อนุทิน #122598

ศรัทธา และปัญญา

ปิติทำให้กายไว และเบา รู้สึกสดชื่น คล่องแคล่ว ไม่ติดขัด เคลื่อนไปกับการเคลื่อนกาย

ความหยาบกระด้างเบาบางลง 

จิตเป็นสมาธิอยู่กับลมหายใจ รู้สึกเหมือน กายโยก เกว่งไปมา แต่ก็รู้สึกดี

เล็กน้อย นิดๆ เย็น ซ่า จิตเงียบ

บางครั้งเมื่ิจิตอยู่กับลมหายใจ เกิดแว๊บ หายไป สว่างแปล๊บแล้วหายไป

นี่คงเป็นจิตเป็นดวงจิตที่พอมีกำลังให้ได้เห็น ...มาถูกทางแล้ว หรือไร กำลังสบายๆๆแล้ว จิตก็ออกไปข้างนอก มา ตื่นเต้น ..นิดหนึ่งแล้วหายไป แต่ก็ยินดีบางครั้งตื้นตัน

อาการลอย ลอยๆๆๆ เกิดขึ้นขณะจิตนื่ง

วิ่งเหยาะๆ จิตวิ่งไปกับกาย ฟังเสียงกาย รู้สึกปวดเจ็บหัวเข่า จิตเฝ้ามอง ๆเริ่มปวดต้นเหตุอยู่ตรงไหน ไม่เห็นความปวดหายไป ตั้งใจเฝ้ามองจะเกิดปวดขึ้นมาครั้งต่อไปนี้จะต้องเห็นว่าเริ่มตรงไหน แต่ไม่เห็นวิ่งไปได้นาน มีความสว่างไปกับกายนี้ เบาๆ ลมพัดวูบเย็นสบาย วิ่งไปสงสัยไป ความสว่างนั้นหายไป บางครั้งจิตบอกว่าพอแล้ว หยุดได้แล้ว หยุดเถิด กายก็จะมีอาการคล้ายเครื่องยนต์ที่กำลังหยุดทำงาน เสียงเครื่องยนต์เบาลงๆ ลมหายใจเบาลงๆ โล่งสบาย 

จำได้ว่ากายเบาลอยๆ ความสงสัยว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร หรือจิตเราจินตนาการขึ้นมา วิ่งใหม่ในหลายๆวัน ไม่เห็นสว่างเช่นเคย แล้วก็รู้สึกว่าเพราะเราไม่ได้วิ่งเพื่อวิ่งเหมือนวันนั้น แต่เราวิ่งเพราะรอคอยความสว่างนั้นกลับมา เหนื่อยแทน

ได้สติหันมาตามลมหายใจ  วิ่งคือวิ่ง เดินคือเดิน นั่งคือนั่งตามความเป็นจริง แผ่เมตตา

แผ่ซ่านไปทั่วกาย ไม่อยากลุกแล้ว  อยากอยู่อย่างนั้น



เขียน:

ความเห็น (2)

ขอบคุณที่เล่าประสบการณ์วิ่งออกกำลังกายและจิตไปพร้อมกันคะ

ขอบคุณค่ะน้องครูหมอป.

ทุกกริยากับลมหายใจ จึงยังตั้งสติได้

พระพุทธเจ้าเหนือสิ่งใดในโลกนี้

พระพุทธเจ้าประทานเส้นทางด้วยธรรมะ

ลมหายใจคือพลัง ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