อนุทิน #114135

"อาหารเพื่อสุขภาพ" หรือ "อาหารสุขภาพ" อันไหนถูกไวยากรณ์ภาษาไทยคะ ? วันนี้ ได้รับคำแนะนำอันเป็นประโยชน์ยิ่งจากอาจารย์จัน ว่าการใส่ keyword หรือ tag ของชุมชนนักปฎิบัติ ควรใช้คำที่รู้จักกันทั่วไป เพราะเป็นคำใช้ค้นหาข้อมูล..ต้องขอบคุณมาที่นี้คะ..

ทีนี้มีปัญหาเล็กน้อย ตรงควรใส่ "เพื่อ" หรือเปล่า. เข้าใจว่าถ้าใส่ ก็น่าจะถูกไวยากรณ์ (อาจารย์ ธ วั ช ชั ย ช่วยหน่อยได้ไหมคะ).

แต่ถ้าไม่ใส่ก็สั้นดี อาจเป็นคำที่คนใช้ค้นหาเจอง่ายกว่า (หรือเปล่า)

...

ขอบคุณคะ

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (7)

อาหารเพื่อสุขภาพ..ถูกหลักภาษาไทยกว่า..เราควรรณรงค์การใช้ภาษาที่ดีนะคะ

อาหารเพื่อสุขภาพ ก็ใช้กันเยอะนะครับ น่าจะเข้าใจง่าย ยาวกว่านิดหน่อย แต่ไม่ต้องตีความอีก

"อาหารเพื่อสุขภาพ" ค่ะ

ขอบคุณมากคะ ถ้าอย่างนั้น จะรับไปปฎิบัติทันที "อาหารเพื่อสุขภาพ" คะ :))

...

อนุทิน ระดมพล
ทุกแห่งหน มาที่นี่
ภาษาไทย เขียนให้ดี
เพิ่มภูมิมี ที่ปัญญา

...

ว้าว ว้าว ว้าว

แอบมาอ่าน เพื่อนำไปปฏิบัติตามครับ 555

แอบมาแปะการบ้านค่ะ อาจารย์ นานเท่าไหร่ก็จะรอ :)))

คุยกับอาจารย์หมอปัทมาค้างไว้หลายเรื่องนะคะ

ว่าด้วยเรื่อง..."การเขียนเพื่อเยียวยา"ตนเองนะคะ

แปะที่นี่เพราะสอดคล้องกับ ความเห็นของอ.วัสมุมหนึ่งพอดีค่ะ (ท้ายๆนะคะ)

"อนุทิน ระดมพล
ทุกแห่งหน มาที่นี่
ภาษาไทย เขียนให้ดี
เพิ่มภูมิมี ที่ปัญญา"


ดูเหมือนอาจารย์ศิลาจะงานเยอะงานยุ่งไม่แพ้อาจารย์หมอเช่นกัน

แต่เห็นว่า อาจารย์หมอรับรู้ความเป็นมาของอา...เอ๊ย ของTawandin มาตลอด ;)

มาขึ้นเขียง ชำแหละตัวตนที่นี่ดูจะเร็วดี เรื้อรังนานไป รักษายากเนาะ

เริ่ม... นำแท่งก้อนชีวิตมาแล้วหละนะ

ฝ่าด่านความกลัวชนิดที่... อุ้มประคองตัวตนมาสุดชีวิต !

มิเคยกล้าคบคุ้น พูดคุยรับแขกบ้านแขกเมือง มาตลอดช่วงชีวิต

กลัวพูดผิด วางตัวไม่ถูก กลัวไปหมด กับเด็กนักเรียนก็ไม่กล้ารับผิดชอบ

ออกไปขายของ กว่าจะกล้าอยู่หน้าร้าน ไข้ขึ้นหลายรอบ แทบบ้า จริงๆนะ

ปัญหางาน... พอมาพบอาจารย์หมอป. กว่าอาจารย์หมอจะประคับประคอง

ให้คุ้นเคยกับพื้นที่ได้... ใช้เวลาและพลังงานมิใช่น้อย

แม้เกรงใจ แต่เชื่อลึกๆว่าถ้าเรา "เยียวยาอาการเรื้อรัง" ตนเองได้

มันจะกลายเป็นทุน เป็นวิชาว่าด้วยจิต... ติดชีวิตเป็น "ทุนทางสังคม"

...แม้จับต้องไม่ได้แต่มันเป็นพลังงาน ย่อมสังเคราะห์กรรมอันเป็นคุณเป็นค่าเป็นสากลแน่ๆ


ผ่านด่านต้น ว่าด้วย...ความเกียจคร้าน ติดสบาย ไม่อยากใช้สมองด้วยการใช้ทั้งสมถะและวิปัสสนา

สมถะนั้นอาศัยแรงศรัทธาต่อความรัก ความเข้าใจ ความจริงใจ ความใส่ใจให้กำลังใจในสิ่งเล็กๆของอ.หมอ มาตลอดพร้อมกับอาจารย์โอ๋ คุณอุ้ม ถาวรฯลฯ

ขึ้นมาชั้นประถม...ฉันทราคะ แลบเลียยินดี ผลกระทบแยะ

เพราะประสาซื่อ(ตระกูลโมหะตัวจริง) หยิบฉวยโน่นนี่ติดมือมาตลอด ไม่คิดว่า นั่นคือความไม่ชอบธรรม

ต่อม.ต้น ณ ขณะนี้...โลกธรรม มะรุมมะตุ้ม อย่าเพิ่งไปพูดถึงระดับสูง อัตตา...

