อนุทิน #125610

ชาวนามีเชื้อสายมอญที่ยังรักษาวัฒนธรรมการละเล่นแบบวัฒนธรรมมอญ พูดภาษามอญได้

ฟังแล้วรื่นหูด้วยน้ำเสียงที่ทอดในท้ายเสียงแทนคำว่าครับ กลับทำให้คนฟังที่กำลังรุมถามคำถามด้วยใจร้อนเพราะความต้องการคำตอบเร็ว ก็ช้าลงตามไปด้วย  และค่อยสงบความอยากรู้ลงได้ แต่ก็ไม่วายที่จะหากลวิธีใหม่ คราวนี้ส่งเสียง ร้องเพลงภาษามอญที่สาวมอญวัยแม่ในอดีตเกือบ 40 ปีมาแล้วช่วยแปลให้ จึงได้ความหมายว่า"ฮะโลง ฮะโลง ฮะโลง" ฉัน รักคุณ ผมรักคุณ เป็นความรักของหนุ่มสาว มิใช่ความรักของผู้ใหญ่เมตตาผู้น้อย เนื้อเพลงต่อมายังบอกความในใจอีกว่า ผมจะทำอย่างไร อัวฮะโลงอีเปลี๊ยะเหนาะหละท้ายที่สุดของเพลงที่ฉันร้องได้นี้ได้แก้ปัญหา และทำให้มองเห็นวัฒนธรรมอันงดงามของชนชาติมอญว่า เมื่อผมไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับความรักที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ผมขอรำวง หรือมารำวงกับผมหน่อย

นี่เป็นการแสดงความรักของหนุ่มสาวทั้งของพี่ไทยเราในอดีต หากในกลุ่มเชื้อชาติมอญยังคงรักษาจาารีตประเพณีการเสียสาวไว้อย่างน่าชมเชย และเป็นแบบอย่างที่ดีของการครองตน

นึกถึงตรงนี้แล้วได้แนวคิดว่าเพลงก็เป็นสื่อที่ดีทั้งให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ให้ทางออก ให้ได้บอกความนัย และให้มีความตระหนัก มีอีกหลายๆสิ่งที่เกิดได้จาก เพลง ไม่ว่าจะเป็นทำนอง หรือเนื้อร้อง หรือทั้งเนื้อและทำนอง

ฮะโลง ฮะโลง ฮะโลง  เด็กหนุ่มได้ฟังแล้วมีสีหน้าฉงนถามว่าไปเอามาจากไหน ด้วยเสียงเพลงที่ต่างระดับเสียงกลับให้ความรู้สึกถึงความใน ในเนื้อเพลงและโทนเสียง หาใช่ความในของคนร้อง ด้วยคนร้องปรารถนาให้เขาช่วยสื่อความหมายของภาษามอญ และเขาเข้าใจดี ไม่ต่างอะไรกับยายถามหลาน ตาถามเหลน (เขาเพิ่งได้ยินเพลงนี้เป็นครั้งแรก แน่นอน เพราะเพลงนี้เราร้องกันมานับได้37 ปี และฉันไม่เคยลืมเลย ด้วยต้องทำหน้าที่แม่เพลงในคืนที่มีชื่อว่า Guest Night  ของการชุมนุมลูกเสือชาวบ้านยุคที่ลูกเสือชาวบ้านรุ่งเรือง  และมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการทำงานเพื่อมวลชนทั้งระหว่างพื้นที่ใกล้เคียง และห่างไกลกัน การประสานความเข้าใจ และร่วมชุมนุมนั้นในเจตพื้นที่เดียวกัน ก็จะมีพี่ตชด.ทำหน้าส่งสาร ไปกลับทั้งผ่านผู้นำและสมาชิกรุ่น ในแต่ละรุ่น และนั่นเป็นที่มาของผู้นำชุมชนยุคบุกเบิก ก่อนมีการก่อตั้งอบต. ลักษณะของผู้นำลูกเสือชาวบ้านแต่ละรุ่น แต่ละจังหวัดหรือค่ายต่างๆ ฉันหมายถึงหน่วยงานของทางราชการที่ลูกเสือชาวบ้านสังกัด เช่นกองทัพภาคต่างๆที่ ตชด แต่ละเขตเป็นพี่เลี้ยงในการฝึกอบรม หลักสูตรขอ

งลูกเสือชาวบ้านยุดรุ่งเรือง เน้นความรักความสามัคคี การลงแขกลงขันทำการงานเพื่อชุมชน การสืบสานวัฒนธรรม และการเผยแพะร่แลกเปลี่ยนกันและในสมาชิกรุ่นจะมี มีลักษณะเด่นประการหนึ่งคือ เอาไงเอากัน ไปไหนไหนไปกัน ทั้งนี้ลูกเสือชาวบ้านทุกคนจักได้รับอนุญาตให้ร่วมน้ำสาบาน เราจะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ เพื่อความมั่นคงที่เกิดขึ้นภายในจิตใจของลูกเสื่อทุกคน ไม่มีการเกี่ยงเรื่องวัย งานหนักเบาพร้อมสู้เพื่อชุมชน เพื่อเพื่อนบ้าน สมาชิกของชุมชน กิจกรรมหลักนอกจากเรียนรู้วิชาชาวค่าย ยังได้เรียนรู้เรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้น การออกกำลังกาย และฝึกความคิดสร้างสรรค์ พร้อมนำเสนอความคิดในรูปแบบการแสดงรอบกองไปที่สร้างสรรค์ 

