อนุทิน 119745 - ดร. แสวง รวยสูงเนิน

การลดน้ำหนัก ไม่ยากอย่างที่คิด

หลังจากผมลองลดการรับประทานอาหารลงเหลือ ครั้งเดียวต่อวัน โดยเน้นความสะดวก ไม่กำหนดเวลาตามนาฬิกา หรือเวลาของวัน
และลดจำนวนลงให้เหลือครึ่งหนึ่งของมื้อที่เคยทาน

และออกกำลังกายเพิ่มขึ้นในตอนเย็นทุกวัน
 
ทำให้ลดน้ำหนักลง 8 กก. ในระยะประมาณสองเดือนที่ผ่านมา

จาก 79 กก เหลือ 71 กก 

(และตั้งใจจะลดต่อไปจนถึงระดับมาตรฐานของผม ที่ 68 กก.)


 เฉลี่ย ลดลง ครึ่ง กก. ต่อสัปดาห์ หรือประมาณวันละ 100 กรัม

ลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหารลงเหลือน้อยกว่าครึ่ง
ใส่เสื้อผ้าที่เคยมีได้ทุกตัว


เดินทางและใช้ชีวิตคล่องตัวขึ้น ไม่ต้องแวะทานอาหารระหว่างทาง
หรือกังวลเรื่องการทานอาหารครั้งต่อไปในวันนั้น

มีชีวิตสะดวกสบายขึ้นในทุกเรื่อง อย่างไม่เคยทราบมาก่อน

การลดน้ำหนักนี่ไม่ยากอย่างที่เคยคิด ทำแล้วจึงรู้จริงๆ

อิอิอิอิอิ

เขียน 16 Jan 2013 @ 00:22 ()


ความเห็น (5)

..... สุขภาพดีดี เป็นที่แรารถนา เป็นของขวัญ "ลำ้ค่าที่สุด" นะคะท่าน

ขอบคุณบทความดีดี นี้ต่ะ

-สวัสดีครับ...

-คงต้องขอนำไปเป็นแบบอย่างแล้วหละครับ..

-คิดแบบง่าย ๆ ได้กำลังใจดีนะครับ.

-ขอบคุณครับ

ผมเคยอ่านบทความไม่นานมานี่เองว่าการกินอาหารสามมื้อเป็นของใหม่ครับ ผมคิดว่าคนไทยแต่โบราณก็ไม่ได้กินอาหารสามมื้อครับ

Breakfast, lunch and dinner: Have we always eaten them?

ขอบคุณครับสำหรับประเด็นกระตุ้นความคิด

ผมคิดว่า...

ปัญหาตั้งต้นของเรื่องนี้ อยู่ที่การสร้างค่านิยมและความเชื่อในการบริโภคกันทั้งในระดับครอบครัว ชุมชน สังคม และระดับโลก

ที่มักถือว่าการรับประทานบ่อยๆ หรือ ตลอดเวลา เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จและความสุขของชีวิต

จนกระทั่งปัจจุบันการประชุมจะจัดอาหารว่างแทรกเข้ามาอีก เป็นระบบคิดมาจากฝรั่งโดยแท้

และ

สังคมทั่วไป ดดยรวม ก็ยังใช้การรับประทานอาหารเป็นสัญญลักษณ์ของน้ำใจ การต้อนรับ และ การฉลอง

ที่ทำให้คน "หลง" ไปกับการบริโภคเกินความจำเป็น สะสมโภชนะส่วนเกิน สะสมสารพิษ สิ้นเปลืองทรัพยากร และเวลาของชีวิต ที่ควรนำไปสร้างสรรค์สิ่งที่ดี และมีคุณค่ามากกว่าการมาใช้เวลาเพื่อการบริโภคในสิ่งที่ไม่จำเป็น

พอมาถึงจุดนี้ ผมเริ่มไม่เข้าใจสังคม ว่าเรากำลังทำอะไรกัน ทำไปทำไม เพื่ออะไร

มีเรื่องต้องหาคำอธิบายอีกเรื่องแล้วครับ

 

ขอบพระคุณครับ ที่มาให้กำลังใจ

ขอบคุณครับอาจารย์ ;)...