อนุทิน #125915

อีกครั้ง กับ นิทานคติธรรม เรื่อง " ธรรมดา "


มีคุณลุงชาวบ้านนอกคนหนึ่ง ชื่อ ตาใส มีลูกสาว ๒ คน
เมื่อโตเป็นสาว เจ้าคนโตได้สามีเป็นคนบ้านนอก ส่วนเจ้าคนเล็กได้สามีเป็นชาวกรุง
เจ้าเขยชาวกรุงเป็นคนเรียนมาสูง ชอบอ่านหนังสือ ค้นคว้าหาความรู้ต่าง ๆ อยู่เป็นประจำ ส่วนเขยบ้านนอกอาศัยที่ว่า เคยผ่านการบวชเรียนแล้ว เป็นคนฝักใฝ่เรื่องธัมมะธัมโม

ตาใส  ผู้เป็นพ่อตามักชอบที่จะพูดคุยกับเขยชาวกรุง แต่เจ้าเขยชาวกรุงก็ไม่ค่อยชอบที่จะพูดด้วย ด้วยเพราะคิดว่า พ่อตาเป็นคนไม่ค่อยมีความรู้อะไร

วันหนึ่ง ตาใสกับลูกเขยทั้งสอง ได้นั่งเรือไปธุระด้วยกัน
แกก็เกิดความคิดจะทดสอบภูมิความรู้ของลูกเขยทั้งสองดู เพื่อว่า...ด้วยตนเองก็เริ่มจะแก่เฒ่า ก็หวังจะได้ใครที่จะเป็นที่พึ่งพิงได้ หรือ เมื่อถึงคราวล้มหายตายจากไป ใครที่จะสมควรได้รับมอบมรดก

ในขณะที่ที่พายเรือกันไป พอดีพ่อตาเหลือบไปเห็นเป็ดว่ายน้ำผ่านมา จึงตั้งคำถามขึ้นมาว่า...
" นี่ เจ้าเขยกรุง ทำไมเป็ดมันจึงลอยน้ำได้ล่ะ ลูก ? "
เจ้าลูกเขยกรุงก็ตอบด้วยหลักการและเหตุผลว่า " อ๋อ ก็เพราะขนของเป็ดมันเป็นมัน สิ พ่อ ขนไม่เปียก ไม่ชุ่มน้ำ มันจึงลอยน้ำได้ "
" แล้วเอ็งล่ะ เจ้าเขยบ้านนอก จะตอบว่าไง ? "
" มันเป็นธรรมดาครับพ่อ มันเป็นธรรมดาของมันอย่างนั้นเอง "

เรือคงแล่นต่อไป ก็ได้มาเจอห่านตัวหนึ่ง กำลังส่งเสียงร้องดังลั่น คุณลุงจึงตั้งคำถามว่า
" นี่ เจ้าเขยกรุง ทำไมห่านมันจึงร้องเสียงดังลั่นได้ล่ะ ? "
" อ๋อ ก็เพราะคอมันยาว มันจึงสามารถรีดเสียงออกมาได้มาก เสียงของมันจึงดังลั่นได้ครับพ่อ "
" แล้วเจ้าเขยบ้านนอก เอ็งจะตอบว่าไงล่ะ ? "
" อ๋อ มันเป็นธรรมดาครับพ่อ มันเป็นธรรมดาของมันอย่างนั้นเอง "

ต่อมา เรือผ่านหน้าวัด คุณลุงเห็นจีวรของพระที่ตากอยู่ จึงตั้งคำถามขึ้นมาว่า
" เอ..นี่ เจ้าเขยกรุง ทำไมจีวรของพระจึงมีสีเหลือง อย่างนั้น นั่นล่ะ ? "
" อ๋อ ก็เพราะพระท่านนำเอาสีเหลืองมาย้อมจีวรน่ะซีครับ จีวรของท่านจึงได้เป็นสีเหลือง "
" แล้วเอ็งล่ะ เขยบ้านนอก จะตอบว่าไง ? "
" มันเป็นธรรมดาครับพ่อ มันเป็นธรรมดาของมันอย่างนั้นเอง "

