อนุทิน #126246

ทางแก้โรงเรียนขนาดเล็ก ของจันโททัย กลีบเมฆhttp://www.thaipost.net/news/100713/76197
"เคยพูดผ่านคอลัมน์นี้อยู่บ่อยครั้งว่า "โรงเรียนขนาดเล็ก" เป็นหนามยอกอกกระทรวงศึกษาธิการมาหลายยุคหลายสมัย เป็นเวลานับ ๒๐-๓๐ ปีเห็นจะได้ เพราะไม่มีใครคิดพัฒนาและเอาจริงเอาจัง วันร้ายคืนร้ายคนใหญ่ๆ คนโตๆ ของกระทรวงศึกษาธิการก็ออกมาพูดทีหนึ่ง เสร็จแล้วก็หายเข้านามสกุลของผมไปหมดเหมือนเคย
โรงเรียนขนาดเล็กอาจจะมีนักเรียนแค่ ๑ คน บางโรงเรียนมี ๔-๕ คน จนถึงหลายสิบคน จนกระทั่งไม่มีนักเรียนเลยสักคน แต่ก็ยังเป็นโรงเรียนอยู่ ผ่านการแก้ไขแบบลมๆ แล้งๆ มาหลายปีดีดักก็ยังไม่ค่อยดีขึ้นสักเท่าไร
ความจริงแล้วหนทางแก้ไขโรงเรียนขนาดเล็กยังพอมีอยู่ โดยที่ไม่ต้องยุบโรงเรียนให้ชาวบ้านเดือดร้อน ถึงขั้นโอดครวญกันระงมแบบที่ผ่านมา วิธีแก้ไขโรงเรียนขนาดเล็กที่ผมว่ามาก็คือ


๑.ใช้รูปแบบ "เรียนรวมช่วงชั้น" หมายความว่าจัดแบ่งการเรียนการสอนออกเป็นช่วงๆ หรือช่วงชั้น ได้แก่ ช่วงชั้นอนุบาล ก็หมายถึงชั้นอนุบาล ๑ และอนุบาล ๒ ช่วงชั้น ป.๑-๒ ช่วงชั้น ป.๓-๔ ช่วงชั้น ป.๕-๖ หรือจะจัดช่วงชั้นตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานก็ได้ คือ อนุบาล ๑-๒ ต่อไปก็ช่วงชั้น ป.๑- ๓ และช่วงชั้น ป.๔-๖ จะพอช่วยประหยัดอัตราครูไปได้บ้าง

๒.รูปแบบ "เรียนรวมบางชั้นเรียน" ก็หมายถึงว่า นำนักเรียนจากโรงเรียนที่เด็กน้อยๆ เช่น ชั้นอนุบาล ๑-๒ หรือชั้น ป.๑-๓ หรือชั้น ป.๔-๖ ไปเรียนรวมกับอีกโรงเรียนหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ กัน โดยนำครูจากโรงเรียนเดิมตามเด็กนักเรียนไปยังโรงเรียนใกล้เคียงที่ไปเรียนรวม นักเรียนจะได้มีความรู้สึกมั่นใจและอบอุ่นมากขึ้น

๓.รูปแบบ "เรียนรวมทุกชั้นเรียน" ก็หมายความถึง การนำนักเรียนทุกระดับชั้นเรียนมาเรียนรวมยังโรงเรียนอีกโรงที่เป็นโรงเรียนขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ ซึ่งมีเส้นทางคมนาคมระหว่าง ๒-๕ กิโลเมตร ต้องเป็นโรงเรียนที่เดินทางสะดวก มีอาคารสถานที่เหมาะสม ให้ผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอนไปปฏิบัติงานร่วมกันที่โรงเรียนหลัก รวมทั้งนำทรัพยากรจากโรงเรียนเดิมเอาไปใช้ที่โรงเรียนที่เด็กนักเรียนไปเรียนรวมอยู่ด้วย

๔.รูปแบบ "ครูเดินทาง" เป็นรูปแบบการนำครูคนใดคนหนึ่งหรือหลายๆ คนจากโรงเรียนที่เกินเกณฑ์ ออกไปสอนตามโรงเรียนต่างๆ ที่เป็นโรงเรียนเล็กๆ และขาดแคลนครู จะทำให้แก้ปัญหาครูไม่พอไปได้บ้าง หรือนำครูที่เก่งๆ ในวิชาต่างๆ ไปสอนในแต่ละสาขาวิชาได้ก็ยิ่งดี

๕.รูปแบบ "บ้านเด็กในโรงเรียน" เป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการในรูปแบบดังกล่าวข้างต้น แต่เนื่องจากนักเรียนที่เดินทางไปเรียนรวมไม่สามารถเดินทางไป-กลับ ระหว่างโรงเรียนหลักได้ เพราะบ้านพักอยู่ห่างไกล และการเดินทางยากลำบาก หลายแห่งต้องผ่านภูเขา ป่าทึบ และข้ามแม่น้ำ ดังนั้น นักเรียนจึงจำเป็นต้องพักนอนค้างคืนที่โรงเรียนหลัก จึงเกิดรูปแบบ "บ้านเด็กในโรงเรียน" ขึ้นเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว

๖.รูปแบบ "ห้องเรียนเคลื่อนที่" มาจากความต้องการของชุมชนที่เห็นความสำคัญของการศึกษา หลายแห่งอยู่ในท้องถิ่นห่างไกล การคมนาคมยากลำบาก จึงต้องจัดตั้งห้องเรียนเคลื่อนที่เข้าไปจัดการศึกษาให้โรงเรียนที่มีเด็กเหลือน้อยและขาดครู โดยจัดครูให้ไปกับ "ห้องเรียนเคลื่อนที่" นี้ด้วย

