อนุทิน #12237

  สวัสดีครับท่านอาจารย์ wwibul @12234  ตอบคำถาม กึ่งๆ จะเป็นการถามคำถามกลับด้วย ใช้มรรควิธีแบบเซ็น(Zen) เลยนะครับ ฮาๆเอิ๊กๆ
  
เมื่อฝนตกน้ำฝนจะกลิ้งออกจากใบบัวได้อย่างง่ายดาย  ซึ่งในระหว่างที่น้ำกลิ้งนี่เอง หยดน้ำแต่ละหยดได้ชำระคราบสกปรกออกไปด้วย คนสมัยนี้เรียกปรากฏการณ์ดังกล่าวว่า ปรากฏการณ์น้ำกลิ้งบนใบบัว (Lotus  Effect) = อยู่ให้เหมือนลิ้นงูในปากงู ถ้าเป็นไปได้ ผู้เขียนอยากให้ท่านผู้อ่านทุกท่าน มีหัวใจ เสมือนใบบัว ในยามที่กิเลสจรเข้ามา กิเลสนั้นก็จะไม่สามารถสร้างความแปดเปื้อนให้กับหัวใจของเราได้  (ตีความแบบคนสมัยใหม่)
       สำหรับ  บอน (Elephant ear ) เป็นไม้ล้มลุก ขึ้นตามชายน้ำหรือที่ลุ่มน้ำขัง ต้นบอน เป็นต้นไม้ที่มีลักษณะแปลกกว่าต้นไม้อื่น คือ ถ้าเราสัมผัสถูกตนบอนเข้า บางครั้งจะเกิดอาการคัน ลักษณะของต้นบอนจึงถูกนำมาเปรียบเทียบกับคนที่มีอาการปากอยู่ไม่สุขว่าเป็นคน ว่า ปากบอน ( ชอบพูด ชอบฟ้อง ให้ผู้อื่นเดือดร้อน) สัญลักษณ์ของบอน คือความ คัน  บอน ชนิดที่ก้านใบกินได้ ใบใหญ่ใช้ห่อของได้ ใบบอนลื่น ไม่ซับน้ำ หยดน้ำบนใบบอนจึงกลิ้งไปกลิ้งมา น้ำ ในที่นี้อาจเปรียบกับน้ำใจ น้ำกลิ้งบนใบบอน จึงเหมือนน้ำใจที่กลอกกลิ้ง คือ โลเลไม่แน่นอนสำนวนนี้เดิมมักใช้ว่าผู้หญิงที่รักง่ายหลายใจ ว่าเหมือนน้ำกลิ้งบนใบบอน  คนโบราณท่านช่างคิดลึกจริงๆนะเออ ท่านคงจะบริภาษผู้หญิงที่คัน...(จุดจุดจุด) และชอบพูดจากลอกกลิ้งไปมา ว่าเป็น พวก น้ำกลิ้งบนใบบอน (ตีความแบบคนสมัยก่อน)   

คำถาม อยากทราบว่าในภาพเป็นใบบัวหรือใบบอน และอยากทราบว่าอาจารย์จะให้ผมตีความแบบคนสมัยก่อน หรือตีความแบบคนสมัยใหม่ ดีครับ ^_^  

ปล. ไม่ควรใช้ สำนวน น้ำกลิ้งบนใบบัว เพราะ บัว นั้นเป็นสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนา เมื่อพูดถึง บัว ย่อมทำให้เรามีความรู้สึกในด้านบวก เช่น  อุปมาว่าดอกบัวเกิดจากเปือกตมหาได้เปื้อนเปือกตม ฉะนั้นสำนวนที่ถูกต้อง ตามทรรศนะของผู้เขียนเห็นว่าควรใช้ สำนวน น้ำกลิ้งบนใบบอน  เพราะเมื่อเราพูดถึง บอน ย่อมทำให้เรามีความรู้สึกในด้านลบ (นึกถึงความคัน ความกลิ้งกลอก)

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)