อนุทิน #122394

การตายเป็นเรื่องจริง การเกิดเป็นเรื่องจริง

ดังนั้นจิตจึงมีทุกข์ และสุข 

มองทุกข์ และสุข

ต่างไม่เที่ยง

ไม่ใช่ของใคร และไม่ใช่ของเรา

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (5)

ไม่มีอะไรเป็นของเรา...นอกจากจิตที่เพียรฝึกตามพุทธวิถีนะคะ....ขอบคุณข้อคิดดีๆนี้ค่ะ...

ละอัตตาตวามยึดมั่นถือมั่นให้ได้ นิพพานก็อยู่ไม่ไกล

อนุโมทนาค่ะพี่ใหญ่ และท่านtung_tong

ขอบคุณน้อง อ.นุ ดอกไม้แห่งกำลังใจนั้นเบ่งบานค่ะ

ขอบคุณท่านปภังกร วงศ์ชิดวรรณ ธรรมคือชีวิต อนุโมทนาด้วยนะคะ

ขอบคุณน้องอ.ชยพร แอคะรัจน์ ชีวิตที่เหลือได้สร้างสิ่งดี

น้องหนูรี  น้องkrutoom และน้องTawandin ขอบคุณสิ่งดีๆที่มอบให้

ขอบคุณค่ะ คืนนี้ขอให้นอนหลับ สบาย เบา และเติมเต็มพลังชีวิต

เพื่อวันพรุ่งนี้จะได้สร้างกรรมดีอีกวัน ขอบคุณที่มีวันนี้ค่ะ


คำถามอันยิ่งใหญ่อันหนึ่งของมนุษย์คือ เราเกิดมาทำไม   "what are we living for?"

คำถามอันหาึำตอบมาไม่ได้หลายศตวรรษ

เราเกิดมาเพื่อตายหรือ? เราตายเพื่อมาเิกิด?

เราจะมาตายมาเิกิดเพื่ออะไร? ทุกเชื้อชาติต่างก็มีคำถามกันเช่นนี้

นักปรัชญานักคิดนักศาสนาจำนวนมากต่างค้นคว้าหาคำตอบ

มีความพยายามหลายๆแบบที่พยายามที่จะค้นพบคำตอบ

มีการนัดแนะให้คนใกล้ตายช่วยกลับมาเล่าว่าหลังตายแล้วเกิดอะไรขึ้น?

แต่จนบัดนี้ก็ยังหาคำตอบไมได้ คนที่คายไปก็ไม่ย้อนกลับมาบอก

เป็นเพราะเขาเองก็ไม่รู้คำตอบหรือไม่มีโอกาศมาบอก???

เหล่ามนุษย์ที่คิดว่าเก่งว่าฉลาดและรอบรู้กว่าสัตว์ชนิดอื่นๆบนพิภพนี้

กลับต้องมาอับจนต่อสิ่งที่เห็นที่เกิดทุกวัน   โดยหาเหตุผลมิได้

คนไทยมีจำนวนน้อยที่เป็นนักคิดนักปรัชญาที่ค้นหาคำตอบ

ทั้งๆที่มีคำตอบเป็นภาษาไทย เพื่อคนไทย

เราจึงเห็นคนหลากหลายเชื้อชาติที่ต่างมุ่งมาเมืองไทย

เพื่อศึกษาหาคำตอบ

และก็มีหลายคนที่พบคำตอบนั้นแล้ว

น่าสงสารคนไทยกันเอง   ที่ส่วนมากก็ยังหลงเพลินกับการใช้ชีวิตให้หมดไป

แล้วก็จากไป    โดยไม่ทราบ  หรือพยายาม  ทราบคำตอบนั้น

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้

ขอบพระคุณท่าน tung_tong

นับเป็นบุญที่ช่วยชี้แนะ