อนุทิน #125946

เราทุก ๆ คนนี้ไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง ส่วนใหญ่น่ะถูกกิเลสคือความหลงในจิตในใจครอบงำกลายเป็นความอยากความต้องการ จิตใจมันเร่าร้อน ร่างกายยังไม่ตายแต่จิตใจของเรามันถูกเผาทั้งเป็น มันยังไม่ตายก็เผาแล้ว เผาทั้งกลางวันเผาทั้งกลางคืนน่ะ  มันเปรียบเสมือนแมลงเม่าพากันบินเข้ากองไฟ

สติของทุก ๆ คนมันน้อย สมาธิมันก็น้อย ปัญญาก็ไม่ค่อยจะมี มีก็มีแต่สติทางโลก สมาธิทางโลก ปัญญาทางโลก

ปัญญาทางโลกก็หมายถึงปัญญาในการดำรงชีพดำรงชีวิตในการทำมาหากินหรือว่าธุรกิจหน้าที่การงาน แต่ปัญญาทางธรรมมันไม่ค่อยจะมีน่ะ เจอรูปสวย ๆ ก็หัวใจมันสั่นหมด เจอเสียงเพราะ ๆ ก็หัวใจมันสั่นหมด เจอเค้านินทาสรรเสริญก็หัวใจมันสั่น สติสัมปชัญญะมันไม่ค่อยจะมี ไม่ได้ตัวของตัวเองเลย เหมือนกับเราถูกผีมันมาสิงจิตสิงใจของเราตลอดเลยนะ

ทุกคนน่ะยังไม่ได้พากันเข้าถึงความสุขความสงบนะ ที่ว่าความสุขของเราเดี๋ยวนี้น่ะ  มันไม่ใช่นะ มันเป็นความวุ่นวาย สร้างความวุ่นวายให้กับตัวเอง สร้างปัญหาให้กับตัวเอง  นึกว่าได้ทานอาหารที่อร่อย ๆ มันสบาย ได้สิ่งที่ไม่ขัดอกขัดใจสบาย ร่างกายสบาย อะไรก็สบายอย่างนั้นน่ะเค้าเรียกว่ามันสบายแบบวัตถุ มันเป็นการหลงวัตถุ แต่ความเสียหายคือใจของเราน่ะมันไม่สงบเลยนะ เพราะว่าวัตถุข้าวของเงินทองสิ่งต่าง ๆ นั้นมันไม่ใช่จีรังยั่งยืน ร่างกายของเราก็ไม่จีรังยั่งยืน ทุกอย่างมันไม่จีรังยั่งยืน มันล้วนแต่มีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดามีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เราถึงมาพัฒนาสิ่งที่ประเสริฐที่เราเกิดเป็นมนุษย์คือมาทำจิตทำใจให้สงบ ไม่วิ่งตามอารมณ์ไม่หลงอารมณ์


เขียน:

ความเห็น (0)