อนุทิน #123474

2  เมษายน  2556

หลังจากรับประทานมื้อเช้าแล้วเสร็จ  คณะของนักเรียนและกลุ่มวิทยากรจากกองทัพเรือพร้อมกับสองครูผู้ร่วมสมทบในการทำกิจกรรมนี้ต่างพร้อมออกเดินทางไปยังแก่งหนานมดแดง.....ซึ่งสองครูก็ขับรถตามคณะนักเรียนไปเรื่อยๆ

เราต่างพบว่ามันคือเส้นทางผ่านหมู่บ้านเกาะร้าว (ซึ่งเป็นสถานที่ๆ เราเคยออกเยี่ยมบ้านเด็กๆ เมื่อครั้งที่เราสอนอยู่ที่โรงเรียนเก่า)  ผ่านลานข่อย  และสุดท้ายคือห้วยน้ำใส (สถานที่ๆ เราเคยนำนักเรียนในรุ่นที่เราสอนไปเข้าค่ายพักแรมลุกเสือเนตรนารี....แต่  ครั้งนั้นยังไม่มีใครเปิดธุรกิจล่องแก่ง) 

จากเส้นทางที่ผ่านเราพบว่ามีการล่องแก่งหลายจุดทีเดียว  ทั้งแก่งลานข่อย  แก่งทุ่งส้าน  และหนานมดแดง

เมื่อไปถึง....การจัดนักเรียนลงทำกิจกรรมโดยมีทหารเรือเป็นผู้ช่วยเหลือดูแลและร่วมรับผิดชอบในกิจกรรมต่างๆ เรียบร้อยลง  การเดินทางอีกรุปแบบที่สนุกสนานไม่แพ้กันก็เริ่มต้นขึ้น 

ระหว่างเส้นทางท่านวิทยากรจะสอนและบรรยายเกี่ยวกับพืชพรรณไม้ต่างๆ ที่ขึ้นอยู่ริมคลอง  เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนรักธรรมชาติและซึมซับความรู้สึกหวงแหนไม่คิดทำลายธรรมชาติ ในเชิงของการร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติตลอดระยะทาง  6  กิโลเมตร

สิ่งที่พบนอกจากความสนุกสนานที่นักเรียนจะได้รับแล้ว  นักเรียนยังได้รับองค์ความรู้อันเกิดจากการทัศนศึกษาจากสถานที่จริง  เป็นการเรียนรู้ที่สนกและสามารถสอดแทรกความรู้, ความรู้สกของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

นี่เองกระมัง....ที่เค้าเรียกว่า  สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น.....สองครูเลยพลอยพ่วงอานิสงส์จากเด็กนักเรียนไปด้วยแท้ๆ

เมื่อกิจกรรมแล้วเสร็จ.......คณะนักเรียนก็กลับมายังที่พักที่เรือนไทยเพื่อออกเดินทางกลับภูมิลำเนาซึ่งมีคณะนักเรียนมาจากหลายโรงเรียน  ล้วนแล้วแต่มีโรงเรียนอยู่ในละแวกที่เป็นที่ตั้งของแหล่งต้นน้ำสำคัญๆ ในท้องที่นั้นๆ

แต่......สองครูยังไม่กลับ

สองครูจึงขอทำหน้าที่ทดสอบความอร่อยจากร้านกาแฟ กม. 52 ของหลานๆ ลูกของท่านหัวหน้าหมวดเก่าของเราก่อน   และจึงร่ำลากันเพื่อเดินทางกลับไปพักค้างคืนที่บ้านครูพี่สาวที่ไปรับในตอนต้นของการเดินทางในครั้งนี้ตามคำร้องขอของพี่เค้าในตอนเย็น....นั่นเอง

หลังจากมื้อค่ำอันโอชะผ่านไป  และความเงียบสงัดของยามค่ำคืนเข้ามาเยือน

เราจึงเริ่มสลบไสลอย่างหมดแรงด้วยความอ่อนแรงจากกิจกรรมเมื่อกลางวันที่เล่นเอาเราเมื่อยไหล่และกล้ามเนื้อแขนกันไปตามๆ กัน

เราเอ่ยลาราตรีสวัสดิ์....กับยามค่ำคืนในบ้านกลางทุ่งนา  ใต้เงาจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาถึงห้องนอนของพี่เค้า 

โอ...มันน่าอิจฉาพี่เค้าชะมัดกับการดื่มด่ำกับบรรยากาศสะอาดๆ ที่ช่างยวนใจแถมได้แนบชิดธรรมชาติกระไรเช่นนี้..........อิอิอิ

เขียน:

ความเห็น (2)

มันเป็นการเดินทางที่ไม่เร่งรีบ  เราเลยได้สัมผัสธรรมชาติแบบเต็มๆ  ไปกอดธรรมชาติจนอิ่มแปล้ทีเดียว
แรกสุดก็ไม่ได้คิดว่าจะออกมารูปนี้  แค่หวลกลับหลังไปพบพานคนเก่าแก่ที่เคยรู้จัก

แค่ได้ไปเยี่ยมลุงน้อย-ป้าอ้อย และพี่ๆ อีกหลายคน

พอไปถึง  เมื่อได้พบหน้า  เลยสัมผัสได้ว่าอ้อมกอดอบอุ่นของคนเคยรู้จักยังอ้าแขนรับเราอยู่เสมอ

หลายคนบอกน้องแอนยังเหมือนเดิม  ลุกแอนนี่กี่ปีๆๆ ก็ไม่เคยเปลี่ยน  เสียงจากลุงเชียรนักการภารโรงที่คอยสอนวิธีการโรเนียวข้อสอบกับเครื่องที่ต้องหมุนๆๆ และก็หมุน  ในสมัยก่อนโน้นที่ยืนอยู่ข้างๆ เมียแก-ป้ารวย  บอกเช่นนั้น

เจอะ เจอชาวบ้านที่เคยรู้จัก  เขายัยิ้มทักได้สนิทใจเช่นเคย

ท้ายสุด....ทุกครั้งของการไปไม้เสียบ

จะต้องขับรถไปเวียนรอบโรงเรียนเกาะขันธ์ประชาภิบาล  แค่ให้ได้ไป  ให้ได้เห็นโรงเรียน  เห็นบ้านพักที่เคยอยู่  เห็นอาคารเรียน  เห็นถนนภายในโรงเรียนที่เคยมาปูเสื่อนอนดูฝนดาวตกกับพี่ๆ

แค่นี้ก็สุข....สราญแล้ว  ขจิตเอ๋ย

แต่ทั้งหมดนี้จักต้องไปเส้นทางรถยนต์ผ่านถนนเอเซีย....ซึ่งขจิตมิเคยได้ผ่านไปไงจ๊ะ....เพราะต้องอาศัยเครื่องตลอดนี่เนาะ