๗.รูปแบบ "การเรียนผ่านดาวเทียม" เป็นการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียมจากโรงเรียนไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นการจัดการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนครู มีการออกอากาศในระดับประถมศึกษา ๖ ช่อง ระดับมัธยมศึกษา ๖ ช่อง และระดับอื่นๆ อีกหลายช่อง รายการที่ออกอากาศเน้นวิชาพื้นฐานตั้งแต่ ป.๑- ๖ เหมาะสำหรับโรงเรียนเล็กๆ เป็นอย่างมาก

๘.รูปแบบ "โรงเรียนพี่โรงเรียนน้อง" วิธีการก็คือ คัดเลือกโรงเรียนที่มีความพร้อมเป็นโรงเรียนพี่ โรงเรียนน้องต้องเป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนเหลือน้อยไม่กี่สิบคน และต้องอยู่ใกล้กันระยะห่างไม่เกิน ๓ กิโลเมตร มีครูไม่ครบชั้น จะช่วยโรงเรียนเล็กๆ ได้ดีเหมือนกัน


ทั้ง ๘ รูปแบบต้องอยู่ที่การบริหารจัดการของกระทรวงศึกษาธิการ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของเขตพื้นที่การศึกษา และของผู้บริหารโรงเรียนที่เกี่ยวข้องด้วย จึงจะแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กได้


ข้อควรระวังอีกอย่างก็คือ โรงเรียนขนาดเล็กที่เป็นปัญหานี้เป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษา ที่จะเป็นปัญหาต่อไปในอนาคตอันใกล้ก็คือ โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็กประจำตำบลต่างๆ เปิดสอนตั้งแต่ ม.๑-ม.๓ เปิดสอนตั้งแต่ ม.๑-ม.๖ ก็มี หลายแหล่งมีนักเรียนไม่ถึงร้อยคน บางแห่งมีนักเรียนแค่ร้อยกว่าคนเท่านั้น ผมละเป็นห่วงกระทรวงศึกษาธิการของผมเหลือเกิน พับผ่าซี....
จันโททัย กลีบเมฆ"

[I'd like to share this 'letter to editor' (thaipost.net) in its entirety. The author is quite thorough in his advice. I think different situations in Thailand's schools may call for all or even more of his advice.]

เขียน:

ความเห็น (2)

รับฟังความคิดนี้ด้วยความเต็มใจทีเดียวครับ ;)...

"ชินภัทร"รับแล้วรถตู้ไม่ใช่ทางออกรร.ขนาดเล็ก
http://www.thaipost.net/news/100713/76169 10 July 2556

"ชินภัทร" คาดอีกไม่เกิน 2 เดือนจะได้แผนบริหารจัดการโรงเรียนเล็กเสนอให้ "จาตุรนต์" พิจารณา รับจัดซื้อรถตู้รับ-ส่งไม่ใช่ทางออก เบื้องต้นขอรับฟังความเห็นคนในพื้นที่ก่อน
นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ทำความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก การศึกษาทางเลือก และโรงเรียนของชุมชนนั้น ขณะนี้ สพฐ.ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาหนึ่งชุด เพื่อมาวิเคราะห์กฎกระทรวง 5 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับสิทธิการจัดการศึกษาโดยบุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชนวิชาชีพ และการจัดการศึกษาโดยสถานประกอบการ ตามมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น และในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการเครือข่ายการศึกษาทางเลือกโรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนของชุมชน โดยคาดว่าภายใน 2 เดือนจากนี้ จะมีข้อเสนอให้นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ พิจารณาส่งเสริมและแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เลขาธิการ กพฐ.กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ รมว.ศธ.ให้กลับไปทบทวนการจัดซื้อรถตู้ให้แก่โรงเรียนขนาดเล็กนั้น เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก เพราะการบริหารโรงเรียนขนาดเล็ก ตนคิดว่าน่าจะมีหลายมาตรการที่มีความเป็นไปได้ การจัดซื้อรถตู้นั้นเป็นเพียงวิธีการหนึ่งเท่านั้น และอาจไม่ใช่วิธีการเดียวในการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กที่ดีที่สุดของทุกพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ส่วนกรณีที่ รมว.ศธ.มอบให้ สพฐ.ทบทวนในเรื่องการจัดซื้อรถตู้รับ-ส่งนักเรียน โดยให้เริ่มต้นตั้งโจทย์แก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กใหม่ พร้อมแสวงหาแนวทางจุดมุ่งหมายของการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก และวิธีการแก้ปัญหาจะมีแนวทางเลือกอะไรบ้างนั้น เบื้องต้นก็ขอรับฟังทุกภาคส่วนที่จะให้ความเห็นเรื่องนี้ก่อน โดยเฉพาะเสียงสะท้อนของคนในพื้นที่.

---
"สุรินทร์"ติงการศึกษาไทยสอนเดิมๆไม่ให้คิดอุปสรรคเข้าสู่เออีซี [ไทยรัฐ] (เก่าแล้ว)
ข้อเสนอแนะประเทศไทย (2) : กรณีปฏิรูปการศึกษาไทย ตอนเหลียวหลัง ก่อนหยั่งสู่อนาคต/อภินันท์ สิริรัตนจิตต์ [ผู้จัดการ]