อนุทิน #12091

เมื่อได้ยินเรื่องราวที่สะเทือนใจครั้งใดที่เกี่ยวกับเด็ก ผมไม่เคยมีความรู้สึกว่าผมทำอะไรไม่ได้ยิ่งเป็นหลานๆ ที่พ่อแม่มันเลิกทางกันแล้วปล่อยให้ปู่ย่า ตายายเลี้ยง  ผมตั้งคำถามขึ้นมาท่ามกลางวงสนทนาว่า เด็กมันไม่ผิดผู้ใหญ่ที่ผิด ที่วุฒิภาวะอะไรต่างๆมีมากกว่า ทุกครั้งที่มีปัญหามันดูเหมือนลอยตัวอยู่เหนือปัญหาเหล่านั้น เพราะว่า เราปัดความรับผิดชอบ หรือว่าเราไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบ หรือไม่เคยรับผิดชอบ ทั้งหมดมันคือคำถามทุกครั้งที่มีเหตุการณ์เหล่านี้ มันก็เกิดขึ้นในใจตลอดมา

ทำอะไร......ได้บ้าง

 

                โอกาสที่เราจะทำอะไรสักอย่างมันยากเย็นสักแค่ไหน ยิ่งเป็นความดีด้วยแล้วมีหลายท่านบอกว่าการทำความดีมันยาก ทำความเลวมันง่าย เรื่องนี้ผมอยากจะลงไปดูปัญหาจริงๆ อยากเข้าไปแก้ปัญหาเหล่านั้น ไม่ใช่ปล่อยให้มันเป็นไปตามกรรมเวรที่เป็นไป มันเป็นเรื่องที่ค่อยข้างอธิบายลำบากและอยากอยู่สักหน่อยว่าทำไม ทุกคนไม่ยอมรับชอบไม่มีความอดทนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครอบครัว มีเรื่องราวเกิดขึ้นก็แยกทางกันปัญหาตกอยู่ที่เด็กๆ  ผมเองก็เข้าข่ายนั้นเหมือนกันคือไม่อดทนต่อเหตุการณ์ที่ก่อตัวขึ้นมาและไม่สามารถแก้ปัญหาด้วย ปัญหาแต่กลับกลายเป็นการประชดประชัน กันและกัน สุดท้ายกลายเป็นเลิกลา กันไปทิ้งปัญหาไว้เบื้องหลัง ปล่อยเด็กไว้เบื้องหลัง ปล่อยความดีไว้เบื้องหลังปล่อยโอกาสไว้เบื้องหลัง โอกาสที่เด็กๆจะมีความสุข กับพ่อแม่ มันล้มสลายไป  โดยความรู้สึกของตัวผมเองกลายเป็นว่าได้แต่นั้งดูปัญหาเหล่านั้น แต่ลึกๆในใจผมบอกกับตัวเองเสมอว่าผมต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อหลานๆ เหล่านี้บ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้ทุกอย่างมันผ่านเลยไปแล้วก็รอรับผลกรรมที่จะเกิดขึ้น ผมกำลังพูดถึงการลงมือทำอย่างจริงๆจังๆ

                ปัญหามันน่าจะเริ่มจากถึงเด็กที่ขาดความรักจากพ่อแม่ เด็กไม่ได้ความอบอุ่นซึ่งความรักที่ได้จากตายายมันแตกต่างจากจากพ่อแม่ แล้วปัญหาต่างๆก็ตามมา  ผมถึงทฤษฏีต่างๆที่เกี่ยวกับเด็ก จิตวิทยาเด็กแต่ก็นึกไม่ออกเพราะไม่เคยมีประสบการณ์ ถ้าผมไม่ใช้ทฤษฏีเหล่านั้นล่ะ ผมใช้ความรู้สึกเข้าหาปัญหาเหล่านั้น คงต้องใช้ความสามารถพอดู

      ตอนเช้าวันที่ 13 เมษายน 2551 อันอบอ้าวร้อนรน ภายในใจ สิ่งที่จะบรรเทาความร้อนเหล่านั้นได้มีแค่เพียงหาที่อยู่ที่เหมาะสมกับตัวเอง หาที่เย็นๆใจให้กับตัวเองหลบหลีกการการปะทะทั้งมวล ซึ่งก็ยังคงมีแต่แรงปะทะภายในเท่านั้นที่ต้องรับมือ กับมัน ......มีแต่ตัวเราเท่านั้นที่จะให้กำลังใจตัวเองในห้วงเวลานี้

                ถามว่าในใจคิดอะไรในตอนนี้ ยังมีภาระอันใหญ่หลวงอยู่เบื้องและก้าวย่างที่ต้องคอยระวังไม่ให้ซ้ำรอยเดิมรอยแห่งความผิดพลาดทั้งมวล คิดอย่างรอบคอบระวังทุกย่างก้าว มีสติทุกย่างก้าว เพราะทุกอย่างคือความจริงในตอนนี้ ไม่มีความฝันให้นอนคิดโดยไม่ลงมีทำ เท่านั้นคือความจริง

         วันนี้นึกถึงแม่อยากให้แม่ได้สบายอยู่บนฝากฟ้า ก็เลยนำรูปท่านลงมารดน้ำ ดำหัวตามธรรมเนียมปฏิบัติของวันสงกรานต์ นับต่อแต่จากนี้คงต้องเข้มแข็งขึ้น มีสมองที่แข็งกล้ามากขึ้นอดทนมากขึ้น ขอให้แม่เป็นกำลังใจให้ลูกด้วย........

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)