อนุทิน #113271

  วันนี้มาโรงเรียนแต่เช้าตรู่ หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือยังไม่ได้กลับบ้าน เพราะว่าเมื่อวานนี้เป็นเวรกลางคืนของตนเอง บรรยากาศฝนตกพรำๆ ต้นไม้เขียวครึ้ม เสียงนกเสียงกาขับบรรเลง ต้อนรับนักเรียนสู่อีกวันแห่งการศึกษาที่ไม่รู้จักจบสิ้น

   ฝนตกแบบนี้แหละดีแล้ว ชาวนาและเกษตรกรจะได้มีต้นทุนในชีวิตการทำงาน มีข้าว มีผลผลิต และมีเงินเพื่อนำมาใช้สอยในครัวเรือน และส่งเสียลูกๆเรียนต่อ สำหรับอากาศแบบนี้คงเหมาะแล้วสำหรับการปลูกต้นไม้

   ตอนนี้ให้เด็กทั้ง ม. 5 และ6 ที่เรียนกับเราช่วยกันปลูกกล้วยคนละ 2-3 ต้น เพื่อเตรียมรองรับกับการกลับมาของยางนา เจ้าแห่งป่าที่เคยหลงเหลือซากไว้ให้ดูแค่ต่างหน้า หรืออาจกลายเป็นหน้าต่างไปแล้ว ยางนาที่จะนำมาปลูกประมาณ 200 ต้น ตามชายป่าชุมชนที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ของโรงเรียนราว 80 ไร่ ไกลจนเดินหอบทีเดียว

   ป่านี้ชื่อว่าป่าโคกเหล่าบ้านดู่ เป็นป่าของชุมชนขนานแท้ อาหาร ยารักษาโรค และที่เลี้ยงปศุสัตว์ ช่วงนี้เป็นฤดูกาลแห่งการล่าเห็ดที่บานสะพรั่ง ชนิดที่เดินไปเดินมาก็อาจจะได้อาหารเย็นแบบไม่ทันรู้ตัวเลยก็ว่าได้

   เห็ดในป่านี้เลี้ยงดูอุ้มชูคนมานักต่อนักแล้ว หน้าแล้งก็แหย่ไข่มดแดง อาหารเยอะแยะ พานักเรียนปลูกนั่น นี่ โน่น จนเด็กมันบ่น (จ๊ากว่าอาจารย์ให่ปลูกหยังบุ)

   การปลูกยางนามีข้อดีหลายอย่าง เช่น เป็นที่อยู่ของเหล่านกกา สรรพสัตว์  ที่สำคัญยางนามีเอกโตไมคอไรซาด้วย เป็นเห็ดหลายอย่าง เช่น เห็ดเผาะ หรือเห็ดถอบ เห็ดตะไค เห็ดสารพัดที่จะขึ้นใต้พืชตระกูลยาง ที่สำคัญมันตัดไม่ได้ ต้องขออนุญาตจากทางการก่อน เพราะผิดกฎหมาย นั่นแหละดีพวกเห็นแต่ได้มีแต่จะเอาๆ ไม่เคยให้

   ปลูกไปเถอะน่าต้นไม้ไม่ตายก็ปลูกต่อไป อากาศดี สุขภาพดี อาหารการกินก็หลากหลายดี และช่วยดึงคาร์บอนในอากาศ มาสู่ใบ ดอก ต้น พืช ลดภาวะโลกร้อนได้อีกทางหนึ่ง

    ที่สำคัญอย่างยิ่งก็เป็นตัวอย่างที่ดีแก่นักเรียนอื่นๆ และปลูกจิตสำนึกต่อการรักษ์ธรรมชาติอีกทางหนึ่งด้วย

                               

                            ที่มาของภาพ : isc.pukpik.com

                            ปล. ก่อนหลับตาลืมโลกอยากเห็นมันโตเท่านี้ก็พอแล้ว

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)