อนุทิน #112291

ผู้เข้าอบรมได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น และมีคำพูดที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานที่ควรพูด และไม่ควรพูด....เออหนอ....ใจนะใจ ความคิดนี้มันร้ายกาจจริงๆมันยิ่งใหญ่บังคับให้คนฟัง คนพูดเกิดปัญหาขึนได้แม้เจตนาดี ยกตัวอย่างคำพูดเจ้าปัญหา อิอิ ...ไม่ควรพูด "เธอน่าสงสารจัง" ฝรั่งเค้าไม่คิดว่าคำนี้ทำให้เขารู้สึกแย่ไปกว่าเพื่อนเอ็นดูเขา แต่คนป่วยรูสึกว่า คำพูดนี้มันเสียดแทงหัวใจเพราะเขาคิดว่าเขาแย่อยู่แล้ว เขารูตัว ทำไมต้องมาตอกย้ำความรูสึกว่าแย่มากไปกว่าเดิม พระท่านก็เคยมีความทุกข์นะ ท่นบอกว่าท่านไม่ได้อยู่กับโยมพ่อแม่ และเมื่อท่านกลับไปเยี่ยมโยม ท่านเห็นโยมพูดจาทะเลาะกันท่านทุกข์ เพราะโยมเป็นพ่อแม่ แต่เมื่อท่านนึกถึงคำว่าหน้าที่...ท่านจึงเอ่ยเตือนสติโยมได้

....น้องลิลลี่เล่าเรื่องคุณพ่อ ดูเหมือนเธอจะสะเทือนใจมากกับการป่วยของพ่อ พ่อของเธอไม่อาจจำเรื่องราวต่างๆได้ แม้ว่าท่านจะสามารถขับรถไปไหนๆๆๆได้ โดยไม่มีจุดหมาย หรือท่านมีจุดหมาย แต่ท่านไม่บอกใคร เศร้าแต่ฮา

