อนุทิน #123669

เรื่องสั้นมีอรรถ


พระเครื่องของชายในความฝัน:::  ...........................................................

*" แล้วตัวลื้อล่ะดีอย่างไร...? "
*
คำพูดนี้ยังคงก้องอยู่ในความคิดของมงคลเป็นระยะๆ มันเป็นคำพูดของชายชราชาวจีน
ที่เขาฝันเจอเมื่อคืนวันพระก่อน
มงคลเป็นหัวหน้างานสนามของบริษัทรับจ้างรื้อถอนทุบทำลายอาคาร
เขาเป็นนักสะสมพระเครื่องและเช่า ตลอดจนปล่อยให้เช่าพระเครื่องตัวยง
แขวนพระเครื่องต่างๆ เต็มคอ และเครื่องรางต่างๆเต็มเอว
...............................

สามสัปดาห์ที่แล้ว มงคลได้รับมอบหมายให้มาควบคุมการรื้อถอนทุบทำลาย
อาคารเก่าในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง และรู้สึกว่าเขาจะสัมผัสได้
ถึงสิ่งลี้ลับบางอย่าง
หลายครั้งที่เขารู้สึกคล้ายกับว่ามีคนมองเขาอยู่ แต่เมื่อหันไปดูกลับไม่มีใคร

จนกระทั่งวันโกนก่อนวันพระที่แล้ว เครื่องกำเนิดลมอัด
ที่ใช้กับหัวเจาะคอนกรีต ของเขามีปัญหา เครื่องดับไปเฉยๆ
พยายามสตาร์ทมันใหม่ตั้งหลายหน ช่างเครื่องประจำทีมงานไปตรวจดูเท่าไร
ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ
จนเขาต้องอธิษฐานขออภัยเจ้าที่เจ้าทางว่า

"สาธุ ท่านเจ้าที่เจ้าทาง ขอให้เครื่องทำงานได้ไม่มีอุปสรรคทีเถอะ
แล้วกระผมจะใส่บาตรถวายอาหารพระอุทิศส่วนกุศลไปให้"

ลมวูบหนึ่ง พัดให้เขารู้สึกได้ แล้วเครื่องยนต์ก็ติด ทำงานต่อไปได้
ไม่มีปัญหาอีก

เช้ารุ่งขึ้นเป็นวันพระ มงคลรักษาสัญญา ใส่บาตรถวายอาหารพระ
แล้วกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล ให้เจ้าที่เจ้าทางประจำพื้นที่
ที่เขากำลังจะทุบทำลายแห่งนั้น

นานทีปีหน จะได้ใส่บาตรถวายอาหารพระ แม้ว่าเขาจะเข้าวัดบ่อย
แต่ก็เป็นไปในการหาเช่าวัตถุมงคล ตามพฤติกรรมของนักนิยมพระเครื่อง
เสียมากกว่า ความอิ่มเอมใจบังเกิดขึ้น จากการใส่บาตรในครั้งนั้น
มงคลนึกในใจขณะพระสวดให้พรว่า

*"ชีวิตลูกลำบากมามาก มีเงินก็เก็บไม่อยู่
ขอให้บุญกุศลดลบันดาลให้ลูกพบแต่คนดีๆ ด้วยเถิด"
*...........................

คืนวันพระ หลังจากที่มงคลใส่บาตรนั้นเอง ที่มงคลฝันเป็นเรื่องเป็นราวว่า
ที่พื้นที่ทุบทำลายแห่งนั้น มีชายแก่สวมชุดขาวคนหนึ่ง มานั่งคุยกับเขา ในฝัน
มงคลอวดพระเครื่องสารพัดองค์ ที่แขวนไว้รอบคอ รวมทั้งเครื่องราง ตระกรุด
ปลัดขิก หนังเสือ เขี้ยวเสือ ให้ชายชราในฝันฟัง

"องค์นี้ ดีทางคงกระพันชาตรีครับลุง องค์นี้ดีทางแคล้วคลาด ส่วน 3 องค์นี้
ดีทางเมตตามหานิยม องค์กลางที่ผมแขวนเป็นประธาน ดีทุกๆ ด้านเลยครับ"

ชายชราในฝัน หยิบจับพิเคราะห์พระเครื่องของมงคล ทีละองค์ๆ แล้วเอ่ยถามขึ้นมาว่า

*" แล้วตัวลื้อล่ะดีอย่างไร...? "*

ในฝันมงคลอึ้งไป แล้วชายชราในฝันยังบอกว่า ตัวเขาต้องการร่วมทำบุญ
สร้างตึกที่กำลังจะสร้างใหม่ในโรงพยาบาลแห่งนี้ด้วย โดยบอกให้มงคล ไปที่ศาลเจ้า

หลังตลาดร้างใกล้ๆ หมู่บ้านจัดสรรชานเมืองแห่งหนึ่ง ไปหาคนเฝ้าศาลเจ้า
ชื่อแป๊ะฮง และไปขอดูบาตรน้ำมนต์เก่าของศาลเจ้า ในนั้นจะมีของซ่อนอยู่
ให้เอาของนั้น มาทำบุญให้แกด้วย
...........................

