อนุทิน #125304

ฉันเฝ้าดูเครื่องมือทางแพทย์ และออกมาโทรศัพย์ถึงน้องผู้มีประสบการณ์

พยาบาลที่นี่ไม่บอกอะไรเรามาก เสียงลูกบอกว่า คุณปู่อายุ 89  ย่าง 90 แล้ว คุณปู่ยังแข็งแรงอีกไม่นานคุณปู่จะได้กลับไปบ้านแล้ว หนูจะเปลี่ยนงานจะไปเป็นครูอาจารย์ เอาความรู้ที่หนูเรียนมานี่แหละ หนูจะสอนให้เก่งเหมือนคุณปู่ สอนลูกๆและนักเรียน

ฉันได้แต่อึ้งในใจ และยืนข้างๆเตียงลูบขาและเท้าพร้อมกับชวนคุณปู่สวดมนต์ก่อนนอน ดูนาฬิกา4 ทุ่มเศษๆ ต้องให้ผู้ป่วยได้พักผ่อน ลูกถามแม่ว่าคุณปู่จะได้ยินหรือรับรู้อะไรไหม ฉันตอบว่ารับรู้และเข้าใจทุกเรื่องที่ลูกพูด แม้เราสวดมนต์ในใจคุณปู่ก็จะรับรู็ และร่วมสวดมนต์ไปกับเราด้วย แผ่เมตตาด้วยกัน สีหน้าของคุณปู่จึงสดใส และอิ่มเอม

คุณปู่หลับแล้ว ลมหายใจอ่อนลง กระตุกเล็กน้อย มื่อขวาบวมเปล่งใส เสียงตามสายให้ความกระจ่างว่าผู้ป่วยขาดสารอาหาร และมีภาวะไต และตับ เราลาคุณปู่ และาแวะไปขอบคุณพยาบาลที่น่ารักทุกคน ที่ดูแลเอาใจใส่ผู้ป่วยประดุจญาติอีกครั้ง และถามว่าอยู่ในช่วงเวลาประคับประคองแล้วใช่ไหม คุณหมอลงความเห็นอย่างไร ลูกๆของคุณปู่ยอมรับ และต้องการให้คุณปู่หลับสบายๆ ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ อีกเหตุผลหนึ่งที่ลูกๆของคุณปู่พูดเป็นเสียงเดียวกันคือคุณปู่ปฏิบัติธรรมมานานหลายสิบปีแล้ว คุณปู่เคยคิดจะบวชเมื่อครั้งใกล้เกษียณอายุ แต่แล้วก็เปลี่ยนใจบอกว่า ภิกษุบวชเมื่อแก่จะปฏิบัติธรรมได้ไม่มากนักด้วยสังขารไม่เที่ยง คุณปู่บอกว่าพระพุทธองค์ก็เคยตรัสไว้ให้ไปหาอ่านเอาเอง  อันนี้ฉันก็เห็นด้วยกับความเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของทุกคน จะมีก็แต่หลานสาวที่แม้จะเข้าใจก็ยังอดแอบร้องไห้ไม่ได้


เขียน:

ความเห็น (0)