อนุทิน #125503

ข้อคิดที่ได้คือสื่อที่ไร้วิญญาณ ขาดความเข้าใจความรู้สึกของผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรัง จึงไม่สามารถเข้าถึงจิตวิญญาณของผู้ป่วยโรคเรื้อรังได้

จากนามธรรม ทำอย่างไรให้เกิดeffect และให้เกิดสัมพันธ์ที่อายตนะของผู้ป่วยได้ ให้ได้ยินเสียงของตัวเองยามผจญกับทุกข์ซ้ำจำเจอันมีผลจากการป่วย ให้ได้เห็นในจิตเห็นทุกข์นั้นจริงๆมิใช่เพียงหวังว่าเดี๋ยวหมอก็จัดยาให้ ให้ได้จับได้สัมผัส ซึ่งองค์ความรู้มิใช่เพียงคำเตือน คำบอกเล่า หรือคำบรรยาย หากควสามน่าจะเป็นไปได้คือให้ได้พูดออกมาว่าที่เจ็บ ที่ป่วยนั้นมันเป็นอย่างไร ยามไหนทุกข์ที่สุด ทุกข์แล้วเป็นอย่างไร หยุดได้ไหม ได้ ได้อย่างไร หยุดไม่ได้ แล้วทำไง จากนามธรรมสะท้อน แลกเปลี่ยนกันบ้างดีกว่าไหม ดีกว่าที่ให้ผู้ไม่มีประสบการณ์ตรงรู้แต่ตำรามายั่งบรรยาย จนจำหลักการทฤษฎีว่าด้วยโรคเบาหวาน โรคความดัน ...จำได้แม้กระทั่ง น้ำตาลบเท่านี้ เท่านันหมายถึงอะไร อ่านค่าได้หมด แต่มันไม่ได้เอาไปใช้ไปส่งให้ถึงจิตวิญญษรที่พอจะปรับเปลี่ยนตัวเองได้ว่า เพราะฉันทำเช่นี้ฉันจึงเป็นอย่างนี้ แค่นี้ก็ยังไม่พอ อย่าเอาแต่คัดกรองแล้วแจกยากันอีกเลย หาวิธีใหม่เถอะนะ ลองดูก็ไม่เสียหายอะไรนี่ อีกทั้งยังได้แนวคิด ได้ต่อยอดความรู้ คัดกรองมีแล้วเจอคนป่วยเพิ่มมากขึ้น ได้ข้อมูลแค่นี้สิ้นเปลืองเปล่าๆ คัดกรองแล้วเอามาวิจัยบ้างเถิดนะ 

จัดโปรแกรมให้ทำที่บ้านที่ๆคนป่วยอยู่ จได้ไม่ต้องกังวลเรื่องงบกลางวัน งบเบรค จัดแบบเดิมทีไรผู้ป่วยบ่นว่าน้ำตาลขึ้นๆ ไม่เห็นเปลี่ยนซักที 

เอางี้ดีไหม

คัดกรองได้แล้ว ลงบ้านเลย ทำความเข้าใจ ให้ลึกซึ้งทั้งครอบครัวเลย แล้วร่วมกันตั้งโปรแกรมอาหาร ออกกำลังกายตามสภาพที่เป็นจริง เพิ่มสมมรถนะในการทำงานในด้านที่เห็นว่าส่งเสริมให้ร่างกายได้เผาผลาญ แล้วก็ประเมินให้เห็นให้ชื่นใจว่า นี่ไง ทำแบบนี้ไง ความดันลดลง น้ำตาลลดลง แต่เราต้องการความถี่ในการปฏิบัติต่อร่างกาย ทำได้ไหม ทำได้แล้วจะได้อะไร เอาไหมเราช่วย ไม่ต้องไปเอางบราชการมาทำหรอก ใช้งบในชีวิตประจำวันของผู้ป่ววยนั่นแหละ งบชีวิตจริง ขาดเหลืออะไรตรงไหนก็ดูแลเสริมคุณภาพชีวิตให้ ลิงค์ไปที่นักสังคมสงเคราะห์ อบต. รพสต. ดูซิว่าจะเอาไหม อยากทำงานแบบนี้ไหม หรือว่าไม่อยากทำ เพราะไม่มีงบชูใจ 


เขียน:

ความเห็น (0)