อนุทิน #116041

                                                          ใครติดเพื่อนบ้าง...ยกมือขึ้น!!!

           เชื่อแน่ว่า จะต้องมีเพื่อน ๆ ที่นั่งอยู่หน้าจอคอมพ์ขณะนี้ยอมรับกันอยู่ในใจแน่ ๆ เลย เพราะเป็นธรรมดาที่วัยรุ่น วัยเรียน วัยทำงาน หรือแม้แต่ในวัยที่มีครอบครัวของตัวเองแล้ว ก็ยังไม่วายติดเพื่อน เป็นต้องออกไปพบปะสังสรรค์กันนอกบ้านเป็นประจำ (ก็มันสนุกนี่นา)

 
          และหลายครั้งที่ปาร์ตี้ในหมู่เพื่อนกินเวลายามค่ำคืนจนนาฬิกาบอกเวลาก้าวเข้าสู่วันใหม่เข้าไปแล้ว แต่รู้ไหมว่า ในช่วงที่เรากำลังสนุกสนานอยู่นั้น ยังมีคนข้างหลังคอยเป็นห่วงอยู่ที่บ้าน เขาคนนั้นยังนอนไม่หลับแม้จะรู้ว่าวันนั้นคุณจะกลับดึก ด้วยเป็นห่วงว่าคนที่รักยังไม่ถึงบ้านอย่างปลอดภัยนั่นเอง
 
          ดังเช่นเรื่องราวที่เรานำมาฝากกันวันนี้ จากคุณ ใส่หมวกแก๊ปไปเดินกุ๊บกั๊บ  สมาชิกเว็บไซต์พันทิป ที่บังเอิญได้ยินคำพูดธรรมดาคำหนึ่งของคนเป็นแม่ ในวันที่เขาออกไปสังสรรค์กับเพื่อน ๆ นั่นเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาเปลี่ยนใจและเปลี่ยนแปลง ซึ่งเรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า...
 
          เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก็เป็นธรรมดาของมนุษย์เงินเดือน ที่วันศุกร์แห่งชาติ (และเป็นวันเงินเดือนออก) จะมีการนัดสังสรรค์กันระหว่างเพื่อน ๆ มีดื่ม มีเที่ยว เพราะถือว่าเป็นวันปลดปล่อยของสัปดาห์ หลังจากดื่มได้พอสมควร ก็รวมกลุ่มกันไปโต๊ะสนุ๊กฯ ต่อ กว่าจะได้กลับก็เกือบ ๆ ตีสอง
 
          กลับมาก็เห็นแม่นอนดูทีวีอยู่ ก็ยังสงสัยว่าทำไมนอนดึกจัง เราก็ง่วงบวกกับมึน ๆ ด้วย ก็เลยเข้านอนเลย ไม่ได้ทักแม่ซักคำ
 
          รุ่งขึ้นเป็นวันเสาร์ ผมก็ตื่นตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า เพราะตื่นเวลานี้เป็นปกติแล้ว (แต่ก็ยังไม่เคยตื่นก่อนแม่ซักที)
 
          ประโยคแรกที่เราทักแม่ก็คือ "แม่ วันนี้มีอะไรกิน"
 
          หลังจากกินข้าวเสร็จแล้ว วันนี้ครอบครัวผมมีธุระต้องเข้ากรุงเทพฯ ระหว่างทางแม่ผมก็คุยกับพี่ชายเรื่องทั่ว ๆ ไป ผมก็นั่งอ่านหนังสืออยู่เงียบ ๆ ได้ยินแม่บ่นเรื่องทั่ว ๆ ไป และก็พูดว่า...
 
          แม่ : วันนี้ง่วงนอนจัง
 
          พี่ชาย : ไปทำอะไรมาล่ะแม่
 
          แม่ : ก็ไม่ได้ทำอะไร เมื่อคืนไอ้...(ชื่อผม) มันยังไม่กลับบ้าน แม่ก็นอนไม่หลับ
 
          ผม : ...........
 
          จากนั้นเค้าก็คุยกันเรื่องอื่น แต่ประโยคดังกล่าว มันทำให้ผมกลับมาคิดว่า ในวันแรกที่เงินเดือนออก แทนที่เราจะพาคนที่รักและเป็นห่วงเราไปกินข้าว เรากลับเลือกที่จะออกไปสังสรรค์กับเพื่อน ไปกินเหล้า เมายา เล่นการพนัน
 
          แต่เรากลับทิ้งให้อีกคนหนึ่งที่เป็นห่วงเรา อดนอน เพื่อรอว่าเราจะกลับถึงบ้านโดยปลอดภัยแล้ว เมื่อเรากลับถึงบ้าน เมื่อนั้นแหละ เค้าคนนั้นถึงจะหลับลง
 
          จากเหตุการณ์นี้ทำให้เรานึกย้อนไปถึงครั้งก่อน ๆ ถ้าเรากลับบ้านดึก แม่จะโทรตามทุกครั้ง จะไม่ได้ดุด่าหรือว่าอะไร เพียงแต่จะถามว่า "อยู่ไหน ดึกแล้วนะ พรุ่งนี้ไม่ทำงานหรอ..." เมื่อเรากลับมา ก็จะพบว่าแม่ยังไม่นอนเสมอ ทำให้เราได้ย้อนกลับมาคิดได้ว่า ถึงแม้เราจะเป็นผู้ชาย และอายุก็ไม่ใช่เด็ก ๆ มีหน้าที่การงานแล้ว แต่ด้วยความที่เป็นแม่ ยังไงก็ยังเป็นห่วงลูก ถ้าลูกยังไม่กลับถึงบ้าน ก็อดที่จะห่วงไม่ได้
 
          วันถัดมาเพื่อนผมก็ชวนออกไปกินสังสรรค์อีก แม่ได้ยินผมคุยโทรศัพท์ในรถ ก็บอกว่า... "ถ้าไม่อยากไปกับเพื่อนก็ปฏิเสธได้ ต้องปฏิเสธคนให้เป็น" (แม่จะรู้นิสัยผมว่าเป็นคนปฏิเสธคนไม่เป็น) ผมจึงตัดสินใจบอกเพื่อนไป
 
          ผม : "วันนี้กรูไม่ไปนะ"
 
          เพื่อน : "ทำhaอะไร ทำไมถึงไม่มา"
 
          ผม : "กรูจะพาแม่กรูไปกินข้าว
 
 
          จากเรื่องราวข้างต้นจะเห็นได้ว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่อาจเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในชีวิตประจำวันของใครหลายคน แต่...เพียงแค่เราหันมาใส่ใจคนใกล้ตัวที่เรามักจะมองข้ามบ้าง ก็จะรับรู้ได้ถึงความรักลึกซึ้งจากคนที่รัก โดยเฉพาะคุณแม่ และนั่นอาจสร้างจุดเปลี่ยน หรือมุมคิดดี ๆ ที่จะทำให้คุณเป็นลูกที่น่ารักขึ้นเป็นกอง^^

 
เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (1)

ไม่รู้เป็นอะไร อ่านทุกความคิดเห็นแล้ว รู้สึกขนลุก และมีน้ำตาก็ซึมๆอยู่ที่ขอบตา