อนุทิน #112798

    วราภรณ์  ไม้สนธิ์ (2553 : บทคัดย่อ) ได้ศึกษาการพัฒนาการทำงานเป็นทีมของพนักงานผู้ปฏิบัติงานในองค์การบริหารส่วนตำบลพบพระ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก  พบว่า พนักงานผู้ปฏิบัติงาน ไม่สามารถรับผิดชอบต่อบทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย พนักงานผู้ปฏิบัติงานไม่ยอมรับในหัวหน้าคณะทำงานและทีมงาน พนักงานขาดความกระตือรือร้นที่จะทำงานร่วมกับทีมงานใหม่ที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการร่วมกัน    เกิดความขัดแย้งในทีมงาน พนักงานผู้ปฏิบัติงานไม่สามารถแลกเปลี่ยนความคิดกันอย่างเปิดเผย ไม่มีความเชื่อมั่นและไว้วางใจในทีมงาน ไม่ยอมรับในศักยภาพและความสามารถของเพื่อนร่วมงาน ว่าจะทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมายและช่วยเหลืองานของตนได้ มีความขัดแย้งทางด้านความคิด การตัดสินใจร่วมกันยังมีน้อย ส่วนใหญ่จะให้หัวหน้าคณะทำงานเป็นผู้นำในการตัดสินใจ ขาดการใช้ข้อมูล  ในการประกอบการตัดสินใจในทีมงาน ทำให้ทีมงานขาดความเชื่อมั่นและไม่ให้ความร่วมมือในการทำ กิจกรรม/โครงการ แนวทางการพัฒนาการทำงานเป็นทีมของพนักงานผู้ปฏิบัติงานในองค์การบริหารส่วนตำบลพบพระ ต้องมีการจัดประชุมรูปแบบต่าง ๆ เช่น ประชุมกลุ่มใหญ่ กลุ่มย่อย ประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อให้พนักงานผู้ปฏิบัติงานทุกคนทราบวัตถุประสงค์ร่วมกัน มีการจัดแบ่งกิจกรรมให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์   มีการประชุมชี้แจงให้พนักงานผู้ปฏิบัติงานทุกคนทราบขอบเขตของบทบาทและหน้าที่ของแต่ละคนให้เข้าใจและยอมรับความแตกต่างซึ่งกันและกัน มีการจัดฝึกอบรมพัฒนางานให้แก่พนักงานผู้ปฏิบัติงาน  เพื่อผู้ปฏิบัติงานได้มีความรู้ ความเข้าใจและมองงานในลักษณะทั้งระบบ มิใช่มองเฉพาะงานส่วนใดส่วนหนึ่ง  มีการจัดกิจกรรมนิเทศภายในหน่วยงาน เช่น การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน การสร้างขวัญและกำลังใจ  เพื่อพัฒนาทักษะในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน มีการจัดสัมมนาเพื่อให้พนักงานผู้ปฏิบัติงานได้แสดงความคิดเห็น มีการอภิปรายถกเถียงในหลักการและเหตุผลของตน พร้อมทั้งใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ซึ่งจะทำให้พนักงานผู้ปฏิบัติงานให้ความร่วมมือและเต็มใจทำงานร่วมกันเป็นอย่างดี
                ธนิตรานันท์  พรรณสวัสดิ์ (2554 : บทคัดย่อ) ได้ศึกษาการทำงานเป็นทีมขององค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี พบว่า รูปแบบการทำงานเป็นทีม ขององค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี มี 5) ด้าน ดังนี้ 1) ด้านภาวะผู้นำ 2) ด้านการกำหนดบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ 3) ด้านการสร้างบรรยากาศของการทำงาน 4) ด้านการประชุมและร่วมประเมินผล และ 5) ด้านแรงจูงใจ มีรูปแบบการทำงานเป็นทีม ทั้ง 2 ประเภท คือ ลักษณะทีมงานที่มีประสิทธิภาพ  และลักษณะทีมงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ
