อนุทิน #121875

จ้างชาวต่างชาติแพงกว่า แต่ได้คุณภาพดีกว่า เท่ากับต้นทุนถูกกว่า และยิ่งถูกขึ้นเรื่อยๆ ในระยะยาว แถมผู้ว่าจ้างมีความสุข

ในฐานะผู้ว่าจ้างก็สบายใจ แต่ในอีกบทบาทฐานะคนทำงานด้านการศึกษาก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ก็มองอนาคตอุตสาหกรรมไอทีในไทยไม่ออกจริงๆ ว่าจะไปสู้อะไรกับประเทศอื่นได้

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (6)

sr
IP: xxx.222.10.130
เขียนเมื่อ

(Sorry to be such a troll but ...)

  I can perhaps understand your reasons for using out-of-Thailand resources. But I can't understand the reason you blogged to justify you actions and insulted Thai programmers at the same time.
 
   If your employer uses your reasoning and not bothers with developing human resources, I think our children (and yours) will face bleak futures and pay for actions like yours. Because using outside resources is the same as helping to develop outside resources, and neglecting to improve our own home.

   What would be of Gotoknow.org? Number 1 social KM website in Thailand; a clouded trophy made NOT in Thailand! Sad ;(

ผมเขียนตามสุภาษิตไทย "รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี" ครับ คุณ Sr จะเข้าใจผมมากขึ้นถ้าเห็นถึงสถานการณ์การศึกษาด้านไอทีของไทยในปัจจุบันครับ

ยุคหนึ่งผมใช้โปรแกรมเมอร์คนไทยล้วนๆ และไม่ใช่คนไทยคนไหนก็ได้ด้วยครับ แต่ต้องมี some disadvantages ด้วยเพื่อสร้างโอกาสให้แก่คนกลุ่มนี้ครับ ปรากฎว่าผมลำบากมากจริงๆ ครับ

ถ้าผมเป็นองค์กรธุรกิจผมจะไม่เขียนอนุทินอย่างนี้เลยครับ แถมจะปิดเป็นความลับอีกต่างหากเพราะเป็น "major" competitive advantage ของผมเลยครับ 

ขออนุญาตแลกเปลี่ยนนะคะ ดร.ธวัชชัย พูดเรื่อง IT ดิฉันพอเข้าใจ หากพูดเรื่องนี้ก็ดูจะเป็นเรื่องใหม่เสมอ ตัวอย่างครั้งเมื่อเรียน ป.โท เมื่อเรียน course work จบก็ต้องสอบ comprehensive พวกเรารวมหัวกันวางแผน แบ่งหัวข้อกันรับผิดชอบมาติวเพื่อน มีนายตำรวจท่านหนึ่งไม่มาติวเลยสักครั้ง เพื่อนๆ เป็นห่วงก็โทรตามให้มาติว แต่ได้รับคำตอบว่า "จะติวกันไปทำไม ติวกันแทบตายก็ไปสอบ คอมพ์" คอมพ์ในความหมายของท่านคือ คอมพิวเตอร์ ฮา.. เออ ใช่ ไม่ต้องมาติวหรอกเพื่อน หาโปรแกรมเมอร์ไว้นอนกอดสักคนก็แล้วกัน (เมื่อท่านทรบว่าเข้าใจผิด ท่านก็รีบมานะคะ น่ารักมาก)

ที่ตั้งใจจะแสดงความคิดเห็นไม่ใช่เรื่องสอบคอมพ์หรอกนะคะ แต่เป็นเรื่องงานวิจัย หน่วยงานที่ดิฉันปฏิบัติงานเป็นหน่วงานสุขภาพจิตที่มีภารกิจด้านวิชาการ เคยวางแผนร่วมกันในทีมว่าจะสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่โดยให้เรียนรู้ร่วมกับรุ่นเก่า หากมีชุดโครงการวิจัยหรือโครงการวิจัยใหญ่ๆ จะดำเนินการเรื่องนี้ ใหเป็นรูปธรรม แต่เมื่อถึงเวลาเข้าจริง (ช่วงนี้ดิฉันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานวิจัย) กลับจ้างนักวิจัยระดับอาจารย์จากภายนอกทำให้โดยไม่มีนักวิจัยของหน่วยงานหรือนักวิจัยรุ่นใหม่ตีประกบเพื่อเรียนรู้ร่วมกัน เมื่อดิฉันสอบถามก็ตอบคำเดียวว่า "ไม่หรอก เรื่องมาก" ปัจจุบันงานวิจัยถูกยุบรวมกับหน่วยงานอื่นไปแล้ว มีน้องๆ ถามดิฉันว่าเพราะเหตุใด ดิฉันก็ตอบอ้อมๆ แอ้มๆ ไปว่า "หน่วยงานเราเป็นหน่วยงานวิชาการนะ ตอนนี้คำว่าวิจัยมันซึมเข้ากระแสเลือดเราไปแล้วละ จะคิดจะพูดหรือจะทำอะไรก็ใช้แนวคิดวิจัยหรือคิดอย่างเป็นวิทยาศาสตร์เสมอ จะแยกหน่วยงานให้สิ้นเปลืองทำไม"

เมื่อก่อนผมเองกลับเป็นคนมีความเห็นที่ค่อนข้างแรงด้วยซ้ำกับการใช้บุคคลภายนอกครับ แต่จากประสบการณ์ของผมในปัจจุบันทำให้เห็นว่าแต่ละโครงการนั้นสถานการณ์แตกต่างกัน จะต้องปรับและประยุกต์กันไปครับ แต่ในภาพรวมที่ควรเป็นคือเราจะได้พัฒนาคนของเราเองด้วยเท่าที่เป็นไปได้ครับ

เรื่องปัญหาการศึกษาด้านไอทีของไทยนี่ผมเขียนมาก็หลายครั้งครับ ตั้งใจว่าจะเขียนเยอะกว่านี้ แต่เขียนแต่ละครั้งถ้าลงรายละเอียดมากเกินไปก็เท่ากับหาศัตรูครับ

ดร.ธวัชชัย ไม่ต้องมองหาศัตรูหรอกค่ะ เขาอยู่รอบตัวคุณแล้ว ที่สำคัญคือการแสดงจุดยืนต่างหาก ก่อนจะไม่มีจุดให้ยืน และ low self อีกต่างหาก ให้กำลังใจนะคะ

ฮาๆๆ จริงครับ