อนุทิน #113237

การอยู่ร่วมกันของคนต่างศาสนาโดยไม่เกิดความขัดแย้ง

                ความเข้าใจซึ่งกันและกันเป็นสิ่งสำคัญ บ่อยครั้งที่ผมเห็นนิสัยคนไทยที่ชอบดูถูกสิ่งที่ตนเองไม่คุ้นเคย หรือมองเป็นเรื่องแปลกประหลาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศาสนา เชื้อชาติ หรือเรื่องอื่น ๆ จนทำให้คนต่างศาสนาบางคน เหมารวมว่าคนพุทธ(คนไทยส่วนใหญ่) ทำไมมีนิสัยชอบนินทา ส่อเสียด ล้อเลียน ผู้อื่นทั้งที่คนไทยส่วนมากที่อ้างว่าตัวเองนับถือพุทธ ยังไม่รู้เรื่องศาสนาตัวเองดีด้วยซ้ำ ไม่เรียนรู้ให้ถ่องแท้และชัดเจนว่าการเป็นคนดีที่ศาสนาตัวเองสอนควรทำเช่นไร ทั้งที่การเบียดเบียนผู้อื่นด้วยวาจานั้นก็นับว่าผิดศีลข้อ มุสาฯ แล้ว ในขณะที่คนต่างศาสนิก อื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่น อิสลาม เท่าที่ผมได้สัมผัสมา พวกเขามีความมั่นคงชัดเจนในการปฏิบัติตนเอ็งตามหลักการอิสลามมาก การดูถูกผู้อื่น การพูดไร้สาระ เป็นข้อห้าม  หรือกรณีที่คนไทยชอบเรียกคนที่นับถืออิสลามว่าเป็นแขก ทั้งที่ศาสนาพุทธก็กำเนิดในชมพูทวีป ศาสนาทุกสาสนาไม่ใช่ของชนชาติใด แต่เป็นศาสนาของประชาติทุกคนบนโลก 

                ผมคิดว่าปัญหาที่สำคัญ คือนิสัยของคนไทยที่ไม่ค่อยอยากเรียนรู้ทำความเข้าใจผู้อื่นหรือแม้แต่ตนเองให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง หากคนเรารู้จักทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน เราจะเข้าใจหัวอกของกันและกันไม่ทำสิ่งที่จะทำร้ายจิตใจผู้อื่น และในสิ่งที่เราไม่รู้ยังไม่ได้ศึกษาให้เข้าใจอย่างชัดเจนก็ไม่ควรนำมาพูดหรือแสดงออกตามพื้นฐานความเข้าใจแบบผิวเผินที่เรารู้ หรือไม่ก็ต้องสร้างนิสัยของการเป็นคนที่ชอบศึกษาอยากเข้าใจอยากสัมผัสอยากรู้แบบจริงจัง

                การเข้าใจตัวเองก็น่าจะช่วยได้เยอะถึงแม้เราจะเข้าใจผู้อื่นไม่ได้หมดแต่หาก ต่างฝ่ายต่างศึกษาและปฏิบัติตามหลักของศาสนาตัวเองอย่างถูกต้อง ให้คนที่ต่างศาสนิกกันได้เห็นความดีงามกันและกัน ผมว่าแค่นี้โลกก็น่าอยู่แล้วครับ

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (2)

นิสัยของคนไทยที่ไม่ค่อยอยากเรียนรู้ทำความเข้าใจผู้อื่นหรือแม้แต่ตนเองให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง ... เป็นข้อสังเกตที่น่าสนใจคะ เป็นไปได้ไหมว่า "ความเชื่อ" เป็นการกดข่มการฟังอย่างถ่องแท้ และแม้แต่จะพิจารณาความรู้สึกของตนเอง

ผมเองเชื่ออะไรไม่ค่อยง่าย แต่ก่อนก็เสพข่าวสารที่โจมตีโลกอิสลามเยอะ จนเคยมีความคิดแง่ลบกับอิสลามเหมือนคนทั่วไป และเมื่อไม่ชอบจึงอยากรู้ว่าแท้จริงเค้าเป็นอย่างไร จึงศึกษา แรก ๆ ก็ด้วยอคติ แต่พอศึกษาไปเรื่อย ๆ จึงเข้าใจหลาย ๆ อย่างในศาสนานี้ แล้วรู้สึกว่าไอ้ที่คนพูดกันมานี่ไม่รู้เรื่องอะไรกันเลยแล้วไปว่าเค้า

ยกตัวอย่างเช่น "อิสลามมีเมียเยอะ" ทั้งที่แท้จริง การอนุญาตให้มีได้แค่ สี่คนเท่านั้นเป็นเงื่อนไขของการจำกัด ในโลกยุคโบราณ ชายมักจะมีภรรยาหลายคน ยกตัวอย่างท่านเจ้าคุณของคนไทยมีเป็นสิบ ๆ คน และส่วนมากชายอิสลามที่มีภรรยาเกิน 1 คนก็เป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมาก ของมุสลิมทั้งโลก เพราะยังมีเงื่อนไขรายละเอียดในการที่จะมีภรรยาเกินหนึ่งคน มีแล้วสามีต้องทำตามหน้าที่ ที่อิสลามกำหนดได้ ดูแล ภรรยาได้ ไม่เอาเปรียบ