อนุทิน #119821

                การนับถือพุทธศาสนาของหลายคน จะจบลงที่ไปทำบุญ ตักบาตร ทอดกฐิน ในโอกาสอันควร  เป็นต้น  มีผู้คนไม่มากนักที่รับรู้ว่าคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหมดเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตให้มีความสุข  ดังที่คุณดังตฤณได้กล่าวไว้ในอารัมภกถาจากดังตฤณ (หนังสือมหาสติปัฏฐานสูตร ซึ่งเป็นหนังสือที่ท่านเขียนแล้วจัดพิมพ์เป็นธรรมทาน)  ว่า  "พุทธศาสนามิได้เริ่มสอนจากวิธีมองที่แปลกประหลาดชวนพิศวง  ตรงข้าม ทุกอย่างเริ่มต้นจากจุดที่เห็นง่าย เข้าใจได้ตรงกัน เช่น ให้ถามตัวเองว่า เราอยากเป็นทุกข์หรือเป็นสุข  แน่นอนทุกคนต้องตอบว่า อยากเป็นสุข  อยากสุขชั่วคราว หรือสุขถาวร  แน่นอนทุกคนต้องตอบว่าอยากสุขถาวร  

                จุดตัดอันน่าพิศวงอยู่ตรงนี้   การเข้าถึงสุขที่ถาวรนั้น ก่อนอื่นต้องเข้าให้ถึงสัจจะที่ว่ากายแและใจทั้งแท่งนี้แหละที่เป็นทุกข์ สงบจากกายใจได้ก็เหมือนดับไฟได้  ความสุขอันเยือกเย็นรออยู่ตรงที่ความทุกข์อันร้อนแรงหายไป ประดุจเปลวเทียนดับนั่นเอง  ไม่ต้องเรียกขอ แต่ถ้ายังรับไม่ได้ว่ากายใจนี้เป็นทุกข์ คำว่ากายใจเป็นทุกข์ยังเป็นเท็จสำหรับเรา ก็มีวิธีสุขชั่วคราว คืออย่าไปสร้างเหตุแห่งความลำบากกาย ลำบากใจ คือ บาปอกุศล ได้แก่ การทำตัวเป็นคนตระหนี่ เป็นผู้ทุศีล  กล้าฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ผิดกาม โกหก ดื่มเหล้า  หากเป็นผู้ทุศีลเต็มขั้นสักระยะหนึ่ง ย่อมทราบเต็มอก  รู้แน่อยู่แก่ใจว่ากายก็อยู่ลำบาก ใจก็อยู่ลำบาก ... ให้สร้างเหตุแห่งความสบายกาย สบายใจ คือ บุญกุศล ได้แก่ การทำตัวเป็นคนมีน้ำใจ มีความรักในศีล เว้นขาดจาก การฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ผิดกาม โกหก และดื่มเหล้า หากสามารถรักษาศีลให้ได้สะอาดหมดจดสักระยะหนึ่ง  ย่อมทราบว่าความไร้มลทินทำให้กายสบาย ใจสบายเพียงใด"

                 สรุปจากที่คุณดังตฤณกล่าวมานี้  คือ ถ้าอยากมีความสุขชั่วคราว ก็ต้องปฏิบัติตนให้มีศีลห้า  เพื่อที่จะสร้างเหตุแห่งความสบายกาย ความสบายใจ  หลายคนจะหมดกำลังใจไหม  เพราะมีความเชื่อกันว่าศีลห้าเป็นเรื่องที่ทำยาก ชาตินี้ทำไม่ได้แน่  ผู้เขียนอยากให้กำลังใจ  ไม่ยากอย่างที่คิดหรอกนะ  เพียงท่านฝึกสติ และความรู้ตัวให้เป็น หมายถึงการฝึกให้กายกับใจอยู่ด้วยกัน ไม่เผลอไปคิด หลงเพลินไปกับสิ่งภายนอกรอบตัว ถ้าเผลอไปคิด เผลอไปเพลิดเพลินกับสิ่งต่างๆแล้ว ให้รู้ว่าเผลอไปแล้ว ให้กลับมามีสติรู้ตัวใหม่  การทำเช่นนี้ จะรักษาศีลห้าได้โดยอัตโนมัติ  เพราะขณะใดที่มีสติ สัมปชัญญะ(ความรู้สึกตัว:ปัญญา) บุคคลนั้นจะไม่ทำสิ่งที่ผิด  เนื่องจากใจเรารับอารมณ์ได้ครั้งละหนึ่งอย่าง  ขณะที่สติและสัมปชัญญะอยู่ในใจ  โลภ โกรธ หลง ไม่มีทางจะเข้าไปอยู่ในใจ      ก็ไม่มีเหตุที่จะทำให้เกิดการกระทำที่ผิดศีลได้นั่นเอง  ทดลองฝึกให้มีสติ ความรู้ตัว ขณะนั้นเราจะเห็นการเคลื่อนไหวของกาย เช่น การเดิน การนั่ง การยืน การนอนเราจะเห็นความรู้สึก ได้แก่ ความ โกรธ เบื่อ รำคาญ เศร้า ดีใจ ฯลฯ ของใจ ปฏิบัติไปสักระยะ ก็จะพบถึงความเบากาย เบาใจ ลองฝึกแล้วจะรู้

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)