อนุทิน #123381

ฟาดดาบ



หนังจีนกำลังภายในยุคก่อน มักเน้นฉากบู๊มากกว่าเนื้อเรื่อง คงเพราะนายทุนคิดว่าคนดูชอบดูลีลาการต่อสู้มากกว่าสาระของเรื่อง ตัวละครฟาดดาบกันเสียงดังโคร้งเคร้ง กว่าพระเอกจะฆ่าคนร้ายตายสักรายก็เหนื่อยหอบ เพราะแกว่งดาบอยู่นาน ถ้าเป็นหัวหน้าคนร้ายหรือจอมบงการ ก็ตายช้าหน่อย กว่าจะถูกพระเอกทิ่มตาย ก็หมดไป 5-10 นาทีของความยาวหนัง

เราเห็นภาพการต่อสู้แบบนี้ในหนังบ่อยเสียจนเราเชื่อว่า นักดาบโบราณคงฟาดฟันกันแบบนี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญดาบญี่ปุ่นคนหนึ่งบอกผมว่า สิ่งที่แสดงในหนังนั้นห่างไกลจากความจริงหลายขุม เขาบอกว่า “มืออาชีพไม่ฟาดดาบกันหรอก เพราะมันบิ่นง่าย ไม่มีใครอยากเสียเวลาลับดาบโดยไม่จำเป็น”

อืม! เป็นมุมมองใหม่ที่มีเหตุผลทีเดียว นักรบไม่ฟาดดาบกันเพราะรักดาบของตน! เช่นเดียวกับชาวเมืองขับรถดีๆ ย่อมไม่อยากเฉี่ยวชนรถคันอื่น เพราะรักรถ

นานมาแล้วสมัยที่หนังจีนกำลังภายในเฟื่องฟูขีดสุด ในหนังซีรีส์โทรทัศน์เรื่อง พยัคฆ์ลำพอง พระเอกนาม ซิมเซ่งอี่ ฆ่าคนร้ายสิบสามคนตายในเวลาเพียงตอนเดียว! ทั้งสิบสามคนเป็นยอดฝีมือแห่งยุทธจักร แต่พระเอกเก่งกว่า ผู้ชมแทบไม่ได้ยินเสียงดาบปะทะกัน พระเอกแทงสวบๆ ไม่กี่ที คนร้ายก็ร่วงลงตายทันใจคนดู หนังสนุกมากเพราะไม่อืด แต่ผลเสียคือนายทุนไม่อาจยืดหนังให้ยาวอีกหลายๆ ตอนเหมือนละครไทย จึงพอเข้าใจว่า เหตุผลที่ผู้สร้างนิยมลากฉากบู๊ยาวๆ เพราะไหนๆ ก็สร้างฉาก ทำชุดแล้ว ก็ลากยาวหน่อย จะได้คุ้มทุน!

ถอยหลังนานกว่านั้นอีก ยอดนักประพันธ์ ยาขอบ เขียนนวนิยายอิงพงศาวดาร(ปลอม) เรื่อง ผู้ชนะสิบทิศ พระเอกของเรื่องคือ จะเด็ด เจ้าชู้ยิ่งนัก จีบสตรีทุกนางที่ผ่านเข้ามาในชีวิต แต่ละนางถูกพระเอกใช้พรรณนาโวหารกล่อมจนตัวอ่อนระทวย ความยาวของบทจีบนั้นหลายหน้ากระดาษ แต่ไม่ทำอะไรเกินเลยศีลธรรมไปกว่านั้น เพราะผู้ประพันธ์ไม่ต้องการให้เป็นนวนิยายติดเรทอาร์หรือเอ็กซ์ แต่ผู้อ่านไม่น้อยเขียนมาต่อว่าผู้เขียนว่า เมื่อไรจะให้พระเอก ‘ลงมือ’ เสียที!

คนอ่านก็ช่างใจร้อนจริงจริ๊ง!

เหล่านี้คือฉาก ‘โคร้งเคร้ง’ ในภาพยนตร์และนวนิยาย การฟาดดาบโคร้งเคร้งแต่ไม่ฆ่าสักทีนั้นไม่เป็นไร แต่ในชีวิตจริงการแกว่งดาบไปมาเฉยๆ โดยไม่เกิดผลอาจทำให้องค์กรหรือปัจเจกเสียหายได้

ภาษาไทยมีสำนวนว่า เงื้อง่าราคาแพง หมายถึงดีแต่วางท่าว่าจะทำ แต่ไม่ลงมือสักที หมายถึงบุคคลที่ดีแต่พูด พูดมากกว่าทำ หรือชอบสัญญาแต่ไม่ชอบลงมือทำ หรือทำงานการใดๆ ชักช้าเหมือนเต่าขาหัก เยื้องย่างเอื่อยเฉื่อยไม่ทันใจ

ตั้งใจจะทำธุรกิจใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน แต่ก็ ‘โคร้งเคร้ง’ จนคนอื่นตัดหน้าลงมือไปก่อนห้าก้าว สิบก้าว

การจ่ายราคาแพงของการเงื้อง่าก็คือ การเสียโอกาส

ทว่าอาการเงื้อง่าราคาแพงมิได้จำกัดอยู่ที่ธุรกิจเท่านั้น มันเกิดขึ้นกับชีวิตของปัจเจกทั่วไปเช่นกัน

ตั้งใจจะบอกรักหญิงสาวที่หมายปอง แต่ก็ ‘โคร้งเคร้ง’ เหมือนหวังฟลุคเจอคนที่ดีกว่าระหว่างการรอ รู้ตัวอีกทีสาวเจ้าก็แต่งงานกับคนอื่นไปแล้ว

ตั้งใจจะลดความอ้วน แต่ก็ ‘โคร้งเคร้ง’ อยู่หลายขยัก ผ่านไปสองปีสามปี นอกจากน้ำหนักไม่ลด ยังเพิ่มขึ้นอีก ตามมาด้วยโรคสารพัด

ตั้งใจจะเรียนต่อ แต่ก็ ‘โคร้งเคร้ง’ อยู่หลายปี รู้ตัวอีกที ก็แก่แล้ว ยังไม่ได้เดินตามฝันเลย

อาการ ‘โคร้งเคร้ง’ ของคนส่วนมากคล้ายกันคือ “ไม่มีเวลา”, “ไม่ว่าง”, “ยุ่งอ่ะ”, “รออีกนิดก็คงไม่เป็นไรหรอกน่า” ฯลฯ

นี่มิได้แปลว่าเราต้องบุ่มบ่ามรีบร้อนกระทำเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ให้อย่าเฉยเฉื่อยชาแชเชือน ให้รู้จักจัดลำดับความสำคัญของแต่ละเรื่องในชีวิต

เราควรฝึกฝนให้มองคู่แข่งหรือสถานการณ์ให้ชัดแจ้ง เมื่อรู้ว่าต้องการอะไรก็ลงมือ ไม่ต้องฟาดดาบนานจนเกิดรอยบิ่นให้เสียเวลาลับ

มองให้ดี เล็งให้ดี แล้วแทงสวบเข้าไป

วินทร์ เลียววาริณ, 21 กรกฎาคม 2555
www.winbookclub.com

เขียน:

ความเห็น (0)