อนุทิน #116047

เช้านี้สอนผู้ป่วยกลุ่มHT ทำสปาให้กับมือตนเอง ผู้ป่วยช.รายหนึ่งบอกว่านิ้วมือข้างซ้ายล็อคโดยเฉพาะนิ้วกลาง อีกรายเป็ฯผู้ป่วยญ.รูปร่างสมบรูณ์มาก แต่ท่าทางอิดโรย ถามว่าเป็ฯเบาหวานด้วยใช้ไหมคะ รีบตอบว่าใช่ๆๆนี่นะนิ้วมือชาไปหมดเลย แล้วเธอก็ร่ายยาวกินเวลาไป5 นาที หากฉันกลับไม่รู้สึกว่าถูกเธอกินเวลา เพราะเวลาของฉันไม่ได้ตีค่าเป็นเงินเป็ฯทอง หากตีค่าเป็นความสุขของเพื่อนมนุษย์ทุกคน คำพูดของเธอนั้นกลับเป็ฯประโยชน์ต่อการเชื่อมโยงการทำสปามือที่กำลังจะสอนเสียอีก ดังนั้นทั้งสองท่านที่มีปัญหาสุขภาพเพิ่มขึ้นมากกว่าท่านอื่นๆ จึงนับว่าได้ร่วมกันปูพื้นก่อนจะเริ่มเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริง ต้องขอขอบคุณขอให้หายไวๆนะ หลังจากสอนวิธีการทำสปามือที่รวมนิ้วทั้ง 10 ด้วย ต้องกล่าวเช่นี้เพราะผูป่วยบางท่าน นั้นท่านซื่อมาก มักถามว่าเอานิ้วด้วยไหม ต้องบอกว่านั่นแหละความสำคัญอยู่ตรงนั้นเอง เมื่อให้ทุกท่านพิจารณานิ้วทั้ง 10 ของตนเองแล้วจึงถามว่าเคยให้ความสนใจเอาใจใส่เขาไหม คุณลุงท่านหนึ่งพูดยิ้มๆว่าเคยนะ แต่นานมาแล้ว แถมไม่ใช่นิ้วของตัวเองด้วย ทุกคนหันไปมองแต่สำหรับฉํนรู้ทันทีว่าคุณลุงท่านนี้อารมณ์ดี และดูเหมือนจะมีเรื่องเล่ากระตุกต่อมขำให้เพื่อนๆจึงถามและให้คุณลุงเล่า จริงดังคิดเพราะแกเล่าว่าเคยสนใจนิ้วผู้หญิงคนหนึ่ง และเคยจับนิ้วนั้นบ่อยเพราะอยากหาแหวนสวมให้ เรียกเสียงฮาได้ มากเลย ตามด้วยคำหยอกเย้าเล่นพอสมควร...นี่เป็นความเป็นกันเองของผู้ป่วยกับการทำงานของจิตอาสาที่ได้เบิกบานท่ามกลางความทุกข์ของตนเองแต่ละคน หลังจากสอนและฝึกให้เพื่อนผู้ป่วยหลายวัยได้ทดลองทำให้ตนเองแล้ว ก็ถึงเวลาให้ทุกคนเลือกวิธีที่จะสัมผัสนิ้วทั้ง 5 แบบ ว่าชอบแบบไหน ที่ทำแล้วรู้สึกสบายใจ สบายนิ้ว เลือดลมเดินสะดวก ก็ให้พิจารณาเลือกเอาเองตามใจชอบ แล้วลงมือทำตามแบบที่ชอบให้ทั้ง 10 นิ้ว เสร็จแล้วก็สอบถามความรู้สึก ความคิด และการสังเกตการเปลี่ยนแปลงสีผิวของนิ้วและมือ ทุกคนได้ตอบคำถามและพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้สึกกัน คุณลุงที่เป็ฯนิ้วล็อกพูดว่าเอ๊ะทำไมนิ้วของลุงไม่แข็งแล้ว อีกคนที่ชาปลายนิ้วมือก็บอกว่าของฉันมันว๊าบๆๆแล้วพุ่ง ถามว่าอะไรพุ่ง แกบอกว่าคล้ายเลือดพุ่ง ฉันเย้าว่าพุ่งไปทางไหน พอดีแกนั่งตรงข้ามฉัน ฉํนจึงเบี่ยงตัวหลบแล้วบอกว่าขอหลบก่อนเดี๋ยวโดนเลือดป้าพุ่งใส่ ....การหยอกล้อเช่นนี้นำความสุขมาให้ผู้ป่วยได้เช่นกัน และแนะนำว่าเวลาไปหาหมอและต้องรอนานๆให้นั่งทำไปด้วย และให้ช่วยกันทำบุญด้วยการแนะนำเพื่อนผู้ป่วยที่นั่งข้างๆ ต่อจากนั้นจึงแนะนำการนวดกล้ามเนื้อหัวใจตำรับจีน ทุกคนสบายใจคลายเคลียดแล้วก็ชวนให้สวดมนต์แผ่เมตตา