ชีวิตแบบเขา ทำงาน 6 วัน กลางแดดร้อนอบอ้าว หยุดวันอาทิตย์วันเดียว
มงคลมักจะใช้เวลาในวันอาทิตย์ หมดไปกับการเดินสายเช่า หาพระเครื่องตามสนามพระ
างๆ
หรือไปรับเช่าพระตามบ้าน



บางครั้ง เขาก็ถูกหลอกให้ซื้อพระเครื่องเก๊ บางครั้ง
เขาก็เป็นฝ่ายไปหลอกผู้ขายที่รู้น้อยกว่า
ซื้อพระเครื่องได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาจริง เพื่อนำมาขายเอากำไรอีกต่อ

ประสบการณ์ สอนให้เขาเชี่ยวชาญในการดูพระมากขึ้นๆ จนช่วงหลังๆ มานี่
เขาเป็นฝ่ายได้เปรียบ หรือเรียกว่า เก่งกว่าคนทั่วๆ ไป
ที่อยู่ในตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนพระเครื่อง

ความเชี่ยวชาญ ทำให้เขาเป็นที่ยอมรับในวงการพระเครื่อง ระดับหนึ่ง ประมาณว่า
หากใครจะปล่อยพระเครื่องให้เช่า เพราะร้อนเงิน ก็มักจะมาปรึกษาเขา
ทำให้ตัวเขา เหมือนเป็นแอ่งน้ำในที่ต่ำ ที่พระเครื่องดีๆ
มักจะหลั่งไหลมาหาเขา

และช่วงหลัง เขาประกาศรับเช่าพระตามบ้าน งานแบบนี้
ถ้าไปเจอบ้านที่ไม่เคยมีเซียนพระ เข้าไปหาพระดีๆ หรือเรียกว่า ร่อนของดีๆ
ไปก่อนหน้า กำไรจากการเช่าพระ ก็ดีมากทีเดียว
บางครั้ง ในหิ้งมีพระดีราคาสูงอยู่ไม่กี่องค์ ในบรรดาพระเป็นร้อยองค์

มงคลก็มักจะใช้เล่ห์เพทุบาย แกล้งบอกเจ้าของพระว่า พระที่จะขายก็อย่างนั้นๆ
ไม่มีราคา
และจะขอเหมามาทั้งหมด ในราคาองค์ละไม่กี่บาท

แต่แท้ที่จริงแล้ว เพียงแค่พระองค์เดียว ที่มงคลทำเป็นแกล้งไม่สนใจ
กลับขายออกไปได้ ในราคามากกว่า ที่มงคลเหมาพระทั้งร้อยองค์นี้ด้วยซ้ำ ถ้าเป็น

การซื้อพระเดี่ยวๆ จากแผงพระ หากไปเจอคนที่มีความรู้น้อยกว่า
ในด้านพระเครื่อง มงคลจะไม่กระโตกกระตาก แสดงให้เห็นว่า องค์ไหนดี
แต่จะแกล้งเลือก
ต่อราคาองค์ที่ไม่ชอบ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ

แล้วแสร้งทำเป็นขอซื้อองค์ที่น่าสนใจ ไปในราคาที่ไม่แพง

รูปแบบการดูพระของมงคล มักจะไม่ค่อยควักแว่นส่อง ถ้าแน่ใจว่า
ค่อนข้างจะมีโอกาสเป็นของแท้ ถึงจะยอมเสียเวลา ส่องดูให้แน่ใจ เรียกว่า
ไม่ควักแว่นพร่ำเพรื่อ
นักนิยมพระบางคน เวลาไปเดินตามแผงพระ มักจะเสียเวลา ส่องแว่นขยายมากเกินเหตุ
เรียกว่า ส่องเกือบทุกองค์อย่างจริงจัง

สำหรับคนที่ไม่รู้จักมงคล อาจเห็นว่า เขาเป็นนักเล่นพระที่อ่อนเชิง
เลยประมาทพลาดท่าเสียที ขายพระดีๆ ในราคาที่ถูกๆ ให้แก่เขา
หรือที่ภาษานักเล่นพระ เขาเรียกว่า *"ตกควาย"*
**

