อนุทิน #121501

การเลือกทางเดินของชีวิตเพื่อให้เกิดความมั่นคงในแต่ละคน ย่อมต่างกัน...

พระพุทธองค์ ผู้ทรงค้นพบ ได้ประกาศสองเส้นทางที่เหมือนจะมั่นคงในทัศนะ ฯ ของมนุษย์ผู้หลงทาง ให้ได้แลเห็น   โดย พยายามประดิษฐ์ตำรา ศาสตร์ความรู้ ความเข้าใจ หากโดยแท้ คือ เป็นไปเพื่อการมอมเมามิจฉาทิฐิแก่สังคมโลก 

เมื่อพิจารณา คำตรัส ฯ ครั้งแรก จะพบการแยกแยะ และ พร้อมกับ ชี้ทางออกที่ตรงสาระสัจจะใหม่ โดย เกิดชัดจริงแท้ หลังจากที่พระพุทธองค์ ได้ผ่าน ได้ค้นพบอันคือความมั่นคง ด้วยพระองค์เองแล้วมีรูปธรรมทำให้ดู เป็นอยู่ให้เห็น ร่มเย็นให้สัมผัส

การประกาศ ณ ครั้งนั้น คือ การแสดงธัมมจักกัปปวัตนสูตร ซึ่งมีเนื้อหาแสดงถึงการปฏิเสธส่วนที่สุดสองอย่าง ฯ และ เสนอแนวทางดำเนินชีวิตโดยสายกลางอันเป็นแนวทางใหม่ให้มนุษย์ 

โลกยุคนี้ ได้แบ่งชัดเจนเป็นสองขั้ว คือ ขั้วทุนนิยมสามานต์ และ บริวาร ฯ ตั้งแต่ระดับธรรมดา ๆ ไปจนระดับที่มุ่งกิน สูบ ดื่ม เสพ กอบโกย โกงจนร่ำรวย บำเรอบำรุง โดย อาจจะเรียกกลุ่มนี้ว่า กลุ่มนิยมเงิน จนจะคือ ลัทธิศาสนาบูชาเงิน เป็น พระเจ้า ลักษณะในใจและรูปธรรมคนกลุ่มนี้ จะติดหลงอย่างหนักใน ลาภ.. ยศ.. สรรเสริญ.. สุข.. มุ่งมอมเมาหลอกให้ใจหลงเสพ หลงติด อีกทั้งพยายามที่จะผลัก ไม่อยากพบ ไม่อยากให้ชีวิตตนเกิดการเสื่อมลาภ.. เสื่อมยศ.. นินทา.. ทุกข์.. โดยเด็ดขาด เพราะนั่นจะทำให้ชีวิตไม่มั่นคง

อีกกลุ่มบุคคลผู้ที่ชัดเจนในการนำความมั่นคงแท้ โดย เลือกเจริญรอยตามมหาบุรุษเอกของโลก แม้ว่า บุคคลจะมีจำนวนน้อย หาก ในแผ่นดินชมพูทวีป อันคือ ประเทศไทย ณ บัดนี้ ก็มีแนวทาง แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ที่พระองค์ทรงพระราชทานแนวเศรษฐกิจพอเพียง นำพา นำทำ และ นำธรรม... และมีทิศทางว่า ผู้ที่มีสัมมาปัญญาทั่วโลก กำลังเริ่มที่จะเกิดความชัดเจนและหันมาพิจารณาแนวทาง...มากขึ้น ๆ ก่อนที่โลกจะล่มสลายไปมากกว่านี้ ( ซึ่ง ณ แผ่นดินไทย เช่นกัน กำลังจักได้พบเห็นความล่มสลายของคนเหล่าทุนนิยมสามานต์ ที่ค่อยๆ มากขึ้น )






เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)