อนุทิน #125771

ในตัวตนของคนเรานี้ถือว่ามี 2 คนอยู่ในตนคนเดียว  คือ

 1 . คนหนึ่งเป็นตัวตนที่แท้เที่ยง  เป็นนิจัง  เป็นสุขขัง  เป็นอัตตา

 2 . อีกคนเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงแท้  เป็นอนิจจัง  เป็นทุกขัง  เป็นอนัตตา 

เขียน:

ความเห็น (4)

 ความอยาก : เป็นตัวตนที่แท้เที่ยง  เป็นนิจัง  เป็นสุขขัง  เป็นอัตตา

 ความจริง : เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงแท้  เป็นอนิจจัง  เป็นทุกขัง  เป็นอนัตตา

สวัสดีครับ  คุณ sr 

ผมสนใจวิธีคิดของคุณมากครับ    

ถ้าได้สนทนากันคงมันออกรสในเรื่องนี้

สิ่งชวนคุยคือ  ความจริง  และ  ความอยาก  นี้ละ

ความจริง ถ้าสื่อถึงพระเจ้านี่  เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงหรือไม่  เป็นอนิจจังหรือไม่  เป็นต้น

Here I am back in 'text'.

First, forgive me for saying something quickly and rudely leaving without even a smile ;-)

 Now my crytic comment:

ความอยาก(ของคน แต่ละคน ในความเชื่อของเขา) : เป็นตัวตนที่แท้เที่ยง  เป็นนิจัง  เป็นสุขขัง  เป็นอัตตา

Everyone wishes for 'truth, permanence, happiness and self-independence'. We try to tell truths and we want people to tell us truths. We want to be steady, consistent, trustworthy, stable, ...

ความจริง(ของคน แต่ละคน ที่บางครั้งไม่เห็น) : เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงแท้  เป็นอนิจจัง  เป็นทุกขัง  เป็นอนัตตา

What we really are just another changing thing, with a life cycle, with sufferings and not truly ourselves.

In response to your  "ความจริง ถ้าสื่อถึงพระเจ้านี่  เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงหรือไม่  เป็นอนิจจังหรือไม่", let me ask if there is no one around believing/to believe in god, would god still exist? (From Buddhists' point of view 'god has man as a factor for arising' in mind's mind.) And studies of 'God' clearly show changes in perceptions of God. (Jews' God, Christians' God, Muslims' Allah, ... are supposed to be the same God -- there is ONLY one God, but somehow the same God is not the same for believers of God.)

I think we can discuss the issue of permanent God till all of us die and God may live on alone...

Hope this make my comment a little clearer within a context ;-) 


สวัสดีครับ  คุณ sr

นับเป็นโอกาสดีที่เราได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเกี่ยวเรื่องดังกล่าว  ก่อนอื่นผมขอชื่นชมคุณที่แสดงความคิดเห็นออกมาดัง ๆ  ผมว่าความคิดความเห็นเป็นของเฉพาะตน  เราต้องยอมรับความคิดเห็นของเพื่อนมนุษย์ได้  ยิ่งแสดงความคิดความเห็นด้วยเหตุด้วยผลแล้ว  เราต้องเคารพในสิทธิ์ส่วนบุคคลที่แสดงออกมาด้วย

ผมขอใช้สื่อการตอบนี้เป็นภาษาไทยนะครับ 

1 . ในแง่พุทธคุณมองว่า  (From Buddhists' point of view 'god has man as a factor for arising' in mind's mind.)  ในมุมมองของท่านพุทธทาสทำนองว่า พระเจ้าในศาสนาต่าง ๆ แตกต่างกันในภาษาคน  ส่วนพระเจ้าในภาษาธรรมนั้นหมายเอาสิ่งเดียวกัน  ซึ่งในประเด็นนี้ผมเห็นด้วย

2 . ความสงสัยสำหรับสิ่งแท้จริง หรือความจริง เช่น  พระเจ้า  คุณเห็นว่าอยู่ภายใต้กฎไตรลักษณ์  หรือ อนัตตา  หรือไม่อย่างไร  หลักพุทธมองอย่างไรในเรื่องนี้  ตามมุมมองของคุณ..?