อนุทิน #118686


ครูกิ๊มฝากมาค่ะ เผื่อใครสนใจอยากไป

ประตูวัด

เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมที่ วัดแพร่แสงเทียน ที่ จ.แพร่ มา รู้สึกถูกใจจัง เป็นวัดในอุดมคติที่อยากให้เป็น ก็อยากบอกเล่าความเป็นอยู่มี่นั่นให้ฟังว่าเป็นยังไง เพื่อเป็นข้อมูลในการเดินทางไปปฏิบัติกันต่อไปนะคะ

การเดินทาง  ถ้าเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว ระยะทางจาก กทม ไปแพร่ก็ประมาณ หกร้อยกว่าโล ใช้เวลาขับไปเรื่อยๆก็ ประมาณ 6 ชั่วโมง โดยวิ่งส่ยเอเซีย ตรงไปเรื่อยๆ จากทางหลวงเบอร์ 1 อยุธยา สิงห์บุรี ชัยนาท นครสวรรค์ แล้วก้เป็นทางหลวงเบอร์ 11 ไปเรื่อยๆ ผ่านพิษณุโลก เด่นชัย อุตรดิตถ์ มุ่งหน้าไปแพร่ จะมีทางแยก ซ้ายไปลำปาง ขวาไป แพร่ ไปสูงเม่น ก็เลี้ยวขวาไป ก็จะเป็น เส้นทางหลวง 101 แล้วมั้ง จากแพร่ก็ไปเรื่อยๆมุ่งหน้าไปน่าน เพราะวัดแพร่ฯจะเลยตัวเมืองแพร่ไปอีก คืออยู่ อ.ร้องกวาง ( ประมาณ 30 โล  จากแพร่ )  ซึ่งติดกับ จ. น่านค่ะ พอถึงหน้า  โรงเรียนร้องกวาง (จันทิมาดาราม) ก็เลี้ยว ซ้ายเข้าซอยข้างๆโรงเรียนนั่นเลย สังเกตทางขวามือของซอยจะเป็นตลาดสดค่ะ ตรงเข้าไปประมาณ ไม่ไกลมาก  7-8 โลมั๊งค่ะ ก็สังเกตทางซ้ายมือจะมีป้ายวัดใหญ่โตเห็นชัด เลี้ยวเข้าประตูวัดได้เลย 

                ถ้าเดินทางโดยรถโดยสารก็มีทั้งรถกลางวันและรถกลางคืน ขึ้นรถ กรุงเทพฯ  น่าน แล้วก็ลงหน้าโรงเรียนร้องกวางนั่นแหละค่ะ แล้วก็เรียกสามล้อแถวนั้นขับพาเข้าไป

                หรือถ้าเดินทางโดยรถสาย กรุงเทพฯ  เชียงราย ก็ลงที่หน้าโรงเรียนแม่ยางเปรี้ยว แล้วก็เรียกสามล้อขับพามเข้ามาระยะทางประมาณ 8-9 โล สามล้อที่ขับรับกันมาประจำชื่อลุงนัด เบอร์โทร 085-625-4801 ค่ะ (ทางนี้ไม่เคยไปเองนะค่ะได้เบอร์มาจากเว๊บไซด์อะไรสักอย่างบอกไว้)

                หรือทั้ง 2 สายรถประจำทางเมื่อถึงจุดลงแล้วก็โทรเรียกทางวัดมารับก็ได้ค่ะ เป็นเบอร์ของคุณป้าพิกุล นะค่ะ เบอร์โทร 087-180-2976  (รายละเอียดของวัดทุกอย่างติดต่อได้ที่เบอร์นี้เลยค่ะ)

ความเป็นอยู่ในแต่ละวัน

เช้า ตี 3 ระฆังปลุกตื่น เตรียมตัวมาที่ศาลาประมาณ ตี 3.30 น เริ่มทำวัตร เช้า ตี 4  การสวดมนต์ก็ใช้การสวดมนต์แปล แล้วก็มีการสวดพระสูตรที่สำคัญๆที่ควรรู้ด้วย เสร็จแล้วพระอาจารย์ก็จะพูดถึงเรื่องความรู้สึกตัว ปัญหาการปฏิบัติ ความสำคัญต่อการปฏิบัติ ฯลฯ (หลังทำวัตรสวดมนต์เช้า เย็น) เสร็จแล้วก็ปฏิบัติร่วมกันไปตลอดในศาลาจนถึง 9 โมงเช้า  ก็รับประทานอาหาร ซึ่งเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากๆเพราะปลอดสารพิษใช้ผักที่ปลูกเองในแปลงข้างๆครัวนั่นเอง อาหารห็เหมือนภาคกลางของเราๆ รสชาดอาหารก็กลางๆไม่เผ็ดมากเกินไป มีทั้งข้าวขาว ข้าวกล้อง ข้าวเหนียว นมกล่อง นมเปรี้ยว ผักสด ผลไม้ ฯลฯ  อาหารดีมากๆค่ะถึงแม้จะทานมื้อเดียวแต่มีคุณค่ามากๆ มาที่นี่คุณปเพิกุลบอกว่าไม่มีใครบ่นหิว มีแต่บ่นว่าทานมากเกินไป อิ่มจุกกันไปตามๆกันค่ะ  การทานอาหาร ก็โดยตักมาทานร่วมกันที่ศาลา ทานอาหารเสร็จ ก็ช่วยกันล้างจานชามส่วนกลางกัน