ส่วนพฤติกรรมการซื้อพระดีๆ ในราคาถูก หรือที่เรียกว่า
*"ซื้อราคาตั๋วเด็ก" *เป็นสิ่งที่มงคลภูมิใจนักหนา
และทำให้เขาหาเงินได้มาก

แต่ก็แปลกอีก เงินที่ได้มาจากการนี้ มักจะอยู่ได้ไม่นาน ส่วนใหญ่จ
ะหมดไปกับอบายมุข เหล้า บุหรี่ การพนัน เที่ยวกลางคืน
ทิปนักร้องตามสถานเริงรมย์ อาบอบนวด ซ่องโสเภณี ไปเกือบหมด
เหมือนเป็นเงินร้อน ต้องคำสาป เก็บไม่อยู่สักที
................................

วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ ไม่ต้องทำงาน มงคลครุ่นคิดถึงเรื่องในฝัน
เมื่อวันพระที่แล้ว และอยากจะพิสูจน์สิ่ งที่ชายชราในฝันเล่าให้ฟัง
เขาจึงนั่งรถเมล์ออกไปชานเมือง ตามทิศทางที่ชายชราในฝันบอก
แล้วมงคลก็ต้องแปลกใจ ที่มีหมู่บ้านจัดสรร แบบที่ชายในฝันบอก
มีตลาดร้างอยู่ใกล้ๆ จริงๆ และมีศาลเจ้าหลังตลาด ยิ่งไปกว่านั้น
มงคลขนลุกซู่เ มื่อพบว่า คนเฝ้าศาลเจ้าชื่อ* แป๊ะฮง*

มงคล เล่าให้แป๊ะฮงฟังทั้งหมด เกี่ยวกับความฝัน และขอดูบาตรน้ำมนต์เก่า
ซึ่งแป๊ะฮงก็ไปรื้อหามาให้ดูแต่โดยดี ตัวบาตรน้ำมนต์ เป็นทองเหลืองเก่าหนา
แบบของโบราณ ดูจากภายนอก ไม่น่ามีอะไร
แต่ด้วยความช่างสังเกต ของสายตานักเลงพระเครื่อง มงคลก็พบว่า ที่ก้นบาตร
มีรูเล็กๆ อยู่ 4 รู

คล้ายเป็นฝา ที่ปิดอะไรสักอย่าง อยู่ในนั้น ผู้ออกแบบ
คงประสงค์ให้น้ำไหลลงไปหาอะไรบางอย่าง ที่ศักดิ์สิทธิ์
แล้วซึมซาบขึ้นมาเป็นน้ำมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ ของในช่องเก็บนั้น
คงต้องเป็นของขลังศักดิ์สิทธิ์มีค่าแน่นอน ความชาญฉลาดของผู้ที่ซ่อนไว้
ทำให้ผ่านเวลามายาวนาน โดยไม่มีใครเห็น และเอาออกไป
..................................




เมื่อขออนุญาตแป๊ะฮง งัดฝาที่บัดกรีปิดตาย แป๊ะฮงก็อนุญาต

"ลื้อ คงไม่มาซี้ซั้วต่ากะอั๊วหรอก ฝันแม่นขนาดนี้ เจ้าของเขา
คงให้ลื้อมาเอาจริงๆ " แป๊ะฮงว่า


เมื่องัดฝาทองเหลืองเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยคราบสนิมเขียวนั้นออกมา
มงคลก็ต้องตื่นตะลึง เพราะในนั้น มีพระเครื่องราคาล้ำค่า ที่ตลาดพระเครื่อง
นิยมเช่าหากัน ด้วยสนนราคาถึงล้านบาท ไม่ใช่แค่องค์เดียว แต่ถึง 2 องค์
มงคลอยากครอบครองพระองค์นี้ มานานแสนนาน วันนี้ฝันเป็นจริง เก็บไว้องค์
ขายองค์เดียว

"รวยแล้วแป๊ะ เรารวยแล้ว ผมแบ่งแป๊ะแน่นอน"

"เฮ้ย...เจ้าของอีฝากลื้อไปทำบุญ ไม่ใช่เหรอวะ อั๊วไม่เอาหรอก
มันไม่ใช่ของของอั๊ว"

มงคลแปลกใจ ทำไมชายชราซอมซ่อ ไม่สนใจในลาภก้อนมหาศาลนี้เลย
ชายชราเฝ้าศาลเจ้าท่าท่างสงบ เย็น ถูกชะตามงคลมาก เนื่องจากอัธยาศัยดี
ดูจริงใจ เขาไม่มีเพื่อนดีๆ แบบนี้มากนัก
มงคลคิดว่า ถ้าขายพระได้ จะมอบเงินส่วนหนึ่งให้คนเฝ้าศาล
แบ่งให้โรงพยาบาลสักครึ่ง ที่เหลือเก็บเงินไว้ใช้เอง ให้สบายใจ

ชายชราไปเก็บกวาดหิ้งบูชา แล้วถามว่า* "ลื้อแขวนพระตั้งเยอะ
ไม่หนักบ้างเหรอวะ" *

....................................