ความภาคภูมิใจ ความสำคัญตนนั้น...โอววว ยังอีกไกลโข รากยังอยู่ลึก

ขอแค่กล้าที่จะดู รูปรอยลำต้น กิ่งก้าน มันก่อตัวเต็มๆตาหรือไม่... ขี้ขลาดจะตาย

ไม่เช่นนั้น อายุปูนนี้ ไม่ "บอนไซ พลังงานชีวิต" จนวิบากมากระแทก(ถีบ)จริงๆ


ต่อหละนะ... รูปธรรม ยังเป็นปัญหาด้านการประมวลผลระบบการทำงานของสมอง

รบกวนอาจารย์หมอช่วยตรวจ "สแกน" บันทึกนี้ ด้วยนะคะ

ตนเองแค่รู้สึกอยู่ลึกๆว่า "ภาษาไทยเรายังไม่ผ่านนะ"

เรียงความ หัวเรื่อง เนื้อเรื่อง ภาษา ภาพ ยังโยงสะเปะสะปะ เกะกะไปหมด

รบกวนอาจารย์ศิลาไปตรวจว่า จะขอใช้็ Happy Ba พอไหวไหม

โอ้... ไข้จะขึ้น กุมทั้งขมับ กุมทั้งหัว เมื่อท่านนำไปเป็นบันทึกแนะนำตัว

สต๊าฟไว้ จะลบ แบ่งเป็นสองบันทึก สองเรื่องก็ไม่ทราบจะทำอย่างไร

รู้สึกเหนียมสุดๆ เพียรเปลี่ยนชื่อสมุดก็เปลี่ยนไม่ได้ เห็นได้แว้บๆ อ้าวกลับชื่อเดิมอีก


รู้สึกแย่จริงๆนะ บันทึกแรกๆ เคยอ่านให้เพื่อนๆที่ทำงานฟัง (ที่เคยเล่าว่า ได้บทเรียนว่าด้วย จ้า จ้า จ้า อะนะ)

ขอความเห็น เห็นดีด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ พอเผยแพร่สักพัก มีคนฝากบอก

"มันเสียหายนะ" ไอ้ย้า... รีบลบทันที

"เอ๊... ถ้ารู้สึกว่า มันจะมีผลกระทบ ทำไมหนอ ไม่มีใครบอกเราตรงๆ"

"อ้อ...กลัวเสียกำลังใจ"... "เฮ่ย ปล่อยกันไปแบบนั้น มันเสียยิ่งกว่ากำลังใจนะ"

มันกระทบส่วนอื่นด้วย...ก็ได้เรียนรู้แค่ว่า ถ้าเป็นเรา เราจะทำอย่างไร


ถ้าเป็นกรรมที่บกพร่องผิดพลาดโดยอารมณ์หยาบๆ จะรู้สึกตัวไม่ยาก

แพ้ก็รู้ว่าแพ้ ยังแก้ไม่ไหว ก็เสวยวิบาก จะหนักจะเบาก็รับไป

แต่ถ้าเป็น ความไม่สมประกอบทางด้านทักษะ เราต้องการฟังคำชี้แนะตรงๆนะ


การวิเคราะห์พร้อมเสนอแนะวิธีการจัดการกับปัญหาตนเองของอาจารย์หมอนั้น

มีการ "ซอยขั้นตอน"พร้อม ทั้งศรัทธา(สมถะ) และปัญญา(วิปัสสนา)

ถ้าปัญญายังหยั่ง... ทะลวงยังไม่ถึงที่สุดก็...เก็บหอมรอมริบกำลังส่วนอื่นไปก่อน


กำลัง..คือทุนสะสมด้านการใช้กำลังสมอง มีน้อย จึงต้องไปช้าๆ

รบกวนอีกข้อใหญ่ๆนะคะ ถ้าเป็นอาจารย์ จะบันทึกอดีตโยงมาปัจจุบัน และสะท้อนถึงอนาคตไกลๆอย่างไร?

หรือ.. เห็นว่าไม่จำเป็นต้อง "ดึงอดีต และเบิกอนาคต" มาใช้ประกอบให้รุ่มร่าม รกเรื้อ (หาภาษามาใช้ไม่เป็นจริงๆค่ะ)


หมายเหตุ : บทเรียนสำคัญของปัจจุบัน คือเผชิญอารมณ์ของความติดสบาย

ความไม่อยากรับรู้ รับผิดชอบอะไรใครให้ต้องใช้สมอง ใช้ใจไปทำความเข้าใจโน่นนี่

อยู่กับผู้ใหญ่ เราเอาแต่ใจ...ได้ อยู่กับเพื่อน เรามีเหตุผล แต่อยู่กับผู้อายุยาว

ต้องอย่างหนึ่ง กับเด็ก ต้องฝึกฟังอย่างหนึ่ง สรุปว่า เพียงเพียรอย่างต่อเนื่อง

ก็ยังต้องเข็นกับความติดสบายอยู่ไม่น้อย ใช้อนาคตมาดึง ใช้อดีตมาดัน

มันถูกเรื่องหรือเปล่าหนอ รบกวนอาจารย์หมอชี้แนะด้วยนะคะ ยาวจังเลยเนอะ

ขอบคุณมากค่ะ