อนุทิน #122580

เช้าวันนี้ถึงโรงเรียนเป็นคนที่ 3   อาจารย์ให้ความรู้เรื่องคัมภีร์โบราณว่าด้วยเรื่องโรค   ตลอดทั้งวันนี้ จึงเรียนรู้แบบเข้าใจร่างกายตนเองมากขึ้น   เรียนมาแล้วก็ได้ทดลองใช้ร่างกายนี้เป็นหนูทดลองสมุนไพรไทย

สูตรแรกที่ทดลองปรุงนี้เป็นสูตรพิกัดตรีผลา เมื่อศึกษาให้ลึกซึ้ง และแลกเปลี่ยนกับเพื่อนชาวต่างประเทศ  เขาบอกว่าเขาอยากรู้จักมากกว่านี้  จึงบอกเขาว่ามันเป็นสูตรยาของคนไทย เป็นของที่คนรุ่นเก่าให้ไว้คู้กับความเป็นไทย 

เขาบอกว่าคนไทยกลับให้ความสำคัญน้อยมากที่จะศึกษาเรียนรู้และต่อยอดความรู้ ผู้คนยังไม่เปิดใจกว้าง พวกเขาแสวงหาความรู้จากธรรมชาติ จากเพื่อนมนุษย์ในแถมเอเซียนี้ เขาพบความสุขในธรรมชาติ คนไทยโชคดี ที่ประเทศเขาไม่มี

ฉันถามเขาว่า "ควรเก็บข้อมูลในการทดลองนี้อย่างไร"  เขาบอกว่าการจดบันทึกการเปลี่ยนแปลงในแต่ละวันจะช่วยนำไปสู่การพัฒนาต่อยอด  เพราะจะได้ข้อมูลที่ลึกซึ้ง เป็นฐานในการตั้งสมมติฐานได้ดี  แต่สำหรับฉันแล้ว แม้ว่าฉันเชื่อในสรรพคุณพืชผักสมุนไพรของไทยเรา   แต่ฉันก็ไม่อาจบอกได้ว่าพืชผักสมุนไพรที่ไปซื้อหาในท้องตลาด   หรือแม้แต่แหล่งผลิตก็ตาม อาจไม่ปลอดสารพิษ    เพราะโลกธุรกิจในปัจจุบันนั้นไม่คำนึงถึงความซื่อสัตย์จริง

ซึ่งเราไม่อาจไปปรับเปลี่ยนแม้เพียงความคิดของคนอื่นได้ สิ่งที่ทำได้ดีคืออยู่กับปัจจุบันขณะและปรับเปลี่ยนตัวเราเอง ให้สามารถใช้ชีวิตอยู่กับสังคมที่เปลี่ยนไปได้โดยไม่สร้างภาระให้ครอบครัว และสังคม  ฉันจึงหันมาปลูกผัก ไว้ปรุงอาหารเอง แต่มันก็ยังน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับความต้องการสำหรับครอบครัว

เขียน:

ความเห็น (1)

ขอบคุณค่ะน้องอ.นุ และน้องครูหมอป.

อาหารเป็นยา รักษากาย สมาธิเป็นยารักษาใจ