อนุทิน #115775

พี่วั้นโทรมาเล่าความตื่นเต้นให้ฟังเมื่อคืนวานว่า ตัวเองแคล้วคลาดจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ถึงสามช่วงติดๆกัน เพียงเพราะรู้สึกแว้บขึ้นมาในใจว่าไม่ไปดีกว่า แล้วก็ไมได้ไปกับรถที่เกิดอุบัติเหตุทั้งสามช่วง ทุกคันคนขับไม่เจ็บมากนัก แต่รถโดนเยอะและผู้โดยสาร (ถ้ามี) น่าจะเจ็บหนัก ฟังลูกแล้วก็พลอยขนลุกตื่นเต้นไปด้วย คิดว่าลูกคงทำความดีไว้พอสมควรจนคุณความดีช่วยคุ้มครองให้พ้นภัย ขอให้แคล้วคลาดจากสิ่งร้ายๆได้เสมอนะครับ...

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (4)

คุณโอ๋ ให้พี่วั้นสวดมนต์บท คาถาพระมหามงกุฎพระพุทธเจ้า ด้วยสิคะ

ตัวเองเคยเดินหลงทาง เดินอย่างไรก็ไม่เห็นทาง ยืนนิ่งสักพัก สวดมนต์ เงยหน้าขึ้นมา เรายืนอยู่ที่ตึกที่ เราหาไม่เจออยู่แล้ว..ป้ายบอกชื่อมันเล็กมากจนมองไม่เห็นค่ะ

 

อย่างน้อยสวดมนต์แล้วมีความสงบ เกิดสมาธิ เกิดแจ่มใสค่ะ

วันนั้นรู้สึกสบายใจและดีใจที่เราไม่ตกใจจนเกินเหตุและเหมือนมีสิ่่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองค่ะ

ขอบคุณคุณหมอเล็กมากค่ะ ที่แนะนำ ตัวเราเองก็สวดมนต์ไม่เป็น ได้เฉพาะบทหลักๆที่ท่องได้จนขึ้นใจและพอจะรู้ความหมาย บทอื่นๆที่แปลไม่ออกยิ่งสวดไม่ได้ใหญ่เลยค่ะ เข้าไปอ่านลิงค์ที่คุณหมอเล็กเอามาฝากแล้ว ไม่แน่ใจว่า "จิต"ตัวเองจะเข้าถึงได้ เพราะเป็น"จิตอิสระ"มาตลอด สำหรับลูกๆก็ไม่เคยสอนเรื่องนี้ ให้เขามีอิสระในการเลือกเองว่าจะนับถือศรัทธาอะไร ขอเพียงให้เป็นคนดี มีสติรู้ตัวเวลาทำอะไรว่าดี ไม่ดี อย่างไรกับตัวเองและผู้อื่น

ขอเอาคาถาและถ้อยความจากลิงค์มาฝากไว้กลับมาทบทวนอีกทีที่นี่ด้วยนะคะ

เนื่องจากตอนนี้หลายๆคนถูกรบกวนจากเจ้ากรรนายเวรกัน มีหลายรูปแบบ ซึ่งก็ปรากฏว่า ได้ใช้คาถาบทนี้กันโดยอัตโนมัติและได้ผลคาถามี อยู่ว่า

"อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตัง พุทธปิติอิ"

ว่า 3 จบ 9 จบ สำหรับอานิสงค์ของคาถานี้เป็น คาถาครอบจักรวาล เรานำไปใช้ในทางกุศลได้ทุกๆเรื่อง 

คราวนี้ เรามาดูว่าเคล็ด ในการว่าคาถาบทนี้กัน
หลักในการว่า คาถาให้มีความศักดิ์สิทธิ์นั้น มีพื้นฐานจาก "จิต" เป็นสำคัญ 

หากจิตมีสมาธิสูง ตั้งมั่นคาถาก็ยิ่งทรงความศักดิ์สิทธิ์
ดังนั้นระหว่างที่ว่าคาถา ให้จับลมหายใจสบายพร้อมๆกับการภาวนาคาถาบทนี้
เป็นขั้นที่หนึ่ง

ระดับสูงกว่านี้ ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ท่านใช้คาถาบทนี้ 

โดยมีนิมิตรกำกับคาถา โดยทรงพุทธนิมิตรไว้ดังนี้ 

โดยตั้งกำลังใจว่า เราขอกราบอาราธณาบารมีพระพุทธเจ้าเสด็จประทับเหนือเศียรเกล้าของข้าพเจ้า เพื่อ.......ปกปักรักษาคุ้มครองข้าพเจ้าด้วยเทอญ 
จากนั้นทำตามได้เลย


"อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตัง พุทธปิติอิ"
เมื่อว่าคาถาจบ คาบที่หนึ่ง ก็กำหนดอาราธณาพุทธนิมิตรอยู่เบื้องหน้าของศีรษะของเรา และทรงพุทธนิมิตรนี้เอาไว้


"อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตัง พุทธปิติอิ"
ว่าคาถาจบที่สอง ก็กำหนดพุทธนิมิตรอีกพระองค์หนึ่ง อยู่เบื้องขวาของศีรษะของเรา และทรงพุทธนิมิตรทั้งหมดเอาไว้


"อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตัง พุทธปิติอิ"
ว่าคาถาจบที่สาม ก็กำนดพุทธนิมิตรอีกพระองค์อยู่ด้านหลังของศีรษะเราและทรงพุทธนิมิตรเอาไว้


"อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตัง พุทธปิติอิ"
ว่าคาถาจบที่สี่ ก็กำหนดพุทธนิมิตรอีกพระองค์ อยู่ด้านซ้ายและทรงพุทธนิมิตรเอาไว้


"อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตัง พุทธปิติอิ"
ว่าคาถาจบที่ห้า ก็กำหนด พุทธนิมิตรอีกพระองค์ อยู่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของศีรษะของเราและทรงพุทธนิมิตรเอาไว้


"อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตัง พุทธปิติอิ"
ว่าคาถาจบที่หก ก็กำหนดพุทธนิมิตรอีกพระองค์ อยู่ด้านตะวันออกเฉียงใต้ของศีรษะของเรา และทรงพุทธนิมิตรเอาไว้


"อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตัง พุทธปิติอิ"
ว่าคาถาจบที่เจ็ด ก็กำหนดพุทธนิมิตรอีกพระองค์ อยู่ด้านตะวันตกเฉียงใต้ของศีรษะของเรา และทรงพุทธนิมิตรเอาไว้


"อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตัง พุทธปิติอิ"
ว่าคาถาจบที่แปด ก็กำหนดพุทธนิมิตรอีกพระองค์อยู่ด้านตะวันตกเฉียงเหนือของศีรษะของเราและทรงพุทธนิมิตรเอาไว้ ทั้งแปดพระองค์เรียงวนรอบศีรษะของเรา


"อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตัง พุทธปิติอิ"
ว่าคาถาจบที่เก้า กำหนดพุทธนิมิตรพระพุทธเจ้าองค์ใหญ่เสด็จประทับกึ่งกลางศีรษะเป็นยอดมงกุฏ เปร่งประกายพรึกทุกๆพระองค์เป็น มงกุฏเพชรพระพุทธเจ้าทั้งเก้าพระองค์ บนเศียรเกล้าของเรา


เมื่อทำได้แล้ว จะเข้าใจได้ทันทีว่าคาถานี้ทำไมจึงมีชื่อว่า คาถามงกุฏพระพุทธเจ้า 

และให้ทรง มงกุฏพระพุทธเจ้านี้เอาไว้ตลอดเวลา เป็นการทรงอารมณ์ในพุทธานุสติกรรมฐาน 

คุณโอ๋ คะ

 

เมื่อหมอเล็กสวดมนต์หรือท่องบทนี้สักพัก ลองสังเกตดู เห็นว่า

คำแต่ละคำมี การเรียงคำเป็นระบบ series และเมื่อมีการนำคำจากท้ายบรรทัดมากลับตำแหน่งกัน จะได้บทหรือ บรรทัดต่อไป

และเมื่อนำมาเรียง ใหม่อีก ได้บรรทัดต่อไปอีก

กลับตำแหน่งอีกครั้ง

ได้บรรทัดถัดไปอีก

....

 

ลองดูนะคะ

 

แล้วพระคาถาก็จะวนกลับมาที่ประโยคตั้งต้นอีกที

 

เช่น บรรทัดแรก

๑ อิติปิโส วิเสเสอิ

๒ อิเสเส พุทธะ นาเมอิ

(อิเสเส มาจาก ท้ายวรรคของ บรรทัดที่หนึ่ง)

ต่อมา

๓ อิเมนา พุทธะ ตังโสอิ

(อิเมนา มาจาก ท้ายวรรคของ บรรทัดที่สอง)

๔ อิโสตัง พุทธปิติอิ

(อิโสตัง มาจาก ท้ายวรรคบรรทัดที่สาม)

 

....

 

คงพอเห็นนะคะ

 

ตัวเองจึงคิดว่า ทำให้เกิดการตั้งหรือดึงจิต ให้เข้าสู่ภาวะ สงบ ได้เร็ว หรือง่ายขึ้น

แล้วถัดจากนั้นแล้วแต่บุคคลว่าจะลงสมาธิได้เพียงไหนน่ะค่ะ

 

มีอีกนิดหนึ่ง คือ การตั้งจิตอัญเชิญพระคาถาให้คุ้มครองป้องภัยรอบทิศตัวผู้สวด

จะเรียงเป็น series เช่นกันค่ะจนครบแปดทิศ ค่ะ

 

ค่อย ๆ คิดตามน่าจะพอเห็นภาพนะคะ

 

 

 

 

เป็นอุบายที่แยบยลมากๆเลยนะคะ คุณหมอเล็ก ยอดเยี่ยมจริงๆ