อนุทิน #113671

นึกถึงวัยเด็กฉันได้เล่นกับธรรมชาติรอบๆตัว ไม่ว่าจะเป็นขนมครกทราย วุ้นใบไม้ เมล็ดกระถิน เปลือกลูกเหนียง ลูกยางในหมากหลุมที่พ่อให้เพื่อนบ้านขุดท่อนไม้ให้เล่น เปลือกมะพร้าวปักธงสีแข่งกันวางลงในน้ำที่ท่วมขึ้นมาจากฝนแล้วไม่นานเมื่อฝนซา น้ำก็ลดลงทิ้งไว้เพียงผืนดินชื้นและแฉะบางที ได้เล่นสนุกกับการหยอดน้ำให้กลิ้งบนใบบอน พอโตจนเรียนหนังสือฉันจึงเห็นภาพจากความคิดจากประสบการณ์จริงที่ได้เห็นของน้ำกลอกกลิ้งบนใบบอนคนยุคใหม่หลายคนไม่เคยเห็นน้ำที่กลิ้งบนใบบอน เมื่อเรียนวิชาภาษาไทย จึงไม่ช่วยให้เข้าใจได้ง่ายเพราะขาดประสบการณ์เดิม ความรู้เดิมมาเชื่อมให้เข้าใจ ต้องไปเรียนพิเศษกัน

 

ฉันเจอต้นครอบฟันสีแล้ว ที่แท้มันเป็นไม้ริมทางที่ฉันเคยเด็ดดอกของมันมาจุ่มสีเพื่อทำลายผ้ากันเปื้อน ที่คุณครูสอนศิลปะให้ทำ และคุณครูสอนคหกรรมให้นำผ้ามาทำผ้ากันเปื้อน แม่ของฉันแนะนำว่าให้นำผ้าที่เรียนศิลปะมาเรียนตัดเย็บผ้ากันเปื้อน ผ้ากันเปื้อนของฉันจึงสวยเก๋แปลกตากว่าของเพื่อนที่แม่เขาซื้อผ้าผืนใหม่ให้ นี่แม่ของฉันเข้าใจการใช้วัสดุอย่างประหยัด และเห็นคุณค่างานศิลปะของฉันแน่เลย การเรียนวิชาคหกรรมสมัยนั้นคุณครูจะสอนให้รู้จักการเนาผ้า การสอยผ้า และการชุนผ้า

 

ฉันจำได้ว่าครั้งแรกที่ฉันได้ค่าชุนผ้าเมื่อปี 2513 นั้นเป็นเงินมากถึง 30 บาทต่อ 1แผล และต่อมางานชุนของฉันได้เพิ่มมูลค่าด้วยฝีมือการชุนที่ดีขึ้นเป็นแผลละ 50 บาท ด้วยลูกค้าของคุณอาล้วนเป็นคนมีเงินก็ว่าได้ พวกเขายอมจ่ายค่าชุนกางเกง เสื้อนอก และชุดราตรีในราคาที่ฉันรู้สึกว่าเยอะมาก ฉันรู้สึกเสียดายที่ฉันไม่ได้ถ่ายทอดวิชานี้ให้ใครไว้ เนื่องเพราะเสื้อผ้าสมัยนี้ผู้คนใช้ไม่กี่ครั้งก็เลิกใส่ พวกเขาบอกว่ามันล้าสมัย อีกทั้งเนื้อผ้าสมัยนี้ไม่ได้เป็นพวกผ้าเนื้อฝ้าย เนื้อไหม เนื้อที่ทำมาจากธรรมชาติ ส่วนมากเป็นเนื้อผ้าใยสังเคราะห์ซึ่งทำให้ไม่สามารถดึงเส้นด้ายชายผ้าออกมาใช้งานได้เหมือนผ้าที่ทอมือและทำมาจากธรรมชาติ งานชุนก็ดูเหมือนจะหายไป

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)