...ส่วนฉันก็เล่าเรื่องน้ำตาเจ้าปัญหาที่มันทำให้ฉันทุกข์ใจ และคิดเสมอว่าบ่อมันตื้น และทุกครั้งที่ต้องเผชิญความตาย และเรื่องราวเศร้า ฉํนต้องระวังตัวมากเพราะเกรงน้ำตามันจะไหลพลักๆๆ ไม่แค่นั้นแม้ฉันยินดีอะไรก็ตามยิ่งเป็นเรื่องความดีงามฉันยิ่งสะอื้นไห้ได้ด้วยความยินดีอีกเช่นกัน ...............พี่สาลินีท่านทุกข์กำลังสอง และยกกำลังสาม เพราะท่านต้องเสียแม่ตั้งแต่เมื่อยังเล็กอยู่ แล้วก็มาแฟนที่เป็นมะเร็งต้องจากไปเมื่ออายุได้40 ปีทิ้งให้อยู๋กับลูกน้อย สอง คน ..................อีกท่านเป็นคุณแม่ที่ลูกสาวเป็นดร. สอนที่...... ทุกข์ที่ลูกๆบ่นว่างานเยอะ พี่ๆเอาเปรียบ ฉันฟังแล้วและเห็ฯสีหน้าท่านทุกข์ใจจริงๆจึงอดพูดไม่ได้ว่า ลูกสาวป้าโชคดีจังเลย ท่านมองฉันงงๆฉันจึงอธิบายว่า พี่ๆเขาเห็นแววคนเก่ง และมีความสามารถ ลูกสาวของท่านได้ทำหน้าที่มากมายเป็นการฝึกฝนงานชั้นสูงต่อไปจะได้เป็นศาสตราจารย์แน่เลย ท่านยิ้ม และหัวเราะพร้อมกับพูดว่าจริงหรือ ฉันยืนยันความคิดตัวเองว่าจริงๆ เคยเห็นคนมาหลายคนทำงานมากกว่าคนอื่นจะได้กำไรชีวิต เป็นกำไรที่ไม่มีขาย ไม่มีมหาลัยไหนเปิดสอนด้วยโชคดีจริงๆ อิอิ คุยไปคุยมาหันมาอีกทีท่านนั่งหลับสบายใจไปแล้ว แต่ฉันก็รู้สึกหวั่นในใจว่าท่านอาจมีภาวะเบาหวานแอบอยู่ นี่ฉันกลายเป็ฯนักทำนายใครๆไปแล้วหรือนี่ ......................น้องอีกคนบอกว่าเป็นทุกข์เพราะนั่งรถเมล์มันทรมาน ฝนก็ตก ฉันฟงแล้วเห็ฯใจเธอเลย เพราะภาพสมัยเรียนที่ต้องนั่งรถเมล์สาย 5 เบียดโหนจนน้องชายลูกพี่ลูกน้องที่เรียนวัดเบญจม ตกจากรถเมล์สาย 5 เมื่อรถเมล์กำลังวิ่งผ่านพระราชวังสวนจิต ด้านเขาดิน และฉันก็นึกถึงตัวเองสมัยนั้นว่าพอรถมันแน่น ฉันเป็ฯโรคแพ้คนแน่นๆอยู่แล้ว จึงลุกขึ้น และลงเดิน ฉันเดินกลับบ้านจากปากคลองตลาดเดินผ่านพาหุรัดผ่านบางลำพูไปออกสามเสนไปท่าน้ำวาสุกี แล้วตัดมาออกสนามเสือป่า มาออกแยกราชวัตร และเลี้ยวเข้าซอยรรสตรีเนติฯ กลับบ้าน 555ขำมาก เดินบ่อยเข้าๆก็สนุกและชิน แม้จะจะโดนคุณย่าขวางค้อนใส่หลายตลบ อิอิ จึงนึกสนุกถามน้องว่าระยะทางที่น้องเดินทางนั้นประมาณกี่กิโล แรกๆน้องบอกว่าประมาณ 3 กิโล ฉันบอกว่า 3กิโลก็3000เมตรนะคะ น้องบอกว่าไม่ถึงอ่ะค่ะ แต่หนูก็ทรมาน ฉันมองน้องแล้วก็ขำรีบบอกน้องว่าพี่เคยเดินนะ แล้วเล่าให้น้องฟังพร้อมบอกประโยชน์ของการเดินจะทำให้เรารูปร่างพอดีๆ อิอิ เพราะน้องอ้วนไปหน่อย .... .................. น้องพยาบาลจากรพ.มหาราชรีบบอกว่าถ้าเป็นเค้าได้ยินใครพูดแบบนี้เขาดีใจมากเพราะเหมือนมีคนบอกทางแก้ให้แล้ว น้องพยาบาลยังบอกความทุกข์ของเธอให้ฟังเป็นทุกข์ที่เกิดจากคำพูดของสามีที่ไม่ยอมเข้าใจการทำงานของเธอ เธอทุ่มเทกับงานที่รพ.มาก แต่สามีไม่ยินดี สุดท้ายเธอก้มาดูใจตัวเอง และอุเบกขา กับคำพูดบ่นของสามี นานเข้าๆก็เลยชิน 555นี่ก็ขำจริงๆดูเธอเบิกบานดีจังเลยและเธอยังบอกอีกว่าเธอไม่รู้สึกทุกข์ใจที่เกิดมาเป็ฯพี่คนโต ต้องลำบากดูแลน้องๆเพราะมันเป็นหน้าที่

พระท่านจึงสรุปว่าเมื่อมีอารมณ์รบกวนให้เรานึกถึงหน้าที่ อารมณ์โกรธ หลง อะไรๆๆมันจะหายไปเองและจะคุมกาย วาจาให้เราได้ ก็ให้ทำตามหน้าที่ หน้าที่เข้ามาแทนที่ก็ตัดอารมณ์ออกไปเลย ฝึกคุมสอารมณ์ โดยมองเหตุนั้นๆให้เป็ฯหน้าที่ หน้าที่ของมนุษย์คือให้ความเมตตาต่อกัน............. พระอาทิตย์ขึ้นแล้วก็ลง.......แล้วก็ขึ้นก็ขึ้นใหม่ นี่มองการตายแล้ว ...ร่างกายมั่นคงไม่อ่อนไหวแล้วก็เข้าใจและอาจเบิกบานก็ได้ และดีใจเพราะรู้ว่าเมื่อไปเกิดใหม่อาจดีกว่านี้ก็เลยสบายใจ

..

เขียน:

ความเห็น (0)