อนุทิน #119745

การลดน้ำหนัก ไม่ยากอย่างที่คิด

หลังจากผมลองลดการรับประทานอาหารลงเหลือ ครั้งเดียวต่อวัน โดยเน้นความสะดวก ไม่กำหนดเวลาตามนาฬิกา หรือเวลาของวัน
และลดจำนวนลงให้เหลือครึ่งหนึ่งของมื้อที่เคยทาน

และออกกำลังกายเพิ่มขึ้นในตอนเย็นทุกวัน
 
ทำให้ลดน้ำหนักลง 8 กก. ในระยะประมาณสองเดือนที่ผ่านมา

จาก 79 กก เหลือ 71 กก 

(และตั้งใจจะลดต่อไปจนถึงระดับมาตรฐานของผม ที่ 68 กก.)


 เฉลี่ย ลดลง ครึ่ง กก. ต่อสัปดาห์ หรือประมาณวันละ 100 กรัม

ลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหารลงเหลือน้อยกว่าครึ่ง
ใส่เสื้อผ้าที่เคยมีได้ทุกตัว


เดินทางและใช้ชีวิตคล่องตัวขึ้น ไม่ต้องแวะทานอาหารระหว่างทาง
หรือกังวลเรื่องการทานอาหารครั้งต่อไปในวันนั้น

มีชีวิตสะดวกสบายขึ้นในทุกเรื่อง อย่างไม่เคยทราบมาก่อน

การลดน้ำหนักนี่ไม่ยากอย่างที่เคยคิด ทำแล้วจึงรู้จริงๆ

อิอิอิอิอิ

เขียน:

ความเห็น (5)

..... สุขภาพดีดี เป็นที่แรารถนา เป็นของขวัญ "ลำ้ค่าที่สุด" นะคะท่าน

ขอบคุณบทความดีดี นี้ต่ะ

-สวัสดีครับ...

-คงต้องขอนำไปเป็นแบบอย่างแล้วหละครับ..

-คิดแบบง่าย ๆ ได้กำลังใจดีนะครับ.

-ขอบคุณครับ

ผมเคยอ่านบทความไม่นานมานี่เองว่าการกินอาหารสามมื้อเป็นของใหม่ครับ ผมคิดว่าคนไทยแต่โบราณก็ไม่ได้กินอาหารสามมื้อครับ

Breakfast, lunch and dinner: Have we always eaten them?

ขอบคุณครับสำหรับประเด็นกระตุ้นความคิด

ผมคิดว่า...

ปัญหาตั้งต้นของเรื่องนี้ อยู่ที่การสร้างค่านิยมและความเชื่อในการบริโภคกันทั้งในระดับครอบครัว ชุมชน สังคม และระดับโลก

ที่มักถือว่าการรับประทานบ่อยๆ หรือ ตลอดเวลา เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จและความสุขของชีวิต

จนกระทั่งปัจจุบันการประชุมจะจัดอาหารว่างแทรกเข้ามาอีก เป็นระบบคิดมาจากฝรั่งโดยแท้

และ

สังคมทั่วไป ดดยรวม ก็ยังใช้การรับประทานอาหารเป็นสัญญลักษณ์ของน้ำใจ การต้อนรับ และ การฉลอง

ที่ทำให้คน "หลง" ไปกับการบริโภคเกินความจำเป็น สะสมโภชนะส่วนเกิน สะสมสารพิษ สิ้นเปลืองทรัพยากร และเวลาของชีวิต ที่ควรนำไปสร้างสรรค์สิ่งที่ดี และมีคุณค่ามากกว่าการมาใช้เวลาเพื่อการบริโภคในสิ่งที่ไม่จำเป็น

พอมาถึงจุดนี้ ผมเริ่มไม่เข้าใจสังคม ว่าเรากำลังทำอะไรกัน ทำไปทำไม เพื่ออะไร

มีเรื่องต้องหาคำอธิบายอีกเรื่องแล้วครับ

 

ขอบพระคุณครับ ที่มาให้กำลังใจ

ขอบคุณครับอาจารย์ ;)...