อนุทิน #124725

ทุก ๆ คนอยากมีความสุข อยากมีอาชีพมั่นคง อยากได้เงิน อยากมั่นคง เช่น  ทุกคนอยากให้ลูกให้หลานเป็นหมอ มันมีความอยาก การเป็นหมอเป็นสิ่งที่ดีนะ เป็นอาชีพที่มีบุญมากมีกุศลมาก ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลชีวิตคน เพราะคนทุกข์ทั้งกาย ทุกข์ทั้งใจ  หมอจึงมี ๒ อย่าง คือหมอจิตเวชและหมอทางกาย

หมอต้องให้จิตใจเป็นบุญ เป็นกุศล รัก สงสารที่จะช่วยเหลือ...

ไม่ใช่เราอยากจะเป็นหมอเพราะหาเงินง่าย อาชีพหมอเป็นอาชีพที่ถ้าเน้นเรื่องเงิน  จะเป็นอาชีพ ที่ทำงานเอาความสุขจากความทุกข์ของคนอื่น เอาความสุขจากคนเจ็บไข้  กำลังจะตาย

ถ้าเราขาดความเมตตากรุณา เราจะเป็นคนที่ทำอาชีพที่บาป...!

เราสังเกตคนที่เขาพากันเป็นหมอ ทุกวันนี้โรงพยาบาลเอกชน คลินิกต่าง ๆ เขาเน้นเงิน เน้นสตางค์ ไม่เน้นธรรมะ ไม่เน้นคุณธรรม หากินกับคนใกล้ตาย มันบาปเหมือนกัน

ถ้าเน้นที่จิตใจ ว่าเราเกิดมาจะทำความดี ช่วยเหลือผู้อื่น เพราะความทุกข์มากที่สุดคือ ความเจ็บ ความตาย ถ้าเราตั้งใจดีก็จะมีบุญใหญ่ มีอานิสงส์ใหญ่

ครั้งพุทธกาล... มีพระภิกษุป่วยเป็นโรคพุพอง ไม่มีใครดูแล พระพุทธเจ้าท่านทำเป็นตัวอย่าง ท่านไปดูแลรักษาและสอนภิกษุว่า ใครดูแลพระป่วยเหมือนดูแลพระตถาคตนะ  ได้บุญมาก อานิสงส์มาก

การดูแลอุปถัมภ์อุปัฏฐาก พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ตลอดรักษาผู้ป่วย เป็นคุณธรรมของผู้ดี ของคนดี

พระพุทธเจ้าท่านถึงสอนเรื่องกตัญญูกตเวที เป็นธรรมที่ใหญ่หลวง เป็นธรรมที่ยิ่งใหญ่

ทุกวันนี้ทุกคนเป็นผู้รับจนเคยชิน เป็นผู้รับจนเคยตัว

การที่เรียนหมอแล้วเป็นอาชีพที่มีบุญ เราอย่าไปมุ่งแต่ความร่ำรวย การรวยมันดี  แต่ต้องมีคุณธรรม

ทุก ๆ วันเราพากันหลงใหลในวัตถุ ลืมผู้มีพระคุณอย่างพ่อแม่ ลืมพ่อลืมแม่ มุ่งแต่ยศ สรรเสริญ สุดท้ายคนที่อยู่ในครอบครัวเดียวกันจึงไม่ค่อยจะให้ความรัก ความเมตตา  ความอบอุ่นแก่สามี ภรรยา และลูก ๆ ของเรา

เรารวยก็จริง เจริญก็จริง แต่ความสุขความอบอุ่นในครอบครัวมันไม่มี มันต้องเริ่มที่ตัวเองและผู้ที่ใกล้ชิด เอาฐานให้มันแข็งแรง พยายามปรับปรุงตนเองก่อน  เพราะปัญหาทั้งหมดอยู่ที่ตัวเราเอง  ทำให้เราเป็นทุกข์


เขียน:

ความเห็น (2)