อนุทิน #125790

  พุทธทาส   (Letter to editor http://www.thaipost.net/news/280613/75653)">http://www.thaipost.net/news/280613/75653)
เรียน คุณอัตถ์ อัตนัย ที่นับถืออย่างสูง
  เห็นข่าวในทีวีเรื่องหลวงพ่อเณรคำแล้วเศร้าใจ คิดไม่ถึงว่าสังคมไทยทุกวันนี้ได้ตกหลุมดำของความโลภ ความโกรธ ความหลง คือจิตใจตกไปอยู่ในโมหะภูมิ โทสะภูมิ และโลภะภูมิ กันแทบทุกคน ไม่มีข้อยกเว้น แม้แต่พระสงฆ์ซึ่งถือกันว่าจะเป็นผู้นำทางวิญญาณของประชาชน แต่กลับตกสู่หลุมดำของความโลภ ความโกรธ ความหลง มากกว่าประชาชนธรรมดาเสียอีก
  ในวงการสงฆ์ทุกวันนี้ ต่างก็มอมเมาชาวบ้านเรื่องการทำบุญบริจาคทาน สร้างวัตถุมงคลหลายรูปแบบ โฆษณาชวนเชื่อให้ชาวบ้านหลงบุญมากยิ่งขึ้น เพราะการกระทำเยี่ยงนี้ทำให้พระสงฆ์รูปนั้นมีฐานะทางสังคมดีขึ้น โยมพ่อโยมแม่ก็ดีขึ้น ดูได้จากหลวงพ่อเณรคำเป็นตัวอย่าง บ้านของโยมพ่อโยมแม่ใหญ่โตโอฬารผิดจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
  เรื่องบุญนี้ ท่านพุทธทาสเคยกล่าวไว้ว่า บุญเป็นสิ่งที่ทำให้ใจฟูเท่านั้นเอง แม้แต่ในโอวาทปาฏิโมกข์ที่สอนว่าไม่ให้ทำความชั่ว ให้ทำแต่ความดี เพียง ๒ อย่างยังไม่พอ ยังต้องชำระจิตใจให้สะอาดปราศจากมลทิน คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ถ้าใครขจัดความโลภ ความโกรธ ความหลงให้ออกจากจิตโดยเด็ดขาดสิ้นเชิง จนเป็นสมุจเฉทปหาน ไม่ใช่เพียงข่มไว้ด้วยอำนาจของสมาธิ แต่ต้องเกิดจากวิปัสสนาญาณ เกิดปัญญาเห็นแจ้งต่อความเป็นจริงของสภาวธรรมที่เกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไปจนประหารหรือปหานโลภะ โทสะ โมหะได้เด็ดขาด หมดจดสิ้นเชิง ผู้นั้นก็จะเข้าถึงสภาพของจิตที่เรียกว่านิพพาน
  ฉะนั้น นิพพานเกิดขึ้นได้ สำหรับผู้ที่ปฏิบัติได้จริงในชีวิตนี้ ไม่ใช่หลังจากตายที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ ท่านพุทธทาสท่านเน้นสอนเรื่องนี้มาก จึงเป็นเรื่องที่ควรสนใจอย่างมากยิ่งกว่าการทำบุญสร้างพระ สร้างวัตถุมงคลต่างๆ
  เรื่องการโฆษณา ชักจูงให้บุคคลหลงใหลในการทำบุญ โดยมีวัตถุมงคลเป็นเครื่องล่อ มีอยู่ทุกๆ วัน ล่าสุดผู้เขียนเดินผ่านธนาคารกรุงไทย เห็นโฆษณาชักชวนให้เช่าซื้อ "พระกริ่งอิ่มบุญ" ซึ่งจัดทำโดยมีพระสมเด็จพุฒาจารย์เป็นประธาน ทำการปลุกเสกโดยพระเกจิอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงจำนวนมาก ในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศ เช่าซื้อได้ที่ธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ แล้วอย่างนี้จะไปโทษหลวงพ่อเณรคำได้อย่างไร??   
  ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
  ส.ประทับแก้ว

[Thanks to the above author and Thaipost.org, This is a point to muse on today -- for me. I think we should learn not to buy (but work) our ways into a better next life. Why? Dhamma is incorruptible! ]

เขียน:

ความเห็น (3)

สวัสดีค่ะท่าน  SR.

*แห่ะๆๆ...โดนใจค่ะ ..สำหรับประโยคส่งท้ายของท่าน SR  ...ซึ่งมักจะมีวลีเด็ดๆ .. สำหรับวันนี้  .."  Dhamma is incorruptible"


* บ้านเมืองเราน่าเป็นห่วง .. ที่ทุกเรือง "คอร์รับ" ได้     แต่อย่างที่เค้ากล่าวกัน ..กรรมนั้นคอร์รับไม่ได้....  "กมฺมุนา วตฺตตี โลโก."


*...ธรรมะ ตามคำสอนของพระพุทธองค์ ต้องฝึกฝนปัญญาปฏิบัติ  ไม่ใช่หาช่องทางเข้าถึงด้วยการเช่า/ซื้อสิ่งทดแทนในรูปแบบต่างๆ เพื่อหวังชีวิตที่ดีในชาติหน้า   (not buy but work..ของท่านSR) .  อืมม์ ..ทำปัจจุบันขณะให้ดี  คงใช้ได้  ไม่ต้องหวังไกลถึงชาติหน้า ใช่ไหม๊ค่ะท่าน. SR :-))

ทุกอย่างล้วนอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ซึ่งเป็นกฎไตรลักษณ์และสำเร็จได้ด้วยกฎไตรสิกขา ศีล สมาธิ ปัญญา อาริโย อาริโย อาริโย

Hi kwancha Ico48 :

I am really not keeping my watch in mindful manner. I am sorry for not replying earlier. And yes I agree with you - the law of Kamma works in ways we can't predict well yet. We can't tell when, where, how and how much our Kamma will travel and return to us. The webs of relations that each of our Kamma works on are complex. Each relation little or Large, weak or strong, fast or slow, ... are changing!

Our duty is to do our best and leave the law of Kamma works out the rest. ;-)


Hi paqueIco48 : Thank you for your clear Dhamma. The late reverend Buddhaasa gave simple words and simple advice. He adviced 'don't do bad things, do good things, and keep your mind clear (of bad thoughts [...], full of good thoughts [...], and strive to be 'ariyo' [better person]). This is simple for me (and other simple folks) to understand and do.

I practice siila. I don't practice samaadhi often. And many people would doubt my 'pa~n~na' ;-).