อนุทิน #125797

เราพยายามมากันตั้งมั่นในศีลห้าไว้ดี ๆ นะ... มีความสุขในการรักษาศีล ๕ มีความสุขในการไหว้พระสวดมนต์นั่งสมาธิ เราใช้สังขารเค้ามาเยอะแล้วใช้ร่างกายเค้ามาเยอะแล้ว  บางทีเราก็นั่งพับเพียบไม่ได้ นั่งคุกเข่าไม่ได้ พระพุทธเจ้าท่านก็ให้เรานั่งเก้าอี้หรือนั่งโซฟาได้  ในการไหว้พระสวดมนต์นั่งสมาธิ เพราะเรามันสังขารไม่อำนวยแล้ว ให้ไปเน้นทางจิตทางใจ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันอยู่ที่ใจ ให้ใจมันสงบให้ใจมันเย็น

ทุกวันนี้มันไม่เหมือนแต่ก่อน ป่าไม้ก็ถูกทำลาย ภูเขาก็ถูกทำลาย แม่น้ำก็ถูกทำลาย เพราะว่าประชาชนคนที่เค้าเกิดมาเค้าแย่งทรัพยากรกัน พากันเป็นหนี้เป็นสินกันเยอะแยะมากมาย เราแก่แล้วเราสูงอายุแล้วเราก็ไม่ต้องไปคิดมัน มันจะเป็นอย่างไรก็ช่างหัวมัน  เราไม่ต้องให้สิ่งต่าง ๆ มาปรุงจิตใจของเราให้มันร้อน ทั้งการบ้านการเมืองอะไรมันก็มีปัญหาต่าง ๆ แล้วก็พวกที่เห็นแก่ตัว มักง่าย ทำมาหากิน พากันเล่นการพนัน ขายยาเสพติดสิ่งเสพติดอะไรมันก็เต็มไปหมด เต็มไปด้วยผู้ที่เห็นแก่ตัว เราเป็นผู้สูงอายุก็ต้องฝึกปล่อยฝึกวาง  “ช่างหัวมัน” อย่าให้สิ่งเหล่านี้มันมาปรุงจิตปรุงใจของเรา ขยะเก่าที่มันอยู่ในจิตในใจของเรามันก็มากแล้ว ขยะใหม่ ๆ นี้มันยิ่งแย่ยิ่งสกปรก เรามาใส่ใจของเราก็จะแย่มากขึ้น

ถ้าเราไปเอาดีเอาชั่วอะไรต่าง ๆ เค้าเรียกว่าคนเก่งคนฉลาดกลายเป็นผู้ที่แบกกองทุกข์  สิ่งที่จะทำให้เราเป็นคนใจดีมีคุณธรรมเราเลยกลายเป็นคนพาลไป อดที่จะนินทาเค้าไม่ได้  เราเป็นผู้สูงอายุนี้ต้องฝึกปล่อยฝึกวางนะ พระพุทธเจ้าท่านสอนอย่างนั้น

ฝึกสมาทานไม่พูดนินทาเค้า ใครเค้าจะดีจะชั่วเราก็ไม่ต้องไปพูดนินทาเค้า ฝึกพูดแต่สิ่งที่ดี ๆ น่ะ เคยพูดมากเพราะกลัวลูกหลานมันจะไม่ได้ดีไม่ได้ร่ำไม่รวย ก็สมาทานพูดน้อย  พูดแต่สิ่งที่จำเป็น เคยเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการก็สมาทานเป็นคนไม่เจ้ากี้เจ้าการ มันจะเป็นผู้ใหญ่ ใจดี เป็นผู้ใหญ่มีหัวใจติดแอร์คอนดิชั่น ลูกหลานเค้าเห็นเราเค้าก็มีความสุข เค้าก็อยากเข้าใกล้อยากมาพูดมาคุย ถ้าเราเอาแต่ว่าแต่บ่น พูดแต่เรื่องทุกข์ ๆ อะไรอย่างนี้แหละ ลูก ๆ หลาน ๆ มันก็ไม่เคารพรักนับถือเรานะ

เป็นผู้หลักเป็นผู้สูงอายุนี้ต้องฝึกชมลูก ฝึกยอลูกยอหลานให้เค้าทำความดี ไม่ต้องไปบ่นให้เค้าทำความดี คนเราถึงจะผิดถึงจะถูกมันก็ชอบฟังคำที่ดี ๆ น่ะ


เขียน:

ความเห็น (2)

...ทุกอย่างอยู่ที่ใจนะคะ...ยินดีด้วยค่ะ