มงคลเก็บเรื่องพระ 2 องค์นั้นเงียบ ไม่แพร่งพรายให้ใครรู้
อยากได้มาเป็นของส่วนตัว หลายวันผ่านไป ชายชราก็ไม่เห็นมาเข้าฝันทวงถาม
จนเขาคิดจะเก็บพระไว้เองทั้งหมด
สร้างข่าวปั่นราคาให้ได้มากที่สุด ก่อนที่จะปล่อยให้เช่า ในราคาที่ดีที่สุด
แต่แล้วคำพูดในหัว ก็ก้องขึ้นมาอีก

*" แล้วตัวลื้อล่ะดีอย่างไร...? "*

ช่วงแรก ความโลภยังมีกำลังเหนือกว่า ความโลภ ความอยากได้พระสององค์นั้น
ทำให้เขาไม่ขาย แต่ก็ต้องพะวง หวาดระแวงจนนอนไม่หลับ เมื่อมีพระเครื่อง
ที่ผู้สร้าง ต้องการให้เป็นวัตถุเพื่อระลึกถึง
พุทธานุสติ อยู่ในครอบครอง ด้วยความกลัวว่ามันจะหาย มีคนขโมย แย่งชิงเอาไป

บัดนี้ การได้พระเครื่องมาเก็บไว้ เหมือนเป็นการเพิ่มความทุกข์ให้เขามากขึ้น
แม้ว่าจะไม่เห็นชายชราในฝัน มาทวงถาม คำถามว่า

*" แล้วตัวลื้อล่ะดีอย่างไร...? "*

เมื่อถามคำถามนั้น กับตัวเองบ่อยๆ เข้า เขาก็รู้สึกละอายแก่ใจ
ตัวเองแขวนพระเต็มคอ แต่ไม่เคยคิด จะศึกษาธรรมะของพระพุทธเจ้าเลย
ดื่มเหล้าเป็นประจำ ข้องเกี่ยวในอบายมุข การพนัน
เที่ยวอาบอบนวด เที่ยวกลางคืน โกหกชาวบ้าน สารพัดที่จะเป็นเรื่องไม่ดี ทั้งๆ
ที่พระเครื่องที่เขาพกพา ก็เป็นเครื่องให้น้อมระลึกถึงพระพุทธเจ้า
และสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอน
.................................

เย็นวันพุธกลางสัปดาห์ งานของมงคลเสร็จเร็ว วันนี้เ ขามีนัดกับทองเหลือ
เพื่อนคนหนึ่งที่เพิ่งรู้จักไม่นาน

ทองเหลือ เป็นพนักงานจัดการศพในโรงพยาบาล ทำงานอยู่ห้องพิธีศพ
เห็นมงคลแขวนพระเต็มคอ จึงได้พูดคุยกันในเวลาว่างอย่างสนิทสนม

เย็นนี้ทองเหลือมีพระ อยากให้เขาช่วย ให้สักองค์
มงคลจึงเดินออกจากไซท์งานทุบตึกของเขา ไปที่อาคารรับศพ เมื่อไปถึง
ทองเหลือร้องเรียก บอกให้เขาเข้ามารอข้างในสักครู่

ทองเหลือกำลังทำงานของเขา ด้วยการแต่งตัวให้ศพ ที่ญาติกำลังมารอรับ
ศพดูเหมือนนอนหลับ สีหน้ายังออกชมพูๆ ไม่เขียวคล้ำ

"ตำราว่าไว้ หากศพมีหน้าชมพูๆ แบบนี้ คงไปสวรรค์" มงคลเอ่ยขึ้น

"ใครว่าเล่ามงคล มึงไม่เคยดูรายการกบนอกกะลาเหรอวะ เดี๋ยวนี้ยากันเน่า
เขาผสมสารสีชมพูแล้ว เวลาฉีดเข้าไป ศพจะได้ดูดีไง
*สุดท้าย คนเราก็แค่นี้ล่ะโว้ย เคยรวยซะจนไม่รู้จะใช้เงินยังไง สุดท้าย ตายไป
บาทเดียวก็เอาไปไม่ได้*"