ชะอุ ! ! คุณลุงชักนึกฉุนในใจ

ครู่ต่อมา คุณลุงเห็นหน่อไผ่อยู่ข้างตลิ่ง จึงตั้งคำถามว่า
"นี่เขยกรุง เห็นหน่อไผ่นั่นไหม ยอดมันก็อ่อน ๆ แต่ทำไมมันดันดินขึ้นมาได้ล่ะ ?"
"อ๋อ ก็เพราะหน่อไผ่ มันมียอดที่แหลม มันจึงดันแทรกดินขึ้นมาได้ครับ"
"แล้วเขยบ้านนอก จะตอบว่าไงล่ะ ?"
"มันเป็นธรรมดาครับพ่อ มันเป็นธรรมดาของมันอย่างนั้นเอง"

ชะอุ บ๊ะ ! ! ! คุณพ่อตา นึกฉุนเขยบ้านนอกมากขึ้น

ต่อมา คุณลุงพ่อตามองดูข้างตลิ่งเห็นมีรูอยู่รูหนึ่ง จึงตั้งคำถามว่า
" นี่ เจ้าเขยกรุง ดูรูนั่นสิเห็นมั้ย สงสัยว่าทำไมปากรูมันถึงได้เป็นมันเลื่อมอย่างนั้นล่ะ ? "
" อ๋อ ก็เพราะมีสัตว์เลื้อยคลานประเภทงู มันเลื้อยเข้าเลื้อยออกเป็นประจำ ปากรูถึงได้เป็นมันเช่นนั้นครับ "
" แล้วเจ้าเขยบ้านนอก จะตอบว่าไง ? "
" มันเป็นธรรมดาครับพ่อ มันเป็นธรรมดาของมันอย่างนั้นเอง "

คราวนี้ คุณลุง เริ่มมีอาการเคืองเขยเจ้าบ้านนอกมากขึ้น ที่อะไร ๆ ก็ตอบมาเช่นเดิมทุกครั้ง แต่ก็ยังไม่พูดอะไร จนกระทั่งมาถึงบ้าน 

เมื่อขึ้นบนบ้านเรียบร้อยแล้ว จึงเรียกเขยทั้ง ๒ มา แล้วต่อว่าเขยบ้านนอกว่า

" นี่ พ่อเขยบ้านนอกตัวดี ที่ฉันถามอะไร ๆ ไป แกก็ตอบว่า มันเป็นธรรมดา ๆ ทุกครั้งไป ช่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย สู้เขยกรุงเค้าก็ไม่ได้ ฉัน รึ สู้ตั้งใจจะฝากผี ฝากไข้ หมายมอบมรดกให้ เอ็งมาตอบซะแบบนี้ จะมาว่าพ่อไม่รัก หรือ ลำเอียง ไม่ได้นา... ว่าแต่ว่า ไอ้ธรรมดาของแกน่ะมันคืออะไรล่ะหา บอกให้พ่อฟังยาว ๆ หน่อย ไม่ได้ รึ ? "

" อ๋อ เรื่องเป็ดลอยน้ำได้นั้นน่ะ ที่เขยกรุงเค้าตอบว่า ที่เป็ดมันลอยน้ำได้ เพราะขนของมันเป็นมันนั้น ที่จริงมันก็ไม่ใช่อย่างนั้นเสมอไป ก็ทีฟาง หรือขี้ควายแห้ง ๆ ไม่ได้เป็นมันอะไร ทำไมมันลอยน้ำได้ล่ะ มันก็เป็นธรรมดาของมันอย่างนั้นเองไม่ใช่หรือครับ คุณพ่อ "

" เออ มันก็จริงของเอ็ง แล้วที่ฉันถามเรื่องห่านร้องเสียงดังล่ะ แกจะอธิบายว่ายังไง ? "

" อ๋อ ไม่จำเป็นหรอกครับพ่อ ที่สัตว์คอยาวจะต้องร้องเสียงดังเสมอไป ก็ดูอย่างยีราฟสิครับ คอของมันก็ออกยาว แต่เสียงไม่เห็นดังเลย ตรงกันข้ามดู กบ อึ่งอ่าง สิครับ คอของมันก็สั้นนิดเดียว แต่ทำไม่มันร้องเสียงดังลั่นทุ่งได้ล่ะ มันก็เป็นธรรมดาของมันอย่างนั้นเองไม่ใช่หรือครับ "

"เออ มันก็จริงของเอ็ง แล้วที่ฉันถามเรื่องสีของจีวรพระล่ะ แกจะอธิบายว่าไง ?"

