อนุทิน #115350

เช้าวันนี้ หลังทำกิจกรรมMeditatin แบบเคลื่อนไหวจบลง การวัดความดันเริ่มขึ้น เราจึงพบว่าจำนวนผู้ป่วยทั้งหมดวันนี้ 15 ท่าน รวมญาติ และลูกเล็ก 8 ขวบเข้าไปด้วยเป็น 17 มี 2 ท่านที่ขณะปฏิบัติกิจกรรมมีอาการเรอออกมาดังมาก ผู้ป่วยหญิงรายหนึ่งมือเท้าเกร็งตั้งแต่เข้ามาในห้องครั้งแรก มีอาการมือไม้สั่น แต่จิตใจนิ่งสงบมาก จึงเลือกนั่งแทรกเธอและผู้ป่วยชายวัย 75 ปี เพื่อทไกจกรรมสัมผัสมือและถ่ายโอนความรู้สึกผ่นมือทั้งสองข้าง จึงรู้ว่ามือของผู้ป่วยหญิงนั้นมีอาการเกร็งตลอดเวลา จึงจับเธอเพียงเบาๆ และกระตุกความคิดของเธอด้วยการบีบมือเธอเบาๆ เป็นระยะๆ หลังกิจกรรมเธอมายอมือไหว้ และกล่าวขอบคุณ เธอบอกว่าเธอรับรู้ได้ถึงไมตรีจิต และเกิดความรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก จึงพูดล้อเธอว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวไปหาคุณหมอแล้วเล่าให้คุณหมอฟังนะ คุณหมอจะยินดีมากเลย เธอรับปากด้วยใบหน้าอิ่มเอม อีกรายเป็นชายวัย 70 ใกล้เคียงกันมากแขนซ้าย และขาขวาไม่ทำงาน ไม่สามารถขยับได้พ้นจากหัวเข่า เมื่อเสร็จกิจกรรมวัดความดันหลังแล้วจึงทำกัวซาให้ที่ฝ่าเท้า น่อง และนวดหัวใจให้ ก่อนไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษา แกหันมาบอกว่าผมรู้สึกขามีชีวิตขึ้นมาบ้างแล้ว และเมื่อหมอรักษาแล้วจะขอกลับมาที่ห้องมิตรภาพอีกครั้งได้ไหม ฉํนรู้สึกยินดีมากๆเลยรู้ไหม คนไข้อีกรายล้วงกระเป๋าแล้วยัดแบ๊งค์ร้อยใส่มือฉัน 2 ใบ ฉันรีบคืนและบอกว่าขอโทษค่ะ ฉันไม่รับเงินคะ แต่ผู้ป่วยก็ยังยืนยัน โดยพูดว่าจะไม่สบายใจเลย และจะไม่หายแน่เพราะมีความรู้สึกว่าไม่ได้จ่ายค่าครู หุ หุ ความเชื่อแต่โบราณนั้นสะท้อนให้เห็นว่า การนำความศรัทธามาใช้เพื่อให้ผู้ป่วยมีกำลังใจในการรักษา ดูแลตนเองเมื่อกลับไปบ้านนั้น น่าจะเป็นประโยชน์ แต่เราต้องไตร่ตรองให้รอบคอบ และควรได้มีการแลกเปลี่ยนข้อคิด หาข็อสรุปให้ได้ถึงผลที่เกิดขึ้น เงินที่ได้รับฉันแจ้งให้ผู้ป่วยทราบว่าฉันขออนุญาตนำเข้ากองทุนจิตอาสามิตรภาพบำบัดจะได้ไหม ผู้ป่วยบอกว่าได้ค่ะ วันนี้เงินกองทุนจิตอาสามิตรภาพบำบัดจึงเพิ่มขึ้นมาอีก 200 บาท สาธุ อนุโมทนา

เขียน:

ความเห็น (0)