ญาติศพพากันมาด้วยความเศร้า หอบเอาเสื้อผ้ามาชุดหนึ่ง เป็นชุดเก่าๆ ไม่ใหม่
ไม่หรู ไม่ได้ดูดีที่สุด อย่างที่มงคลคิด ญาติคนตายบอกว่า
คนตายได้สั่งเสียไว้ว่า อย่าหมดเปลืองกับศพมากนัก
เสื้อผ้าดีๆ เอาไปบริจาคให้คนจนใช้ เลยเอาชุดนี้มาแต่งศพ

โลงก็ไม่ให้ใช้ของแพง แกสั่งให้เอาแบบถูกที่สุด แต่ให้เอาเงินไปทำบุญแทน
สวดไม่กี่วัน แล้วก็ให้เอาไปดองต่อ
เพราะคนตายได้อุทิศร่างกายของตน เพื่อให้นักศึกษาแพทย์ ได้ใช้ศึกษาหาความรู้
ในวิชากายวิภาคศาสตร์ เพื่อสร้างประโยชน์แก่โลกต่อไป

*คนตายเป็นคนดีจริง ๆ ขนาคในวาระสุดท้าย ยังมีแต่ความคิด ที่จะให้กับคนอื่น*

ในบรรยากาศที่เศร้าโศกเสียใจ มงคลรู้สึกสลดใจว่า วันหนึ่ง
ตัวเขาเองก็ต้องตายไปจากโลกนี้เช่นกัน เขาทุบตึกเก่าในโรงพยาบาลแห่งนั้น
มาตั้งหลายอาทิตย์
เห็นภาพการรับศพ ออกจากโรงพยาบาลหลายศพ เกือบจะทุกวัน เพราะไซท์งาน
ไม่ไกลจากอาคารรับศพเท่าใด ใจก็ไม่เคยคิดสลด มีครั้งนี้เท่านั้น
ที่เขาสลดใจมากกว่าครั้งใด

ดูพระให้ทองเหลือ ปรากฏว่าพระเป็นของแท้ แต่ตลาดไม่นิยม
เพราะเป็นพระที่สร้างโดย คณาจารย์ท้องถิ่น ไม่นิยมแพร่หลายในวงกว้าง
ราคาจึงไม่แพง

"แท้ก็ดีแล้ว เอาไว้แขวน ระลึกถึงความดีของหลวงพ่อที่กูเคารพ
กูขอเลี้ยงข้าวมึง เป็นค่าดูพระก็แล้วกัน"

เสร็จแล้ว ทองเหลือก็พาเขาไปนั่งกินข้าวที่ร้าน ซึ่งไม่ไกลจากโรงพยาบาล

"ร้านนี้สะอาด รับรองได้ มึงดูสิไอ้มงคล หมอ พยาบาล มากินกันเพียบ
ราคาก็ไม่แพงด้วย กูไม่เข้าใจเลย ทำไมคนเรา ต้องไปหาอะไรแพงๆ กินกัน
กินเสร็จก็ ขี้ออกมาหมด มึงว่าไหม" ทองเหลือพูดพลางพุ้ย ข้าวต้มกุ๊ยเข้าปาก

มงคลเป็นคนกินง่าย อะไรก็กิน แต่วันนี้รู้สึกว่าไม่อร่อยเลย
เพราะใจจดจ่ออยู่แต่กับเรื่องที่ว่า *คนตายเอาอะไรไปไม่ได้สักอย่าง
*เขาเองก็คงเป็นเช่นนั้น

หากต้องตายไป แม้แต่พระเครื่องที่เขารักหนักหนา ท้ายที่สุด
ก็ต้องทิ้งไว้ในโลกนี้ เอาติดตัวเขาไปหลังความตาย ไม่ได้สักองค์เดียว
.....................................

ค่ำนั้น มงคลนอนเอนกายในห้องพัก ครุ่นคิดถึงความตาย
แล้วเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ แล้วเราก็ต้องตายเป็นศพแบบนั้น ทั้งๆ
ที่มีพระพวงใหญ่
อีกทั้งพระเครื่องหลักล้าน ที่หลายๆ คนต่างเสาะแสวงหา เขาคิดไปถึงว่า
แท้ที่จริงแล้ว พระเครื่องมีไว้ทำไม

เขาเคยอ่านรู้มาว่า ก่อนที่ทัพกรีกอันเกรียงไกร
ของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช จะรุกรานชมพูทวีป
ชาวพุทธไม่ได้มีพระพุทธรูปใดๆ ไว้กราบไหว้
แต่เมื่อผู้รุกราน ได้ฟังคำสอนของพระพุทธศาสนา ก็เกิดความศรัทธาอย่างแรงกล้า
จึงได้ปั้นรูปเคารพ แทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไว้กราบไหว้บูชา

