อนุทิน #116411

ซื้อหม้ออัดความดันมาทำอาหาร ทดลองตุ๋นไก่จนนิ่มใช้เวลาเพียงยี่สิบนาที เทคโนโลยีทำอาหารเดี๋ยวนี้พัฒนาขึ้นเยอะ ทำให้นึกว่าถ้าจะนึกถึงพัฒนาการของเผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นวิเคราะห์พัฒนาการของเทคโนโลยีในการทำอาหารก็น่าสนใจดี

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (3)

ผมเคยซื้อมาใช้สมัยอยู่ สรอ.  มันต้มที่ความดัน 3 bar เนื่้้อเปื่อยใน ๕ นาทีเท่านั้นเอง แต่อันตรายนะ ระเิบิดออกมาเป็นหน้าแหก   ผมจำได้ว่าได้เคยเสนอวิธีทำหม้อความดันไว้แล้วนะ ใน กทน. นี่แหละ  

 

เรืื่องการกินผมก็เขียนไว้แล้ว ว่าคนไทยประดิดประดอยกิน ซอย หั่น มัด ต้ม  ส่วนฝรั่ง สุกเอาเผากิน  คนไทยเสียเวลากับการกินมาก เลยไม่ค่อยเจริญ  อิหิหิ

 

เรื่องการกินมีนักโบราณคดีวิจัยกันมากครับ เม็ดข้าวเม็ดเดียวอายุ 10,000 ปี ก็ตีพิมพ์กันกระฉูด เช่น ที่ถ้าผีแมน แม่ฮ่องสอน อาจเป็นแห่งแรกของโลก ที่รู้จักปลูกข้าวกิน  

 

 

นี่ก็ใช้กันด้วยความหวาดเสียวครับ สาเหตุที่ตัดสินใจซื้อเพราะเมื่อเทียบกับหม้อตุ๋นธรรมดาที่ต้องเสียบค้างคืนแล้วมีข้อดีคือไม่มีกลิ่นอาหารที่ต้องนอนดมทั้งคืนครับ

มีวิธี..ตุ๋นมาฝาก..โดยไม่ต้องใช้หม้อ..(ที่ว่า)..ต้ม..สิ่งที่ต้องการ ตุ๋น..เดือดพล่าน..ลด อุณหภูมิลงด้วยความรู้สึก..ปิดฝาหม้อ..มองดูว่าน้ำเดือดปุดๆ...ทิ้งไว้..(ด้วยไฟอ่อนมากๆ..ครึ่งถึงหนึ่ง..ชม..แล้วแต่ชอบความเปื่อย..ของที่ตุ๋น..จะได้น้ำซุป..ใส..รส..อร่อยเจ้าค่ะ..(.ถ้า..เอามาเทียบรสกันดูจะเห็นความแตกต่าง..ในรสชาติอย่างชัดเจน..(เป็นเทคนิคง่ายๆ..ใช้ในจีนและยุโรป)....จะให้อร่อยกว่านี้..ตุ๋นนี้ต้องใส่"ความรักแทนผงชูรส..เจ้าค่ะ".....(จำได้ว่า..ตุ๋นเป็ดไว้ในหม้อที่ว่า..เมื่อยี่สิบปีที่ผ่านมา..ทิ้งหม้อไว้บนเตา..กลับห้องพัก..ควันคลุ้งเต็มห้อง..กำลังจะระเบิด..อ้ะะๆๆ...ตั้งแต่นั้นมาเลย..เรียนวิธีต้มแบบธรรมดา..ค่ะ..อาจารย์)...คิดว่า..หม้อที่ว่า..มันจะสดวกกว่า..ซุปที่เติมความเครียดกับซุปที่เติมความรักคงจะต่างกัน..ก็ตรงนี้แหละ...อิอิ...ยายธี