ช่วงบ่าย 2.45 น้องพยาบาลไมค์ พาผู้ป่วยมะเร็ง 5 คนพร้อมญาติอีก2 มาทำสมาธิบำบัด เพราะผู้ป่วยหมอนัด แต่นัดเวลา 4 โมงเย็น น้องพยาบาลบอกว่าจะได้ใช้เวลาที่รอคอยหลังจากเจาะเลือดแล้วมานั่งพักทำสมาธิ

และน้องพยาบาลนำเจลล้างมือมามอบให้ 30 หลอด จึงได้นำมาใช้ประโยชน์สอนผู้ป่วยล้างมือ และสปามือเหมือนกลุ่มเมื่อเช้า งานนี้ได้ของแถม เพราะญาติผู้ป่วยรายหนึ่งที่เข้าร่วมกิจกรรมมีความดันหลังทำสมาธิสูง223 ฉันแปลกใจจึงสัมภาษณ์ พบว่าเป็นผู้ป่วยความดันของรพ.หนึ่งในกทม.ขาดยามาเกือบ 1 เดือนแล้ว และปวดหัวนานมาสองสัปดาห์ ไม่มีเวลาไปเอายาหรือหาหมอที่รพในกทม.เพราะต้องดูแลแม่ที่ป่วย

น้องพยาบาลไมค์จึงพาไปหาหมอทันทีเพื่อให้ได้รับการรักษาโดยเร็ว ฉันเจอญาติผู้ป่วยลักษณะแบบรายนี้หลายคนมาแล้ว เพราะมุ่งดูแลบุพการีโดยลืมไปว่าต้องดูแลตนเองควบคู่ไปด้วย การแยกกันไปรักษาต่างรพ.ตามสำมะโนครัวนั้นก็เป็ฯปัญหาแบบนี้ได้เช่นกัน น้องไมค์แนะนำว่าให้ทำเรื่องย้ายรพ.จะได้มาหาหมอพร้อมกันไปเลย ให้เลือกเอาเองว่าที่ไหนสะดวกใกล้บ้าน สรุปผู้ป่วยเลือกรพเราเพราะไม่อยากย้ายแม่
เย็นฝนตกหนักแรกตั้งใจจะรีบกลับบ้านไปดูแม่กระต่ายลูกอ่อน เลยเปลี่ยนใจไปฟิตเน็ตแทน วิ่ง 30 นาทีเผาผลาญแคลอรี่ไปได้ 165 ความเร็ววันนี้ใช้เพียง 5.5 แล้วต่อด้วยยกนน้ำหนักข้างละ1กก.ทำ60 ครั้ง เล่นกล้ามเนื้อแขน ข้างละ 30 ครั้ง บริหารกล้ามเนื้อบริเวรหัวเข่าอีก 60 และบริเวณขาหลังอีก 6 ครั้งอันนี้ไม่ไหวเกร็งปวดมาก ว่าจะบริหารปอดสัก 30 ก็ฝนหยุดพอดีเลยกลับบ้านแวะซื้อส้มตำกันหิว และก๋วยเตี๋ยวน้ำสำหรับเรา 3 คน ถึงบ้านทุ่มครึ่ง หมดแรงเติมพลังให้พุงรอให้ย่อยด้วยการเดินดูต้นไม้หลังฝน เล่นเกม เล่นเน็ต และไปหาเพื่อนFB วันนี้คุณหญิงโทรมานัดเพื่อนชงโค วันอาทิตย์ 10 โมงและตามข่าวตุ้ยด้วย

เขียน:

ความเห็น (0)