อนุทิน #126115

.....ใจแหว่ง

เคยเกิดอาการนี้กันบ้างไหมคะ.......เมื่อรู้ว่าเพื่อนซี๊ปึกของเราจะไม่อยู่ให้เราเห็นหน้าได้สบตากัน ได้มีเวลาซ้อมปากได้มองต่างมุมแบบเบื๊อก ๆ ด้วยกัน  ได้อยู่ข้างเดียวกันแบบคนกลางกลวง เวลาโดนคนในขอบด่า เป็นเวลานานกว่า ๑๐ ปี  ถึงแม้เราจะรู้ว่าโลกยุคนี้เป็นโลกยุคไร้พรมแดนก็ตาม 

เพื่อนที่เรานั่งห้อยขาอยู่ริมระเบียงด้วยกัน โดยแทบไม่ต้องพูดอะไรกันเลยสักคำ แทบจะไม่ต้องสบตากัน  เพียงแค่สบใจกันเท่านั้น  เราต่างก็รู้สึกได้ว่า "เข้าใจ"

ในชีวิตที่ผ่านมาระหว่างทางพบเพื่อนที่สบใจพอนับนิ้วได้ไม่กี่คน  ทั้งเพศเดียวกัน  ต่างเพศ  และสหเพศในคน ๆ เดียวกัน  เป็นคนสำคัญระหว่างทางของชีวิต  ที่รู้สึกได้ถึงความรักและมิตรภาพอย่างจริงใจ  เหนือกาลเวลาที่ผ่านมา  เหนือเงื่อนไขใด ๆ แม้ว่าจะต่างคนต่างมีครอบครัวกันแล้วก็ตาม

ป๊อบ...เป็นหนึ่งในคนสำคัญระหว่างทางของชีวิต  เป็นประเภทคิดแบบเบื๊อก ๆ เหมือนกัน  มีนิสัยวู่วามมาตั้งแต่เรียนหนังสือ  จนแต่งงานมีเมียเป็นของตัวเองและหย่าร้างกันทางใครทางมัน ณ ตอนนี้  ก็ยังวู่วามไม่เว้นหน้าอินทร์หน้าพรหม  พี่ป่าน และพี่ปอ  พี่ชายของป๊อบเคยพูดว่า "ดูท่ามันจะไปสบายก่อนพี่ ๆ"  ฮ่า ๆ  ฉันเห็นด้วยเป็นที่สุด  เพราะวีรกรรมแต่ละเรื่องของคุณชายเกือบทำให้ฉันและเพื่อน ๆ เสี่ยงตายมาก็หลายหน เช่น วีรกรรมนี้จำได้ไม่เคยลืม ตอนที่ทำงานกันได้ปีสองปีแล้ว ทั้งฉันและโต้งซึ่งป๊อบจัดลำดับให้เป็นเพื่อนซี้ปึกสุดของคุณชาย  โทรศัพท์มาชวนว่าไปขับรถเที่ยวกัน ทั้งฉันและโต้งรู้ว่าคงเป็นวันไม่ธรรมดาสำหรับคุณชายเขาแน่นอน  ในที่สุดทั้งโต้งและฉันก็ได้นั่งรถเที่ยวสมใจ  ตั้งแต่ชมแม่น้ำเจ้าพระยาที่สะพานพุทธและก็เรื่อยมายันสะพานเดชาติวงศ์ จังหวัดนครสวรรค์  สาเหตุที่ขับมาไกล  ขับมาแบบเรื่อย ๆ แบบใจหายใจคว่ำ  เพราะคุณชายอกหัก  จากที่บอกว่าไม่เป็นไรมากต่อหน้าแม่น้ำเจ้าพระยาที่สะพานพุทธจนมาต่อมน้ำตาลูกผู้ชายแตกที่เมืองปากน้ำโพ  จุดกำเนิดของแม่น้ำทั้ง ๔ สาย ปิง วัง ยม น่าน ไหลมาบรรจบกันรวมเป็นสายเดียว  พวกเราได้เสียวกันแบบมิได้นัดหมาย  ไม่มีเสียงร้องสักแอะ  โดยเฉพาะฉันที่ใจหายใจคว่ำไปตลอดทาง  และในที่สุดคุณชายก็ทำให้พวกเราตกใจเมื่อมันจอดรถและลงไปสะอึกสะอื้นต่อหน้าแม่น้ำเจ้าพระยาอีกครั้ง  ทั้งฉันและโต้งได้แต่ยืนข้าง ๆ อยู่เงียบ ๆ นานจนเกือบลืมไปว่านานเท่าไรแล้ว  และแล้วคุณชายก็มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียกว่า "ไปไอ้เก๋ ไอ้โต้ง  ไปกินราดหน้ากัน"  จำได้ว่าโต้งโดนไล่เตะตูดให้ขึ้นรถเพราะว่าไปใช้วาจากวนพระบาทคุณชายเข้าว่า  "แหม....อยากกินราดหน้าก็ไม่บอก  ที่เยาวราชอร่อย ๆ ตั้งหลายเจ้า  มึงพามาซะไกลขนาดนี้  ขอโมจิเจ๊จัน ฯ กลับไปฝากแม่กูสักห้าหกกล่องนะมึงนะ"  แล้วรอยยิ้มของป๊อบก็กลับมาประทับใจเราสองคนอีกครั้ง  แถมวาจายอกย้อนกวนพระบาทโต้งกลับมาไม่แพ้กัน  "งั้นกูฝากราดหน้ากลับไปให้แม่มึงสองคนด้วยแล้วกัน  แต่รับรองขากลับกูจะบินไป  เดี๋ยวจะไม่ร้อน  เย็นแล้วจะไม่อร่อย"  ฉันตาเหลือกสวนทันควัน "ไม่เป็นไรหรอกแก  ที่บ้านอิโต้งกะฉันมีเตาแก๊สอุ่นใหม่ได้  หากแกขากลับแกจะบินกลับล่ะก็  แกนับพระบาทโต้งกะฉันก่อน"  แต่ขากลับคุณชายโต้งรอบคอบกว่า คว้ากุญแจรถป๊อบมาขับแทน  ไม่ใช่เพราะไม่ไว้ใจป๊อบหรือกลัวใจป๊อบจะบินกลับ  แต่พวกเรา "กลัวตาย"  มากกว่า

