อนุทิน #126831

วันพระเมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ผมไปทำบุญที่วัดตามปกติ

เสร็จพิธีที่ศาลาบำเพ็ญกุศลก็ “ไปเฝ้าพระพุทธเจ้าเป็นกรณีพิเศษ” ตามแบบของผมเช่นเคย

ผมนั่งสงบอยู่ในพระระเบียงพระมหาธาตุอย่างสบายใจ

 

วันนี้มีคนมากันพลุกพล่าน
แต่ผมรู้สึกสุขสงบ ไม่ออกอาการรำคาญใคร ทั้งๆ ที่มีผู้คนมา “ออกอาการ”
ที่น่ารำคาญหลายอย่าง

 

อย่างหนึ่งที่ผมเกิดรู้สึกขึ้นมาก็คือ
คนไทยสมัยนี้ไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนกิริยาเคารพต่อปูชนียสถาน

 

“กิริยาเคารพต่อปูชนียสถาน”
หมายความว่า เมื่อย่างเข้าสู่ปูชนียสถาน สุภาพชนควรแสดงกิริยาวาจาเช่นไร
ก็แสดงกิริยาวาจาเช่นนั้นโดยจริงใจ

 

วัดวาอารามนั้นบรรพบุรุษเราท่านสร้างขึ้นไว้เป็น “บุณยสถาน

คือสร้างไว้เป็นที่แสวงบุญ

ท่านสร้างวัดอย่างวิจิตรอลังการเท่าที่กำลังและสติปัญญาของชุมชนจะพึงทำได้
น่าเลื่อมใสศรัทธาบูชากราบไว้

เราก็เลยเรียกกันว่า “ปูชนียสถาน” อีกคำหนึ่ง แปลว่า สถานที่อันควรแก่การบูชา

ล่วงกาลผ่านวันคืนไป นานเข้า วัดเก่าๆ ก็กลายเป็น “โบราณสถาน” ไปอีกฐานะหนึ่ง

 

วัดมหาธาตุ ราชบุรี เป็นครบหมดทุกสถานะ

เป็น “บุณยสถาน” เพราะยังเป็นที่ประกอบกองการกุศลอยู่เป็นประจำ เป็นพระอารามหลวง
มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษา มีการทำบุญทุกวันพระตลอดทั้งปี

 

เป็น“ปูชนียสถาน” เพราะมีพระมหาธาตุเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ
เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำเมือง มีพระพุทธปฏิมา พระพุทธบาท พระมณฑป
พระอุโบสถ พระวิหาร เจดีย์ ครบถ้วน

 

เป็น “โบราณสถาน” ทั้งพฤตินัยและนิตินัย เพราะเป็นที่ตั้งเมืองตั้งวัดมานับพันปี
มีหลักฐานร่องรอยที่ยังปรากฏอยู่เด่นชัด ทางราชการขึ้นทะเบียนไว้นานมาแล้วด้วย

 

เมื่อก่อนนี้ทางวัดทำป้ายติดไว้ที่บริเวณหน้าวิหารหลวง เป็นข้อความสั้นๆ ว่า

เขตคารวสถาน
โปรดสำรวมและสุภาพเรียบร้อย

และมีภาษาอังกฤษกำกับไว้ข้างล่างว่า

Respected area.

Please keep yourself in peace and politeness.

 

วันหนึ่ง มีฝรั่งชายหญิงคู่หนึ่งโผล่เข้ามา สะพายเป้รุงรัง เสื้อผ้ารุ่งริ่ง
นุ่งกางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ ท่าทางเป็นนักท่องเที่ยวแบบค่ำไหนนอนนั่น

ทั้งคู่เกร่ไปเกร่มาจนมาเห็นป้ายที่ว่านั่น

เขาทำอย่างไรรู้ไหมครับ ?

เขาปลดเป้ลง
แล้วทำสิ่งที่ผมเพิ่งรู้ว่ามีแบบนี้ด้วย

 

เขาค่อยๆ คลี่ขากางเกงที่เห็นว่าเป็นขาสั้นนั้นออกจนกลายเป็นกางเกงขายาว
จัดเสื้อใส่ในกางเกงเรียบร้อย ถอดหมวก หิ้วเป้
เดินเข้าไปในพระระเบียงพระมหาธาตุด้วยอาการสำรวม

 

มนุษย์ชาติฝรั่งจะดีจะเลวอย่างไรก็ช่างเถอะ
แต่ผมคารวะเขาอยู่อย่างหนึ่ง คือการอบรมสั่งสอนคนของเขาให้มีจิตสำนึก ค่อนข้างมีมาตรฐาน

 

ผมเคยถูกผู้หลักผู้ใหญ่ ครูบาอาจารย์อบรมมา ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ว่าย่างเท้าเข้าวัดเข้าเขตปูชนียสถาน

ใส่หมวก สวมรองเท้า สะพายกระเป่า กางร่ม

ผู้มีการศึกษาไม่พึงกระทำ

 

ผมนั่งดูผู้คนที่เข้ามาในพระระเบียงพระมหาธาตุในวันนี้แล้ว เห็นครบทุกประการ

 

เราลดคุณค่าของวัดที่เป็น “บุณยสถาน” และ “ปูชนียสถาน” ลงมาเหลือเพียง “โบราณสถาน
แล้วปฏิบัติต่อวัดเหมือนสิ่งไม่มีชีวิต

 

เอาไว้เป็นที่ถ่ายรูป
แล้วก็ลูบคลำ ปีนป่าย เหยียบย่ำกันอย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน
เหมือนกับไปเที่ยวชายหาด เที่ยวเขา เที่ยวป่า

 

พระปรางค์วัดอรุณราชวรารามเป็นประจักษ์พยานที่เห็นได้ชัด

บรรพบุรุษของเราท่านคงจะร้องไห้ถ้าได้มาเห็น

 

ผมเคยเขียนกลอนไว้บทหนึ่งว่า

 

(อดีต)

กษัตริย์สร้างปรางค์อรุณเป็นบุญล้ำ

ทุกเช้าค่ำท่านบูชามหากุศล

(ปัจจุบัน)

ทั้งเทศไทยใส่เกือกไม่เลือกคน

ย่ำขึ้นบนองค์ปรางค์เหมือนทางตีน

 

ผมนั่งดูผู้คนที่เข้ามาในพระระเบียงพระมหาธาตุในวันนี้แล้ว เห็นครบทุกประการครับ

ใส่หมวก สวมรองเท้า สะพายกระเป่า กางร่ม ฯลฯ


คนไทยสมัยนี้ไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนกิริยาเคารพต่อปูชนียสถาน

 

ท่านผู้ใดมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการอบรมสั่งสอนผู้คน
ตลอดจนกุลบุตรกุลธิดาของเรา ขอฝากให้คิดและทำเรื่องนี้ด้วย

 

หรือจะรอให้ฝรั่งมาสอนไทย ?



เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)