือไม่ โรงเรียนดำเนินการหมดแล้ว มีทั้งกิจกรรมป้องกัน ส่งเสริมร่วมกับชุมชน ซึ่งเราอยากเห็นเรื่องการควบรวมว่าความซื่อสัตย์ นักเรียนทำอะไร ครูทำอะไร มาหลอมรวมบูรณาการ เดือนกันยายนที่จะถึงนี้จะมีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีเครือข่าย 22 ศูนย์แม่ข่ายวัฒนธรรม...

[I somehow wish we had this program for politicians 10 years ago, so that we would now have had คนดีเต็มไปหมด.]

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (6)

ผมว่าความเป็นคนดีนั้น "subjective" นะครับ คนดีของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่คนทุกคนคิดว่าตัวเองเป็นคนดีหมดเลย ปัญหาที่เกิดในโลกนี้คือการทะเลาะกันว่าใครดีกว่ากันครับ

My 2 cents!! (แพงกว่าสองสลึง)

Errrh, you are 'subjectively' right ;-) ธวัชชัย and if we look at counts or numbers in the presence of the ruling power we'd have statistics to prove one way. But if we look at 'quality (of life) indicators' and other soft measures we'd would have actual cases to prove other wayt.

Let us look at this:

สพฐ.-สทศ.จับมือปรับทิศประเมินผล การศึกษา-สาธารณสุข 5 August 2556 http://www.thaipost.net/news/050813/77366

... สพฐ.เตรียมหารือ สทศ.ปรับทิศทางการวัดประเมินผลให้อยู่ในแนวเดียวกันตามนโยบาย "อ๋อย" ด้าน "ชินภัทร" เผย สทศ.ต้องเร่งทำเครื่องมือวัดให้ครอบคลุมมากกว่าเดิม โดยเฉพาะกระบวนการคิดวิเคราะห์ของเด็ก
    ... เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงกรณีที่...รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ทำข้อสอบที่เชื่อมโยงกับหลักสูตรการเรียนการสอน เน้นข้อสอบที่คิดวิเคราะห์ และช่วยพัฒนาการทดสอบของทุกหน่วยงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งประเทศ โดยขอให้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดระบบการวัดผลที่สอดรับกับแบบทดสอบประเมินผลวิทยาศาสตร์นานาชาติ หรือ PISA...

So it seems in education we are going have a "uniformly standardized system of measurement" which will be used to settle the issue of "right and wrong". Should we argue about the methods -- If the methods are subjective? Yes I think we should. Because we want quality methods to settle quality issues. In other words we want to know how many times in certain conditions, the intended targets are hit, not how many persons fire and how many shots they make. I think it is clear in this simpistic example what we mean by "good shooting".

ผมไม่ตอบดีกว่าครับ คิดจะตอบแต่ถ้าตอบเดี๋ยวเกี่ยวกับการเมือง เพราะ "คนดี" ในมุมมองของผมคือคนที่มีสติไม่ตกเป็นเครื่องมือของนักการเมืองหรือสื่อมวลชนครับ ประเทศไทยน่าจะมี "วิชารู้เท่าทันนักการเมืองและสื่อมวลชน" เป็นวิชาบังคับนะครับ

..".รัฐบาล"...คงจะมี..นโยบาย.."ตั้ง..รร..ทางเลือก..ไว้..ให้..ผู้ที่..จะ..เข้ามามี"บทบาท"ทางการเมือง".(.โรงเรียน..กลโกง.)....อ้ะะๆ...

ถ้าแนวคิดให้ ศธ. พัฒนาการทดสอบให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งประเทศ ให้ สพฐ. จัดระบบการวัดผลที่สอดรับกับแบบทดสอบประเมินวิทยาศาสตร์นานาชาติ หรือ PISA รมว.ศธ. ที่เป็นนักกฏหมาย เป็นนักการเมืองก็ไม่น่าแปลกใจเพราะเขาคงไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวหลักการวัดและประเมินผลการศึกษา สงสารครูที่จะถูกสั่งให้ทำกันทั้งประเทศ

การใช้ผลของการประเมินร่วมกับนานาชาติที่เหมาะสมควรนำ ข้อสอบมาวิเคราะห์ว่าเขาวัดระดับการคิดขั้นสูงแต่เด็กของเราทำไม่ได้ ก็เพราะขาด opportunity to learn ทั้งเนื้อหาและ thinking behaviors จึงต้องแก้ไขที่ หลักสูตร ตำราเรียน และ การสอน หรือ teaching approach
ถ้านักเรียนไม่เคยแก้ปัญหาหลายขั้นตอน ไม่เคยชินกับโจทย์ที่เป็น real world problems เมื่อเจอโจทย์แบบนั้นในห้องสอบก็แน่นอนอยู่แล้วที่ผลจะเป็นเช่นนั้น

สสวท. ร่วมสอบ PISA มาหลายครั้งแล้ว น่าจะปรับปรุงตำรามานานแล้ว โจทย์ปัญหาท้ายบทมีน้อย และพื้น ๆราวกับเกรงใจผู้สอนและผู้เรียน มีเป็นร้อยข้อก็ไม่เห็นเป็นไร ใครทำมากก็ได้มาก(ความสามารถ ไม่ใช่คะแนน)

ความเป็นคนดีนั้นต้องอบรมบ่มนิสัย ปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องจากบ้านให้หนักแน่นมั่นคง ถ้าพ่อแม่เป็นคนดีมีลูกไม่กี่คนที่จะเลว โรงเรียนก็ต้องสอนเช่นเดียวกันเป็นธรรมชาติ การตั้งโรงเรียนสุจริตเป็น drama ทุกโรงเรียนต้องเป็นโรงเรียนสุจริตทำไมต้องเลือกบางโรงเรียน

Thank you for words ธวัชชัย, ยายธี, and  ทะเลงาม

To ธวัชชัย: []

To ยายธี: You beat me on open and free choice. Why should we only think and accept one particular side and reject another. It is a free world -- for one and all.

To ทะเลงาม: It is quite disturbing is it not that on the drop of a hat, everyone (teachers and children) has to get on the floor and start dancing to PISA. We see from otpc project that even their support websites are still under construction, the software competition results are still in limbo, no one knows what to do with updating 'software/instruction sets' for Grade 2, Grade 3, ... -- no one was ready.  And here comes another dance we all have to learn.

And "...ทุกโรงเรียนต้องเป็นโรงเรียนสุจริตทำไมต้องเลือกบางโรงเรียน..."! Anyone cares to comment?