โรงอาหาร และ โรงครัว

 

แปลงผักข้างครัว

ทานข้าวเสร็จแล้วก็ไปปฏิบัติร่วมกันที่ทางเดินจรงกรมซึ่งฝ่ายหญิง กับ พระและฝ่ายชายก็แยกกันกันไปคนละส่วน  จนถึงเวลา 16.30 น ก็ทำความสะอาดรอบวัดร่วมกันโดยการกวาดใบไม้  ฯลฯ แล้วแต่ความสมัครใจว่าจะช่วยทำอะไร อาบน้ำ ซักผ้า พอ 6 โมงเย็นก็จะตีระฆัง ให้เตรียมตัวมาทำวัด 6.30 เริ่มทำวัตรเย็นที่ศาลา เสร็จแล้วก็ฟังพระอาจารย์บรรยายเรื่องการปฏิบัติ  แล้วก็ปฏิบัติร่วมกันไปจนถึง 3 ทุ่ม ก็จะเป็นอย่างงี้ทุกวัน

 

 

ศาลารวม

 

ที่เดินจงกรมรวม

 

 

การเข้าปฏิบัติ

 จะต้องมาตามช่วงที่ทางวัดจัดอบรมเท่านั้น คือ ทุกวันที่ 1-11 ของทุกเดือน ยกเว้นวัดหยุดยาวๆทางวัดก็จะอนุญาตให้เป็นพิเศษถ้าตั้งใจมาปฏิบัติจริงๆ และต้องอยู่ปฏิบัติอย่างน้อยที่สุด 7 วัน

ในกรณีที่มาพักผ่อนมาไม่ปฏิบัติมาฟังเทศน์ฟังธรรมเฉยๆ หรืออยู่ปฏิบัติไม่ครบ 7 วัน ถ้าอยากมาทางวัดก็มีที่พักเอกชนอยู่ในบริเวณเดียวกันชื่อ เฮือนพักศีล 5 คืนละ 300 บาทต่อห้อง แล้วแต่จะพักกันกี่คน

การแต่งกาย 

ต้องชุดขาวเท่านั้น สตรีต้องนุ่งผ้าถุงขาว ถ้าไม่ได้เตรียมมาทางวัดมีจำหน่าย ตัวละ 150 บาท กางเกงขาว เสื้อขาวทั้งชายหญิงมีขายทุกอย่าง

 

ศาลาไม้สักทองทั้งหลัง

 

 

กฎระเบียบของวัด

ตามแนบนะค่ะ สรุปคือ พระจะไม่ขอรับถวาย เงิน ทอง เนื้อดิบ รูปผู้หญิง และผู้หญิงจะเข้าปรึกษาปัญหาหารปฏิบัติกับพระที่ศาลาจะต้องไปด้วยกันอย่างน้อย 2-3 คนไม่ให้พูดคุย 2 ต่อสอง ผู้ปฏิบัติห้ามพูดคุยกันเองโดยไม่จำเป็น ใครมีอะไรยังงัยให้ถามที่ทีมงานในครัว ไม่รับถังสังฆทานเพราะจะเป็นภาระต่อพระและคนที่อยู่ในการจัดเก็บ จะบริจาคเงินก็ให้ไว้ที่ครัวโดยเขียนใบปวารณาให้วัดไว้ค่ะ

สอบถามเพิ่มเติมทุกเรื่องได้ที่คุณป้าพิกุล  087-180-2976

 

 

เพื่อหลีกเลี่ยงการคลุคลีนสนิทสนม ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการปฎิบัติธรรมที่มุ่งหมายความพ้นทุกข์
ผู้ที่อาศัยเพื่อปฏิบัติธรรมในวัดแพร่แสงเทียนแห่งนี้ เมื่อท่านต้องการอะไร ประสงค์สิ่งใด ขอให้บอกที่ส่วนกลางหรือโรงครัว ไม่ควรบอกกับผู้ปฏิบัติด้วยกัน หรือญาติโยมผู้มาทำบุญที่นี่

ของที่ไม่สมควรประเคนพระ :  เงิน ทอง เนื้อดิบ สุภาพสตรี เพราะของเหล่านี้ ถ้าหากประเคนให้พระ พระองค์ที่รับจะผิดวินัย ดังนั้นหากต้องการถวายพระ ต้องทำให้ควรก่อน เช่น จะถวายเงินทอง ให้ท่านได้ใช้ประโยชน์ ก็ใช้ระบบใบปวารณา เนื้อก็ทำให้สุกก่อนจึงถวายได้ในเวลาอันควร



 เรื่อง และ ภาพ โดยครูกิ๊ม ประนอม เตโชภาส 


เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)