อนุทิน #115923

2 วัน กับ 1 คืนที่ค่ายYMCA การตัดสินใจเข้าร่วมทีมงานค่ายสัมผัสรักครั้งนี้ แม้ต้องเตรียมแผนการทำงานทั้งฉ. 1 และแผนรองรับการเปลี่ยนแปลง 1 ที่เกิดจากปัจจัยภายนอก แต่กลับดำเนินการได้เหนือความคาดหมาย นับเป็นเรื่องที่ดี และเป็นสุขใจสมกับที่ได้เหน็ดเหนื่อยกับการวางแผน การเรียนรู้งานจริงๆ สิ่งที่ไม่คาดหวังคือความรู้สึกที่ถูกนำมาเปิดเผยในพื้นที่ๆปลอดภัย เป็นการเปิดเผยเพื่อขจัดทุกข์หรือปมของแต่ละคนออกมา เมื่อปล่อยวางมันจึงโล่งสบาย ความสุขจากการปล่อยวางจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ทุกคนต้องการ เมื่อการเดินทางของความคิดมาถึงจุด....ว่าง ความว่างเข้ามาแทนที ความสว่างเกิดขึ้น ปัญญาความเข้าใจ..ปิ๊งใสไม่ขุ่นมัว เบิกบาน เบา สบาย มิตรภาพที่แท้จริงเคลื่อนตัวออกมาช้าๆแต่มั่นคง ถ่ายผ่องออกมาจนสัมผัสได้ เป็นการเห็นที่เป็นจริง สมควรแก่เหตุ มิใช่ความเห็นที่เกิดจากความฝันหรือจินตนาการ เราได้ทำหน้าที่ของเพื่อนมนุษย์ที่ดีอีกครั้ง แม้การบันทึกข้อมูลจะไม่สามารถเก็บได้ทุกคำพูดทุกความรู้สึกที่ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ หมดเปลือกไม่เหลือสิ่งใดแอบแฝงให้เกิดคำถาม จึงมีแต่ความเข้าใจ ความเห็นใจ และเอื้ออาทร ..พญ.ท่านหนึ่งเดินมาทักทาย และกล่าวคำขอบคุณ เหลียวดูเวลา23.30 น.แล้วแต่ดวงใจสว่างและพร้อมรับฟังเรื่องราว ความคิดเห็น และโจทย์ จิตรับรู้ความรู้สึกและความปรารถนาอันแรงกล้าของน้องหมอ ......และสัญญาณจึงเกิดขึ้น รู้ตัวทันทีว่าต้องทำอะไรบ้าง ความคิดเดินหน้า ไปพร้อมกับการก้าวเดินและหยุดสลับกันเมื่อการสนทนานั้นต้องหันมาเผชิญกันด้วยสายตาที่มุ่งมั่นของน้องหมอรู้สึกชื่นชมในใจลึกๆ เราก้าว ห่างไกลที่พักออกไปราว20 เมตรแล้วหยุดเมื่อการสนทนาออกรสชาติ ดูเหมือนคู่สนทนามอบความไว้วางใจให้ฉัน และฉันได้ก้าวเข้าไปในความคิดของเธอเราก้าวเดินต่อไปเรื่องราวความฝันพรั่งพรูออกมา และความคิดจรแล่นเข้ามาระหว่างการสนทนาบอกว่าฉันควรยุติการสนทนาเมื่อการเดินทางด้วยเท้าทั้งสองของเราได้มาถึงกึ่งกลางของเรือนพักของฉันและเรือนพักที่อยู่ในเงามืดข้างหน้า และเราพูดพร้อมๆกันว่าจะไปส่งกัน มันน่าขันที่คนสองคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ด้วยภารกิจทำให้ได้มาเจอกัน คนละบทบาทหน้าที่แต่งานเดียวกัน อะไรเป็นเหตุให้คนต้องชะตากัน และพร้อมที่จะแบ่งปันกันสายใยความผูกพันและพร้อมจะก้าวเดินไปบนถนแห่งปัญหาร่วมกัน ..และมันน่าขันที่เราต่างเดินออกไปจากบ้านพักของเราทั้งสอง และทิ้งบ้านพักของเราที่อยู่คนละทิศไว้ข้างหลัง เราย้อนเดินกลับมาหาที่พักเมื่อรู้ตัวว่าเราต่างเข้าใจผิดคิดว่าเราทั้งสองต่างกำลังเดินไปส่งอีกฝ่าย เวลาล่วงเลยเที่ยงคืน เรากลับรู้สึกมีพลังของความกระตือรือร้น และพร้อมโลดแล่นออกไป เสียงหัวเราะขำตัวเองดังขึ้น และต่างถามตัวเองว่า..นี่เราจริงใจกับงานนี้มากขนาดนี้เลยหรือ นัยว่าจะเป็นวาสนาที่ได้มารู้จักกันในค่ายสัมผัสรัก เมื่อสมควรแก่เวลา ฉันเดินไปส่งคุณหมอครึ่งทาง และคุณหมอกลับจะย้อนมาส่งฉัน คุณหมอพูดว่าลูกทุ่งค่ะไม่ต้องห่วงหมอเป็นลูกทุ่ง เด็กๆหมอเดินคนเดียวบ่อย เมื่อคุณหมอพูดฉันกลับรู้สึกหนาวนิดๆแม้จะบอกตัวเองว่าไม่มีวิญญาณใดมาทำร้ายคนทำดี ป่าทั้งป่าเงียบสนิท และมีเสียงนกเค้าแมวกู๊กรูในคอเบาๆ สารภาพในใจเลยว่าฉันกลัวน้อยๆนะ และกลัวงู สายตาของฉันไม่สามารถใช้งานได้ดีในคืนจันทร์เสี้ยว เสียงน้องหมอยังคงสดใส และเต็มไปด้วยความฝัน และท้ายที่สุดการสนทนายุติลงเมื่อฉันสัญญาว่าพรุ่งนี้เราจะคุยกันต่อเพื่อสานต่องานให้ถึงเป้าหมาย ฉันยืนส่งน้องหมอจนลับไปในความมืดและถอยก้าวมายืนที่มีแสงไฟ สายตาเพ่งฝ่าความมืด และจิตที่กำลังต่อสู้กับความมืดเงียบสนิทของบรรยากาศ พยายามไม่ให้ความคิดจรเกิดขึ้น และเมื่อไม่เห็นเงาร่างเล็กๆนั้นจิตบอกว่าคงถึงที่พักแล้ว จึงเดินกลับสู่เรือนพักซึ่งไม่ไกลกันมากนักถ้าเป็นเวลากลางวัน

อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ทุกคนหลับหมดแล้วไฟในห้องดับสนิทมีเพียงดวงไฟนอกเรือนพักที่ส่องสว่างมาที่เตียง ฉันนึกขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจเลือกมุมนอนได้เหมาะเจาะเพราะฉันต้องอ่านหนังสือก่อนนอกมิเช่นนั้นจะนอนไม่หลับ โชคดีแสงไฟนั้นพอมองเห็นตัวหนังสือ เมื่อหยิบหนังสือหลวงพ่อชาขึ้นมาอ่านได้ 3 หน้า หยุดอ่าน สมองโปร่งนำให้คิดเรื่องโจทย์ที่น้องหมอฝากไว้ การตัดสินใจจึงเกิดขึ้น รับรู้ว่าการเคลียร์งานและจัดสรรเวลาเพื่อการช่วยเหลือสังคมนั้นยังมีพื้นที่ว่าง วันนี้ตอนทานอาหารเจมื้อเย็นก็เผลอใจไปรับปากน้องพยาบาลท่านหนึ่งไว้ว่าได้เลย ทำโครงการเสร็จเมื่อไหร่โทรประสานมา  ปากมันไวกว่าความคิดก็เป็นเพราะใจอยากช่วยนั่นเอง สำหรับงานน้องหมอนี้จิตคิดลำดับงานตั้งแต่ก้าว 1 จนครบกระบวนการ มือบันทึกความคิดที่เกิดขึ้น แต่พอเช้ามาเปิดอ่านทบทวนเพื่อเขียนใหม่จึงเห็นรายมือเรานี้ใครมาอ่านก็อ่านไม่ออกแน่555

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)