เนื่องด้วย ชนชาติกรีกเอง ก็มีการนับถือเทพเจ้ามากมายหลายองค์ เช่น ซีอุส
เจ้าแห่งสวรรค์ อพอลโล เจ้าแห่งดวงอาทิตย์ วีนัส เจ้าแห่งความงาม เป็นต้น
และได้ปั้นรูปแสดงองค์ของเหล่าเทพ ไว้บูชา พอศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้า
ชาวกรีก จึงทำการปั้นรูปพระพุทธเจ้า

ด้วยเหตุนี้พระพุทธรูปรุ่นแรกๆ จึงมีพระพักตร์ ละม้ายไปทางชาวกรีก
และมีพระเกศาหยักศก

คติการสร้างรูปแทนองค์พระพุทธเจ้า จึงสืบเนื่องต่อมาจนถึงปัจจุบัน

พระเจ้ามิลินท์ ที่เคยสนทนาธรรมกับพระนาคเสน ในเรื่อง
"มิลินทปัญหา"เป็นคนกลุ่มแรก ที่สร้างพระพุทธรูปขึ้น
และมีผู้สร้างตามต่อๆ มา
เรียกพระพุทธรูปสมัยแรกนี้ว่า สมัยคันธาราฐ หรือ
ศิลปคันธาระ ซึ่งรุ่งเรืองอยู่ในช่วง พ.ศ. ๓๖๕ - ๓๘๓

ใช่แล้ว ผู้สร้างพระ มีศรัทธาอยากให้ผู้พบเห็น น้อมระลึกถึงพระพุทธเจ้า
และคำสอนอันประเสริฐของพระองค์ พระพุทธรูป เป็นเพียงกระพี้เปลือกนอกของต้นไม้
เพื่อให้คนสนใจมามอง เพื่อที่จะเข้าหาแก่นของต้นไม้นั้น

ความรู้สึกโล่ง โปร่งสบาย ในหัวของมงคล เกิดขึ้น
ทำให้ลืมความกลัวตายไปชั่วขณะ แล้วพระพุทธเจ้าสอนอะไรบ้าง...?

มงคลถามตัวเอง แม้ว่าเขาจะบอกใครต่อใครว่า นับถือศาสนาพุทธ
แต่กลับรู้สึกเหมือนกับว่า ตัวเองไม่รู้อะไรเลย

แล้วก็เหลือบไปเห็นหนังสือธธรรมะเล่มเก่าๆ ที่เขาเก็บไว้ มันถูกเปิดอ่าน
หลังจากไม่เคยได้อ่านเลย

หนังสือเล่มนี้ มงคลได้รับมาฟรีๆ จากงานสัปดาห์พุทธศาสนาที่สนามหลวง
เขาไปเข้าแถวรอรับตั้งยาว ตามนิสัยคนอยากได้ของฟรีไว้ก่อน พอได้มา
ก็ไม่คิดจะเปิดอ่าน เก็บมันไว้อย่างนั้นมานาน
เมื่ออ่านไปได้สักครึ่งเล่ม พบคำพูดสะกิดใจดีๆ หลายคำ ทำให้ความคิดเขาเปลี่ยนไป

รู้สึกว่า พระเครื่องของเขา เป็นภาระอันหนักอึ้ง ที่ต้องเฝ้ารักษาอย่างดี
แถมยังทำให้เขาโลภ ดิ้นรนเสาะแสวงหา ไม่ได้หยุดไม่ได้หย่อน ในใจมีแต่ความอยาก
ความโลภ ตามรังควาญตลอด
อีกทั้ง จะต้องโกหก หาเรื่องซื้อพระ ด้วยการกดราคา
เพื่อให้ได้มาในราคาถูกที่สุด

ครั้งหนึ่ง พระหายไปองค์ ขนาดได้มาฟรีๆ เพราะขอแถมมาจากการเช่าพระองค์อื่น
ก็ยังมิวายทุกข์อยู่ตั้งหลายวัน พอหาเจอก็ดีใจ เพราะวัตถุเล็กๆ แค่ชิ้นเดียว
แต่ใจดันไปยึดมั่นถือมั่นมากมาย
มงคลเริ่มไม่อยากไปที่สนามพระเหมือนอย่างเคย วันหยุด ก็นำหนังสือธรรมะมาอ่าน
แล้วก็ไปนั่งพิจารณาศพ ในที่ทำงานของทองเหลือ ศพแล้วศพเล่าแทน

รู้สึกปลง จนเบื่อวงการพระเครื่องขึ้นมาเฉยๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"เฮ้ย ถ้ามึงชอบดูศพ มึงไปทำงานมูลนิธิไหมวะ กูฝากให้ได้นะ เห็นสยองๆ
แบบเลือดสดๆ สมองไหล ไส้ออกมากองเลย เขาเรียกอสุภะกรรมฐาน" ทองเหลือบอก
.....................................