เมื่อถึงวันที่ป๊อบเดินทาง  ฉันได้แต่ฝากของและจดหมายไปกับเมียโต้ง  เพราะเจอกันตอนอบรมพอดี  โต้งเข้าใจเหตุผลและเงื่อนไขที่ไปส่งป๊อบไม่ได้  ป๊อบเข้าใจเพราะก่อนหน้าที่ฉันรู้ว่าป๊อบต้องเดินทางฉันได้บอกถึงเหตุผลที่ไปส่งมาไม่ได้  แต่ในที่สุดเพื่อนซี๊ที่ไม่เข้าใจก็มี  พาลโกรธวนิดา  และโดนต่อว่าแค่นี้นายก็ทำให้เพื่อนไม่ได้  นายยังเรียกตัวเองว่าเพื่อนได้อีกหรอวะ  ถึงแม้วนิดาจะเข้าใจสภาวะที่ไม่ได้ดั่งใจของเพื่อนคนนี้  แต่ก็อดนึกน้อยใจและเสียใจกลับอิเพื่อนใจตุ๊ดไม่ได้ ทำไมนายเป็นคน "เยอะ" อย่างนี้  แค่ป๊อบไปก็ใจหายพอแล้ว  นายยังมาตัดเราออกจากกองมรดกเพื่อนซี้เยี่ยงนี้  นายรู้ไหม....นายทำ "ใจเราแหว่ง"



เขียน:

ความเห็น (1)

(@^____________________^@)

ขอบคุณดอกไม้ทุกดอกที่มาให้กำลังใจ ณ ช่วงใจที่กำลังแหว่งค่ะ


ขอมอบเพลงแทนคำขอบคุณจากใจให้ทุกคนนะคะ

http://www.youtube.com/watch?v=sShnBb419dc