ลักษณะผู้นำรุ่น หรือระดับสูงขึ้นไปของลูกเสือชาวบ้าน คือเป็นผู้มีบุคลิกภาพที่น่านับถือ และเป็นเช่นนั้นจริงๆ ซึ่งอาจไม่ใช่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอาจเป็นชาวนาชาวสวน ผู้นำครอบครัวที่ดี  หรือนักธุรกิจ ภูมิปัญญาเล็กๆในชุมชนก็เป็นได้สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้คือผู้นำลูกเสือทุกคนในยุคนั้นมีบุคลิกอ่อนน้อม ถ่อมตน หากกระตือรือร้นกับความเอาใจใส่สมาชิกรุ่น ใครเจ็บไข้ได้ป่วย หรือต้องล้มหมอนนอนเสื่อแม้การจากไปก็จะส่งสารให้ได้ไปร่วมกิจกรรมกันเสมอมา ลักษณะอีกอย่างของผู้นำลูกเสือชาวบ้าน คือการให้เกียรติสมาชิก และเป็นผู้นำที่มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี

รู้และเข้าใจในศักยภาพของผู้ร่วมงาน การวางแผนวางตัวบุคคลในองค์กรก็เป็นเรื่องที่น่าจดจำและศึกษาว่า เหตุ ใดพลังชาวบ้านจึงยิ่งใหญ่ และประชาชน  ภาคภูมิใจในสถาบัน ทั้งรักและหวงแหนสถาบันหลักของชาติ  หากมองถึงการรวมตัวกันของลูกเสือชาวบ้านยุคนั้น มีมุมหนึ่งที่ให้เข้าใจว่าพอพอๆกับยุคที่นักศึกษาต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย หากลูกเสือชาวบ้านก็จะทำงานสอดคล้องกับนโยบายของกองทัพภาค หรือครูฝึกของตชด.และมีเป้าหมายเช่นเดียวกัน คือปกป้องเชิดชูองค์ราชันย์ด้วยความรักเหนืออื่นใด

วันเวลาผ่านไป หากภาพความประทับใจในความรัก ความสามัคคีของลูกเสือชาวบ้านในยุคนั้นทำให้ได้บันทึกลงในอนุทิน  คงต้องมีเวลาทบทวนกับกลุ่มคนทำงานยุคนั้นสักครั้ง เพื่อถอดบทเรียนล้ำค่า สู่การสร้างกระบวนการพลเมืองดีและหาโอกาสใช้กับเด็กน้อยด้อยโอกาสสักกลุ่มหรืออาจปรับใช้เพื่อพฒนาศักยภาพของผู้สูงอายุในอนาคต

เราสองคนร่วมวงสนทนากับชาวนาหนุ่มน้อยผู้กำลังก้าวย่างก้าวในวงราชการด้วยความมุ่งมั่น

คนหนุ่มสาวผู้รักความก้าวหน้า

มีความฝันอะไรในหน้าที่การงาน

การให้โอกาส เปิดเวทีเพื่อการแสดงศักยภาพ

นี่ไง ตรงตามทฤษฎีของอับบราฮัม มาสโลส ไหมว่า มนุษย์มีความต้องการพื้นฐานไม่ต่างกัน และทุกคนต้องการมันและจะได้สนองความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ให้ได้เรียนรู้และต่อยอดงานตามยุคสมัยของการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเช่นทุกวันนี้

...ย้อนมาหาบทเพลงฮะโลงของฉันใหม่ เนื้อร้องท่อนต่อมา หนุ่มน้อยขยายความว่าคนแต่งเพลงนี้ให้เกียรติผู้ชาย และให้เกียรติผู้หญิงในฐานะความเท่าเทียมกันว่า มนุษย์สามารถถามความในใจ และตอบคำถามตัวเองได้ด้วยสติปัญญา และสภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรม มันดูเหมือนซับซ้อน แต่ฉันก็เข้าใจนะว่าเขาหมายถึงผู้ชายมอญเมื่อสงสัยความรักเขาก็จะไม่พล่ามพูดออกมาด้วยเป็นความใน ฉันเข้าใจว่าเขาคงหยั่งท่าทีฝ่ายหญิง

การรู้จักหยั่งความรู้สึกของคนที่เราสนทนาด้วย น่าจะเป็นเรื่องของเทคนิคที่ถ่ายทอดทางสายเลือดจากพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย หรือผู้ใหญ่ในชุมชน ครู พระสงฆ์ ที่จะหาจังหวะอบรมสั่งสอนลูกหลายให้มีมารยาทสังคม

กิจกรรมของชุมชนก็มีผลค่อพฤติกรรมวัยรุ่น

เอ..แล้วนี่ฉันจะทำอะไร หรือเพียงแค่คิด แบบไร้ทิศทาง!


เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)