        แนวทางในการการพัฒนาการทำงานเป็นทีม คือ 1) ด้านภาวะผู้นำ การฝึกให้ผู้นำได้คิดริเริ่มสร้างสรรค์ กิจกรรม เป้าหมาย ต่าง ๆ เพื่อเป็นจุดมุ่งหมายของสมาชิกภายในองค์กร การสร้างจิตสำนึกของการเป็นผู้นำที่ดี  2) ด้านการกำหนดบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบสมาชิกในองค์กรต้องทำข้อตกลงร่วมกันล่วงหน้าเกี่ยวกับการรับผิดชอบผลงานที่จะเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานของทีมงาน และควรจัดให้มีองค์กรแห่งการเรียนรู้เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันภายในสมาชิกในองค์กร 3) ด้านการสร้างบรรยากาศของการทำงาน ขจัดการแข่งขันการทำงานภายในทีม โดยให้ทุกคนในทีมงานได้มีส่วนร่วมกับตำแหน่งต่าง ๆ เช่น หัวหน้าทีมโครงการ หรือหัวหน้าทีมตรวจสอบทีม ก่อให้เกิดความเท่าเทียมกันภายในองค์กร  4) ด้านการประชุมและร่วมประเมินผล ควรร่วมประชุมปรึกษาหารือร่วมกันเพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ของการทำงานภายหลังการปฏิบัติงานเสร็จสิ้น และการประชุมปรึกษาหารือร่วมกันเพื่อรายงานผลความก้าวหน้า ปัญหา และ อุปสรรคของการทำงานที่ผ่านมาในทีมอย่างเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่อง และ 5) ด้านแรงจูงใจผู้บริหารต้องเป็นบุคคลที่มีความยุติธรรม ตัดสินงานจากผลของงานที่เกิดขึ้นจริง จะลดการเกิดความขัดแย้งกันขึ้นภายในทีมงานได้
                อับดุลเสาะห์  วาเต๊ะ (2554 : บทคัดย่อ) ได้ศึกษาการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานเป็นทีมขององค์การบริหารส่วนตำบลจวบ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส พบว่า สภาพปัญหาและอุปสรรคในการทำงานเป็นทีมขององค์การบริหารส่วนตำบลจวบ คือ บุคลากรยังไม่เข้าใจในด้านการมอบหมายงานตามบทบาทหน้าที่ ยังมีความขัดแย้งทางด้านความคิดแต่ไม่กล้าแสดงออก ขาดการสื่อสารกันอย่างเปิดเผย  ขาดการใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจในทีมงาน ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นกลัวผลกระทบต่อตนเอง เนื่องจากองค์กรขาดการชี้แจง ระบบการทำงานร่วมกัน และการประชาสัมพันธ์ยังขาดประสิทธิภาพ ไม่ทั่วถึง  แนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงานเป็นทีมขององค์การบริหารส่วนตำบลจวบ คือ องค์การควร ตอบแทนพนักงานที่ตั้งใจปฏิบัติงาน มอบหมายงานและภารกิจต่าง ๆ ให้พนักงานปฏิบัติงานอย่างสุดความสามารถ ควรให้การยอมรับนับถือกันระหว่างสมาชิกในทีม ควรมีระบบการสื่อสารที่พนักงานทุกคนยอมรับ มีการสื่อสารหลายช่องทาง และเน้นการสื่อสารที่เข้าใจง่ายไม่ทำให้เกิดความคลุมเครือ ควรชี้แจงข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น และพิจารณาพูดคุยความขัดแย้งด้วยเหตุผลร่วมกัน ค้นหาสาเหตุของปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ แล้วร่วมกันแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และควรมีการชี้แจงระบบการทำงานเป็นทีมอย่างเปิดเผยให้พนักงาน     ทุกคนรับรู้ร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายได้เป็นอย่างดีและส่งเสริมให้พนักงานรับรู้บทบาทของทีมงานที่มีต่อองค์การ  
เขียน:

ความเห็น (0)