อนุทิน #112108

ฉันรู้แล้วว่าความรู้สึกท้อเป็นเช่นไร แล้วคนหน้างานหละ พวกเขาคงท้อวันละ 3 เวลาหลังอาหาร หรือไม่ก็ท้อตลอดเวลา การจัดการความท้อด้วยการลุกขึ้น และขออนุญาตออกจากวงสนทนาเมื่อ ความรูสึกท้อเกิดขึ้น การได้เดินๆๆๆๆไปห้องน้ำ และเปิดน้ำล้างมือ ล้างหน้า ใช่แล้วไม่ต้องเช็ดเลย ....กัวซาใบหน้าตัวเองสักตั้ง ฉันเริ่มขจัดความเศร้าหม่นหมองใจที่ปรากฏบนใบหน้าที่เริ่มเหี่ยวแล้วให้มันได้ถ่ายความรูสึกท้อถอยออกไปเหลือเพียงใบหน้าที่ให้ความรูสึกสดชื่น และพร้อมจะก้าวต่อไปตามความตั้งใจ แม้ว่ามันจะเหี่ยวแต่มีพลัง อิอิ การเริ่มทำกัวซาใบหน้า ว่าไหปแล้วพี่ชายของฉันได้ถ่ายทอดให้หลังจากเขาได้ขึ้นไปปฏิบัติธรรมที่วัดถ้ำกลองเพล ที่นั่นสงบดีแท้ เรื่องราวที่ได้สัมผัส และไปร่วมปฏฺบัติธรรมที่วัดถ้ำกลองเพลผุดขึ้นมาในความคิด และจบลงที่การถ่ายทอดความรู้เรื่องการใช้ช้อนทำกัวซาเพื่อขับไล่พิษในร่างกายให้รู้สึกทุเลา นี่เป็นวิธีการรักษาสมดุล และคายพิษออกจากร่างกายที่พี่ชายของฉันได้รับการถ่ายทอดจากพระรูปหนึ่งที่วัดถ้ำกลองเพล หลังจากที่ฉันได้รับการบอกเล่าและถ่ายทอดวิธีการทำกัวซาจากพี่ชายในครั้งนั้น ฉันกลับไม่รู้สึกศรัทธาอะไรเลย อาจเป็นเพราะพี่ชายของฉันพูโน้อย เขาได้แต่ลงมือทำให้ดูเรียกว่าสาธิตให้ดู ณ เวลานั้นฉํนไม่มีปัญหาสุขภาพ มันจึงไม่ช่วยให้ฉันรับรู้ทางจิตวิญญาณอะไรนอกจากการเรียนรู้อย่างผิวเผิน หลังจากนั้นฉันมีปัญหาสุขภาพ กล้มเนื้อตากระตุกจนรำคาญ และฉันเริ่มตาฟ้าฟางแม้ไม่มากนัก แต่ก็รำคาญเพราะชีวิตฉันต้องใช้วสายตามากในการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ วันนี้เองที่ฉันนึกถึงกัวซาวิชาขูดพิษที่ได้รับการถ่ายทอดจากพี่ชาย ฉันเริ่มทบทวนและคิดว่านิ้วมือทั้ง 10 นี่แหละจะช่วยให้กัวซาวันนี้ต่างจากวันนั้นวันที่พี่ชายสอนให้ใช้ช้อนขูด ตามร่างกาย จากซ้ายไปขวา และจากบนลงล่าง วันนี้ฉันจะเริ่มที่ใบหน้าไม่ใช่ที่แขนขา และฉันก็เริ่มวางนิ้วชี้กับนิ้วกลางทั้งสองข้างลงบนหัวคิ้ว ทำมันไปพร้อมๆกันโดยรูดนิ้วละขนคิ้วออกไปปลายหางคิ้ว ทำ 10 ครั้ง แล้วเริ่มใช้นิ้วแบบเดิมวางที่จุดกลางหว่างคิ้วทั้ง2 พร้อมกับเลื่อนนิ้วขึ้นสลับกันทั้ง 2 ข้าง เพิ่มความเร็วเมื่อนิ้วสัมผัสอีก 10 ครั้งจากนั้นลงมาใต้คิ้วจากหัวคิ้วไปหางตาอีก 10 ครั้งคู่กันไป แล้วกลับมารวมกันใหม่ ที่ศูนย์กลางใบหน้าคือรองจมูกทั้ง 2ข้างรูดลงมาที่ริมปลายจมูกทั้ง 2แล้วละมือไปวางไว้ที่เป้าตารูดเบาๆๆๆๆไปทางหางตาช้อนขึ้นอีก 10 ครั้ง ต่อด้วยวางปลายนิ้วทั้งสองมือลงที่โหนกแก้มวางมือออกทั้ง 2ข้างอีก 10 ครั้ง แล้วใช้นิ้วชี้กดที่ร่องริมฝีปากบนแล้วรูดออกไปด้านข้างข้างใครข้างมันทำเช่นนี้อีก 10 ครั้ง ยื่นนิ้วโป้งออกมาวางที่ปลายคาง นิ้วโป้งทั้ง2 นิ้ว ลากออกไป2 ข้างคางจรดติ่งหูอีก 10 ครั้งเสร็จแล้วใช้ผ่ามือตบเบาๆที่ใบหน้า เป็นอันเสร็จกรรมวิธีกัวซาใบหน้าด้วยนิ้วของตัวเอง ให้นิ้วทำหน้าที่แทนช้อน เพราะฉันผิวบาง อิอิ ความร้อนเริ่มปรากฏออกมาให้รับรู้ มันเป็นพลังที่เคลื่อนออกมาเงียบๆและค่อยๆร้อนขึ้นจนร฿ชู้สึกตึงกล้ามเนื้อและฉันเฝ้ามองด้วยความรู้สึกพร้อมกับทำสมาธิให้ลมหายใจของฉันอยู่กับความอบุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วใบหน้า จนความเย็นย่างเข้ามาฉันไม่รู้ว่าฉันใช้เวลาตรงนี้ไปแค่ไหน รู้แต่ว่าสบาย เบา ฉันกลับเข้ามาในขณะที่ทุกคนกำลังหน้านิ่ว และเข้มกับปัญหาการทำงานที่เรากำลังเผชิญอยู่ เราทุกคนปรารถนาอย่างเดียวกันคือผู้ป่วยต้องมาก่อน และมันออกจะดูเว่อร์ในความรู้สึกของใครอื่น แต่ช่างมันเถอะ....มันนอกประเด็น สำคัญว่า 1 เราจะจัดการความเครียดที่เกิดขึ้นกับตัวเราเองได้อย่างไร เพื่อให้เรามีพลังที่จะทำสิ่งดีๆได้นานเท่านาน และ 2 เราจะจัดการปัญหาที่คนอื่นมอบให้กับเราได้อย่างไร และให้เขาได้สว่างในความคิด แม้ว่ามันจะยากแต่เราก็มีวิธีการโดยนำเอาอุเบกขามาวางไว้ และข้ามข้ามปัญหานั้นได้ด้วยความรู้สึกที่มั่นคง สบายๆ เข้าใจ และให้อภัย สำหรับฉันแล้ว ฉันยังต้องการจังหวะที่จะบอกเคร็ดลับการถ่ายเทความเครียดออกจากความคิด เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อสังขารของฉันให้กับคนที่ต้องการสักคนก็ยังดี เลข 2 และ 4 และ 8ก็จะเกิดขึ้น..เป็นรูปธรรม คริ คริ

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (1)

น่าสนใจมากค่ะ จะลองเอาไปทำดูนะคะ พี่Blank ขอบคุณมากค่ะ