อนุทิน #120741

ตรุษจีนปีนี้ถือว่าโชคดีสุดๆที่ได้เดินทางไปทดสอบทั้งกำลังกาย และกำลังใจของตนเอง ในวันที่ 11 ขึ้น 1 ค่ำ ของเดือนแห่งความรัก เป็นครั้งแรกที่ได้เดินไปตามขั้นบันไดของเขาคิชฌกูฏ จ.จันทร์บุรี เราเดินทางจากมหาชัยถึงวัดเขาพลวงตอนตี 2 และทำธุรส่วนตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าให้พร้อมเดินทางขึ้นเขาและไปกราบไหว้พระ เด็กๆทั้ง 3 คนตั้งแต่อายุ 8 ขวบ 13และ14 นอกนั้น 30อัพอีก 4 มีใกล้แซยิด 1ต่างสวมรองเท้าผ้าใบ และพร้อมเดินทางด้วยมือเปล่าเว้นแต่เจ้าตัวเล็กที่ให้มีขนมขบเคี้ยวไว้ยามหิว กับนมกล่องที่พี่เลี้ยงถือให้อีก 6 กล่อง ส่วนน้ำเป็นหน้าที่ของสุภาพบุรุษสำหรับคน 7 คน แล้วเดินไปซื้อตั๋วขึ้นเขาคนละ 50 บาท ไปได้ครึ่งทางต้องลงต่อรถอีก 1 ต่อเพิ่มค่าเดินทางอีกคนละ 50 เจ้าตัวเล็กได้รับการยกเว้นทุกเที่ยวเมล์ เราไปถึงเขาคิชฌกูฏเวลาตี 4 และเดินขึ้นเขาไปอีก 400 เมตร แต่ว่าเป็นการเดินทางขึ้นตลอดจนถึงลานพระพุทธบาท ฉันไม่รู้ว่าเขาเรียกว่าอะไร แต่สิ่งที่ประทับในคือความเกลี้ยงเกลาของ

เขาแต่ละลูก ลมที่พัดเย็นสบาย ช่วยให้เราไม่รู้สึกเหนื่อย ไปถึงลานที่ผู้คนพากันนั่งรอทำวัตรเช้า พวกเราจึงได้โอกาสร่วมสวดมนต์ทำวัตรเช้าด้วยจิตที่เบิกบาน ลืมความเหนื่อยล้าของการเดินทางจนสิ้น ได้ฟังธรรม และประวัติของสถานที่นี้ หลังจากนั้นก็เข้าไปปิดทองยังลานพระพุทธบาท ผู้คนแน่นจนรู้สึกอึดอัดกาย แต่จิตใจก็ไม่รู็สึกเช่นร่างกาย

ช่วงที่จะเดินไปปิดทองที่ภูเขาฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะไหลลง เป็นเพราะถุงเท้าที่สวมใสนั้นมันลื่นและไม่เกาะพื้นที่ลาดลง ขณะกำลังจะก้มตัวลงถอดถุงเท้า เท้าทั้งสองก็สไลด์ลงไปอีก มีสุภาพสตรีท่านหนึ่งอายุคราวลูกยื่นแขนมาให้จับและยึดไว้ เธอบอกว่าไม่ต้องกังวลนะคะ หนูจะช่วยดึงไว้ค่ะ เธอดึงไว้จนฉันสามารถถอดถุงเท้า และยืนได้ด้วยตัวเอง กล่าวขอบคุณเธอเบาๆ เธอเดินยจากไปและทิ้งรอยยิ้มที่อบอุ่นไว้ให้ ก่อนเดินขึ้นไปปิดทอง คนเยอะมาจนไม่อาจถามชื่อเธอได้ ฉันรู้สึกขอบคุณในน้ำใจของเธอ นี่ฉันขึ้นเขามาและได้เจอนางฟ้าแล้วหรือนี่

เขียน:

ความเห็น (0)