"อ๋อ อะไรที่มันมีสีเหลืองน่ะ ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีใครไปย้อมมันหรอกครับ ก็ดูอย่างหัวขมิ้นสิ มีใครดำดินลงไปย้อมสีให้มันรึเปล่า ทำไมมันมีสีเหลืองได้ล่ะ มันก็เป็นธรรมดาของมันอย่างนั้นเองไม่ใช่หรือครับ คุณพ่อ"

"เออ มันก็จริงของเอ็งอีกว่ะ แล้วที่ฉันถามเรื่องหน่อไม้ล่ะ แกจะอธิบายว่าไง ?"
"อ๋อ ไม่ใช่ว่าอะไรที่มันต้องมียอดแหลมเท่านั้น จึงจะดันดินขึ้นมาได้ ก็ดูอย่างเห็ดสิครับ หัวของมันก็ทู่ ๆ ตัวก็นิ่ม ๆ แต่ทำไมมันดันดินขึ้นมาได้ล่ะ มันก็เป็นธรรมดาของมันอย่างนั้นเองไม่ใช่หรือครับ คุณพ่อ"

" เออ มันก็ถูกของเอ็งอีกน่ะแหละ แล้วที่ฉันถามเรื่องรูที่เป็นมันนั่นล่ะ แกจะอธิบายว่าไง ? "

" แหม คุณพ่อครับ ไม่จำเป็นหรอกครับ ที่จะต้องมีตัวอะไรมันเลื้อยเข้าเลื้อยออก แล้วมันถึงจะเป็นมันได้ "

แล้วเขยบ้านนอกก็ชี้ไปศีรษะของพ่อตา ซึ่งมีศีรษะล้านใส สมชื่อแกว่า ตาใส แล้วพูดสัพยอกว่า

" ก็ดูอย่างศีรษะของคุณพ่อซีครับ....ไม่เห็นมีตัวอะไรมันเลื้อยเข้าเลื้อยออกเลย แต่ทำไมมันถึงได้มันแผล็บอย่างนี้ล่ะ พ่อ มันก็เป็นธรรมดาของมันอย่างนั้นเองไม่ใช่หรือครับ "

ตาใส พ่อตา...ถึงกับอ้าปากค้างเผลอเอามือคลำหัว ตนเอง พร้อมรำพึงออกมาว่า เออ ก็จริงของมึงว่ะ เจ้าเขยบ้านนอก นี่ มันเก่งจริง ๆ มันเข้าใจในความเป็นธรรมดา อย่างนี้ สิ ถึงจะพอฝากผีฝากไข้ ยกมรดกให้ได้

ซึ่งเจ้าเขยบ้านนอกก็บอกว่า ผมต้องขอขอบใจพ่อมาก จ้ะพ่อ ที่เป็นพ่อที่ดี ทั้งคิดจะแบ่งปัน มอบมรดกให้ ซึ่งฉัน กับ เมีย ก็พอจะขยันหมั่นเพียรดูแลครอบครัวให้พออยู่ พอกินกันไปตามประสา ไม่ต้องการเอาอะไรหรอกจ้ะ ก็ขอให้พ่อนำเก็บไว้ใช้ หรือ เอาไปทำบุญสุนทาน ประกอบคุณงามความ ให้เกิดคุณค่ากับชีวิต และเป็นแบบอย่างพ่อที่ดีเถิดจ้ะ...





ปุจฉา...นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า... อย่างไร ?





เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)