โลกของมงคลเปลี่ยนไป เขารู้สึกเสียดายเวลาในอดีตของเขา
ที่หมดไปกับการเดินท่องเที่ยว บ่มเพาะความโลภ ความอยากได้ของคนอื่น
มาเป็นของตัว ในสนามพระเครื่อง
*สุดท้าย คนเราก็ต้องตาย ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าได้ *ก่อนจะละร่างกาย
ลาจากโลกนี้ไป มงคลตัดสินใจว่า จะขอใช้ความสามารถที่มีอยู่ ในด้านพระเครื่อง
ปล่อยเช่าพระองค์นี้ ให้ได้เงินมากที่สุด เพื่อให้เจ้าของพระในฝันอันลี้ลับ
ได้สมเจตนารมณ์ในการทำบุญ
..................................

อาทิตย์ต่อมา หลังจากตัดสินใจเด็ดขาด มงคลก็เริ่มวางแผน
นำพระองค์นั้นไปปล่อยเช่า ด้วยเป็นคนที่มีความรู้เป็นที่ยอมรับอยู่ในวงการ
จึงไม่มีใครกดราคาเขาได้
จาก 400,000 บาท ด้วยเงินสดในที่แรก ที่เขาไปเสนอ ปีนเป็น 600,000 บาท
ข่าวแพร่สะพัดออกไปในวงการพระเครื่อง

จนไปถึงหูบรรณาธิการนิตยสารพระเครื่องเล่มหนึ่ง ที่เป็นผู้รับจัดหาพระ
ให้นักธุรกิจใหญ่ ผู้นิยมพระเครื่อง สุดท้ายได้ราคาที่เขาพอใจ
องค์ละหนึ่งล้านสองแสนบาท

กับอีกองค์หนึ่ง ได้ล้านห้าแสนบาท เมื่อนักธุรกิจท่านนี้
ทราบถึงการได้มาของพระองค์นี้อย่างพิสดาร ก็มีศรัทธาบอกว่า
ถ้าจะบริจาคให้โรงพยาบาลจริง เขายินดีจะสมทบอีกเท่าตัว เพื่อร่วมทำบุญด้วย
นิตยสารพระเครื่องรายปักษ์ ลงรูปพระเครื่องล้ำค่า องค์งามทีละองค์
ติดต่อกันถึง 2 ฉบับ

สร้างข่าวฮือฮาในวงการพระเครื่อง เล่ากันปากต่อปาก กระฉ่อนข่าวสะพัด
แผ่กระพือไปทุกสนามพระ
.................................

อาแป๊ะฮง ได้รับการเชิญมาเป็นเจ้าของเงินบริจาค จำนวนสองล้านเจ็ดแสนบาท
ข่าวใหญ่ลงในหนังสือพิมพ์หลายฉบับว่า *"พบพระเครื่องล้ำค่า ในศาลเจ้าเก่า
ตามคำผีบอก ชายชราเฝ้าศาล และนักเล่นพระผู้ค้นพบ ศรัทธา
นำเงินไปสบทบสร้างโรงพยาบาล นักธุรกิจนิรนาม ผู้ซื้อพระใจดี สบทบเพิ่ม"*

แล้วมงคลก็ไปทำงาน ควบคุมการทุบตึกต่อไป อิ่มใจในกุศล
ที่ตนมีส่วนร่วมอย่างมากใ นครั้งนี้ หลายๆ คน เริ่มสนใจอยากเห็นเขา
ผู้ที่มีส่วนทำให้โรงพยาบาล ได้เงินเพิ่มอีกห้าล้านกว่าบาท

ส่วนมงคล ย้อนคิดไปถึงเรื่องที่มาของพระเคร่องสององค์นั้นว่า
สมัยที่พระสององค์นั้นถูกสร้าง พระเครื่องนั้น ก็เป็นเพียงแค่ของแจกให้ฟรี
ไม่ได้มีราคาค่างวดสูงแต่อย่างใด
เจ้าของพระคนเก่า คงได้รับมา แล้วเห็นว่า พระผู้สร้าง
เป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เลยเอามาใส่ในบาตรน้ำมนต์ อย่างไม่เสียดาย
เวลาผ่านไป พระองค์นี้ ก็กลายเป็นพระหลักล้านบาท

หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น มงคลทยอยนำพระของตน ที่หวงนักหวงหนา
ออกมาแจกคนนั้น คนนี้ ที่ราคาค่างวดแพง ก็ปล่อยให้เช่า
เอาเงินไปพิมพ์หนังสือธรรมะ แจกเป็นธรรมทาน

มงคล ได้หนังสือธรรมะชี้ทางสว่าง ในวันที่จิตใจมืดมนด้วยอำนาจความความโลภ
ที่ถึงขีดสุด และผ่านพ้นมาได้ พร้อมกับจิตใจที่สะอาดขึ้น ในร่างกายร่างเดิม
จึงอยากให้คนอื่น ได้รับโอกาสเช่นนี้บ้าง *เขารู้สึกว่า ยิ่งทำบุญ
ก็ยิ่งมีความสุข อิ่มใจ สบายใจ พอใจ ไม่อยากได้ของคนอื่น *
*ใจก็เบา ทุกข์น้อยลง ตระหนักดีแล้วว่า การสะสมวัตถุเป็นทุกข์*
*ไม่เหมือนสะสมความดี
ที่ให้ความสุข*

จากการที่เขาต้องไปเดินสนามพระทุกวันหยุด ก็กลับกลายเป็นเ ข้าวัดปฏิบัติธรรมแทน

ตอนที่มีพระเครื่องมากมาย ก็มีแต่อยากได้ มากขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่เคยมีความสุข
จากใจที่สงบ ขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต ทั้งๆ ที่ตอนนี้ แทบจะเลิกห้อยพระ
หันหลังให้กับสนามพระเครื่อง
.....................................

งานทุบตึกในโรงพยาบาลลุล่วงไปแล้ว ในคืนสุดท้าย ที่เขานอนในเขตบ้านพักคนงาน
ในโรงพยาบาล มงคลที่เปลี่ยนไป ก็ได้พบชายชราในฝันอีกครั้ง
ชายชราหน้าตาแจ่มใสมาทักทาย ขอบคุณ แล้วเล่าให้ฟัง ถึงความเป็นมาของตนว่า

ตนเองเป็นหมอยาชาวจีน เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ของพระมหากษัตริย์ไทย
ตั้งแต่เป็นเด็ก ในสมัยรัชกาลที่ 4 ใช้ชีวิตยืนยาว จนตายในรัชกาลที่ 6
โดยมาตายที่โรงพยาบาลแห่งนี้นั่นเอง
สมัยมีชีวิต ปลูกบ้านอยู่แถวศาลเจ้าชานเมืองแห่งนั้น ตั้งแต่ที่ตรงนั้น
มีแต่ทุ่งนา ห่างไกลชุมชน ได้รับพระเครื่องสององค์นั้น
มาจากมือพระสงฆ์นามกระฉ่อน ที่สร้างพระองค์นั้น ขึ้นมากับมือ

แกเห็นว่า ท่านเป็นพระปฏิบัติดี เลยเอาไปบรรจุลงบาตรน้ำมนต์ไว้
แล้วเอาไปให้ศาลเจ้า ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน ซึ่งส่งผลดีในกาลต่อมา
เพราะสามารถป้องกันคนโลภ มาฉกชิงเอาไป หลังจากมันมีราคาแพงขึ้นไปต
ามความนิยมของสังคม

"ขอบใจมาก คิดแล้ว อั๊วเลือกคนไม่ผิด" ชายชรากล่าวอมยิ้ม อย่างมีความสุข
ในฝัน .........................................

มงคล ตื่นเช้าขึ้นมารับวันใหม่ ด้วยความอิ่มเอมใจ มองลานโล่งของพื้นที่
ที่ถูกรื้อถอนอาคารเก่าออกไป พื้นที่ว่างดูโล่งตา
กำลังรออาคารใหม่ ที่จะปลูกสร้าง ขึ้นด้วยเงินบริจาค
อันมีที่มาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ *นึกย้อนไปถึงใจตัวเอง
ใจที่ถูกรื้อถอนความชั่วร้ายออกไปตั้งม**าก *
จากประสบการณ์นี้

และพร้อมที่จะปลูกสร้างสิ่งดีๆ ใหม่ๆ ในใจต่อไป ด้วยดวงตาที่เห็นธรรม

*ที่มา -
**http://www.dd-pra.com/pages/forum/detail.aspx?id=39759*<
http://www.dd-pra.com/pages/forum/detail.aspx?id=39759">http://www.dd-pra.com/pages/forum/detail.aspx?id=39759>

เขียน:

ความเห็น (0)